“คำตอบของคำถามพี่... มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอครับน้ำขิง?”
เสียงทุ้มต่ำที่เคยอบอุ่นกลับเรียบนิ่งจนน่าใจหาย พี่เหนือไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าฉัน แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อช็อปสีเลือดหมูตัวเก่งดูห่างเหินกว่าครั้งไหนๆ มือหนาข้างที่ถือโทรศัพท์เครื่องที่เพิ่งกดบล็อกฉันไปเมื่อครู่ขยับจัดปกเสื้ออย่างคนพยายามควบคุมอารมณ์
ฉันยืนเคว้งอยู่กลางโถงทางเดินตึกวิศวะ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งเดินเข้ามาเกาะแขนพี่เขาอย่างถือวิสาสะ
“พี่เหนือคะ เพื่อนหนูรอที่โรงอาหารนานแล้วนะ เดี๋ยวก็ไม่ทันเข้าแล็บหรอก” ยัยเด็กคนนั้น—คนที่แอบอ้างว่าเป็นแฟนพี่เหนือ—เอ่ยขึ้นพลางช้อนตามองฉันด้วยแววตาเหนือกว่า
หัวใจของฉันมันบีบรัดจนเจ็บจี๊ด ความซุ่มซ่ามที่มักจะทำให้ฉันทำอะไรเปิ่นๆ กลายเป็นความเงอะงะทางอารมณ์ ฉันอยากจะโวยวาย อยากจะถามให้รู้เรื่อง แต่แววตาเย็นชาที่พี่เหนือเหลือบมองมาเพียงแวบเดียวนั้น... มันเหมือนกำแพงน้ำแข็งที่ตอกย้ำว่า ‘พื้นที่ตรงนี้ไม่ใช่ของฉันอีกต่อไป’
“กลับไปซะน้ำขิง อย่าทำให้พี่ต้องลำบากใจไปมากกว่านี้เลย”
คำพูดเพียงประโยคเดียวเหมือนมีดที่กรีดลงบนความรู้สึก ฉันได้แต่มองตามแผ่นหลังของคนที่ฉันเคยคิดว่าเขากำลังเปิดใจให้กันค่อยๆ เดินจากไปพร้อมกับผู้หญิงคนนั้น ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยกับความเงียบงันที่น่าใจหาย
...
สามวันแล้วที่ทุกอย่างเงียบกริบ
จีจี้พยายามลากฉันไปกินข้าวที่โรงอาหารคณะวิศวะทุกวัน แต่ฉันก็เอาแต่ปฏิเสธ ฉันกลายเป็นคนซื่อบื้อที่ทำอะไรก็ดูจะผิดจังหวะไปหมด ข้าวของในมือหล่นพื้นจนเพื่อนรอบข้างมองด้วยความสงสัย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความซุ่มซ่ามตามนิสัย อีกส่วนเป็นเพราะสมาธิที่คอยแต่จะหลุดลอยไปหาคนใจร้ายคนนั้น
“ขิง แกจะปล่อยให้เป็นแบบนี้เหรอ? พี่เหนือเขาอาจจะมีเหตุผลก็ได้นะ” จีจี้พยายามปลอบใจพลางยัดสมุดจดเข้ามือฉัน “วันนี้มีงานโปรเจกต์กลุ่มที่ห้องสมุดรวมคณะ วิศวะก็ต้องมานั่งทำงานที่นี่เหมือนกัน ไปดูให้เห็นกับตาเถอะว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ฉันก้าวเดินเข้าไปในห้องสมุดด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งราวกับมีหินก้อนใหญ่ทับอก บรรยากาศเงียบสงัดทำให้เสียงหัวใจของฉันดังก้องกว่าปกติ จนกระทั่งสายตาของฉันปะทะเข้ากับร่างสูงที่คุ้นตาที่นั่งอยู่มุมในสุดของห้อง
พี่เหนือไม่ได้อยู่กับยัยเด็กคนนั้น... เขานั่งอยู่คนเดียว บนโต๊ะมีสมุดโน้ตหลายเล่มกางอยู่ แต่เขากลับไม่ได้เขียนอะไรลงไปเลย สายตาของเขาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่ว่างเปล่าอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ฉันตัดสินใจรวบรวมความกล้า—ความกล้าแบบที่ยัยน้ำขิงคนเด๋อด๋ามักจะมีในเวลาที่ไม่เข้าท่า—ก้าวเข้าไปหาเขา
“พี่เหนือคะ”
เขาชะงัก ร่างสูงตึงเครียดขึ้นทันทีโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะค่อยๆ หันมามองฉัน ใบหน้าที่เคยเย็นชาตอนนี้กลับดูเหนื่อยล้าอย่างน่าประหลาด
“พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาให้พี่เห็นหน้า” น้ำเสียงเขายังคงเย็นชา ทว่าแววตากลับสั่นไหวเล็กน้อย
“หนูไม่สนค่ะ” ฉันตอบพลางกำมือแน่น “พี่จะบล็อกหนู พี่จะให้ใครมาอ้างว่าเป็นแฟนพี่หนูก็ไม่สน... แต่พี่ช่วยบอกเหตุผลที่พี่ต้องทำขนาดนี้มาตรงๆ ได้ไหมคะ? ถ้าพี่เกลียดหนู หรือพี่รำคาญที่หนูตามตื๊อ... บอกมาคำเดียว แล้วหนูจะหายไปจากชีวิตพี่เอง แต่ที่พี่ทำอยู่ตอนนี้มันเหมือน... เหมือนพี่กำลังกลัวอะไรบางอย่างอยู่”
พี่เหนือแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ทว่ามันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ฉัน จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่บนผิวหน้า ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา
“กลัวเหรอ?” เขาถามเสียงพร่า มือหนายกขึ้นมาเหมือนจะแตะที่ใบหน้าของฉัน แต่เขาก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศก่อนจะกำหมัดแน่นแล้วตกลงข้างตัว “ใช่... พี่กำลังกลัว พี่กลัวว่าถ้าพี่ปล่อยให้ตัวเองถลำลึกไปมากกว่านี้ พี่จะกลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดที่ดึงเอาคนสดใสแบบเธอลงมาจมอยู่ในกองความลับที่มืดมิดของพี่”
เขาก้มลงมาจนชิดริมหูฉัน ลมหายใจร้อนผ่าวทำให้ฉันขนลุกซู่ “เธอไม่รู้อะไรเลยน้ำขิง... ว่าจริงๆ แล้วไอ้คนซึนๆ ปากเสียที่เธอชอบตามตื๊ออยู่นี่น่ะ มันไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่เธอคิดหรอก”
“พี่เหนือ... พี่กำลังพูดเรื่องอะไร...”
เขาทิ้งระยะห่างออกมา สายตาที่มองมาในตอนนี้ไม่มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดปลดบล็อกต่อหน้าฉัน ก่อนจะดันหน้าจอที่แสดงข้อความสนทนาล่าสุดที่เพิ่งเด้งขึ้นมาให้ฉันดู
ดวงตาของฉันเบิกกว้างเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งข้อความนั้น... มันไม่ใช่ชื่อของยัยเด็กคนนั้น แต่เป็นชื่อของคนที่ฉันไม่คิดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตของเขาเลย
‘เตรียมตัวให้พร้อม คืนนี้เราจะจบเรื่องทุกอย่างที่เริ่มไว้’
เขามองสบตาฉันด้วยแววตาที่เด็ดขาดก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้ฉันยืนตัวชาอยู่ตรงนั้น ในจังหวะที่เขากำลังจะพ้นประตูกลับมีร่างของใครบางคนที่ฉันรู้จักดีเดินสวนเข้ามา... วิน?
วินหยุดยืนตรงหน้าพี่เหนือ ก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปากแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ฉันได้ยิน
“หวังว่าพี่จะรักษาคำพูดนะ... เพราะถ้าเกมนี้พัง คนที่จะเสียใจที่สุด... ก็คือคนชื่อน้ำขิง”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของน้ำขิงและพี่เหนือในตอนนี้ด้วยกันนะคะ ชาพีชหวานน้อยหวังว่าทุกคนจะยังคงเอาใจช่วยพวกเขาต่อไปค่ะ
วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ•ตอนที่ 21
ความห่างเหินที่ตั้งใจ
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!