วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ•ตอนที่ 20

มื้ออาหารที่เปลี่ยนใจคน

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
รอยยิ้มของชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นยังค้างอยู่กลางอากาศ ราวกับใบมีดคมกริบที่กรีดลงบนบรรยากาศตึงเครียดจนแทบขาดวิ่น วินก้าวเข้ามาขวางหน้าฉันไว้โดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างของเพื่อนสมัยเด็กคนนี้เกร็งเครียดจนเห็นกล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าชัดเจน ขณะที่ดวงตาคู่คมของพี่เหนือ... คนที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหินมาตลอด กลับวาวโรจน์ด้วยประกายความไม่พอใจที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ "คุณเป็นใคร?" น้ำเสียงของพี่เหนือต่ำทุบและเย็นเยียบจนน่าขนลุก มันไม่ใช่คำถามเพื่อทำความรู้จัก แต่มันคือการกดดันขั้นสูงสุดจากผู้ชายที่กำลังแสดงความเป็นเจ้าของโดยไม่รู้ตัว "ผมชื่อกรณ์ครับ เป็น... คนที่รู้จักกับน้ำขิงในแบบที่เธออาจจะยังไม่เคยเล่าให้ฟัง" ผู้ชายคนนั้น หรือ 'กรณ์' ตอบด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ เขามองข้ามหัววินมาสบตากับฉันโดยตรง ดวงตาคู่นั้นพยายามส่งสัญญาณบางอย่างที่ฉันตีความไม่ออก ข้อความเมื่อวานบนมือถือที่บอกว่า *'ระวังตัวให้ดี คนที่เธอคิดว่ารู้จัก อาจไม่ใช่คนเดิม'* แวบเข้ามาในหัวจนฉันเผลอกำชายเสื้อตัวเองแน่น "ถอยไป" วินเอ่ยเสียงลอดไรฟัน รังสีออร่าความหึงหวงและคุกรุ่นแผ่ออกมาจากตัววินและพี่เหนือพร้อมๆ กัน จนจีจี้ที่เพิ่งวิ่งตามมาสมทบถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ รีบดึงแขนเสื้อฉันถอยหลังไปก้าวหนึ่ง บรรยากาศรอบตัวอึดอัดเสียจนฉันหายใจไม่ออก สมองซุ่มซ่ามของฉันรวนเรไปหมด ทำไมเรื่องราวมันถึงพันกันยุ่งเหยิงแบบนี้ได้นะ ทั้งวินที่เพิ่งกลับมา ทั้งผู้ชายชื่อกรณ์คนนี้ และ... พี่เหนือที่กำลังมองฉันด้วยสายตาผิดหวังแกมตัดพ้อ "ฉัน... ฉันไม่รู้จักเขาค่ะพี่เหนือ" ฉันตัดสินใจโพลงบอกออกไปเสียงสั่น เท้าก้าวเข้าไปหาผู้ชายที่ตัวสูงที่สุดในวงสนทนาโดยไม่กลัวว่าตัวเองจะดูเด๋อด๋า มือเล็กเอื้อมไปจับมุมเสื้อแจ็คเก็ตยีนของพี่เหนือไว้เบาๆ อย่างลืมตัว "น้ำขิงไม่เคยคุยกับผู้ชายคนนี้จริงๆ นะคะ" ดวงตาคมกริบของพี่เหนือชะงักกึก ก้มมองมือเล็กๆ ที่กำเสื้อเขาไว้ ก่อนจะตวัดกลับไปมองกรณ์ด้วยแววตาเย้ยหยันขึ้นมาวบหนึ่ง ความตึงเครียดรอบตัวคลายลงเล็กน้อยอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อท่าทีร้อนรนและจริงใจของฉันทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันให้เขาเริ่มมั่นใจ... ว่าฉันไม่ได้โกหก "ได้ยินแล้วสินะครับ เชิญไสหัวไปก่อนที่ผมจะหมดความอดทน" พี่เหนือเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลังพอกที่จะทำให้กรณ์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนหน้าผู้ชายคนนั้นจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ "ระวังตัวไว้ให้ดีแล้วกันครับ น้ำขิง... ความลับไม่มีในโลกหรอกนะ" กรณ์ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะหันหลังเดินหายฝืนฝูงชนหน้าคณะบริหารฯ ไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พวกเรายืนเคว้งอยู่กลางลานเกียร์ "ไอ้บ้านั่นมันใครวะ ขิง... เธอไปสนิทกับคนแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?" วินหันมาคาดคั้นฉันต่อด้วยความห่วงใยปนหงุดหงิด "ฉันไม่รู้! ฉันไม่เคยเห็นหน้าเขาด้วยซ้ำ!" ฉันเถียงกลับเสียงดังด้วยความคับข้องใจ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอึดอัดที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อวาน "พอก2" เสียงทุ้มต่ำแต่เด็ดขาดของพี่เหนือขัดขึ้น เขาสลัดมือฉันออกจากเสื้อตัวเองเบาๆ แต่กลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือฉันไว้แทน การกระทำที่สวนทางกับคำพูดนั้นทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบ "กลับห้องไปได้แล้ววิน หน้าที่เธอน่ะ... หมดเวลาแล้ว" ประโยคหลังพี่เหนือหันไปพูดกับวินด้วยสายตานิ่งสนิท วินกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แต่เพราะสายตาเฉียบคมและการกดดันระดับเจ้าพ่อวิศวะของพี่เหนือ ทำให้วินทำได้แค่กัดฟันกรอด ยอมถอยทัพไปโดยดี พร้อมกับทิ้งท้ายว่า "ฝากไว้ก่อนเถอะ" ส่วนจีจี้เพื่อนรักตัวดี ก็รีบเนียนขอตัววิ่งตามวินไปเพื่อเคลียร์สถานการณ์ (และแอบสืบเรื่องชาวบ้านตามประสาคนใส่ใจโลก) ปล่อยให้ฉันยืนเค้งคว้างอยู่กับพี่เหนือสองต่อสองท่ามกลางแสงแดดช่วงเที่ยงที่แผดเผา แต่บรรยากาศรอบตัวเรากลับเย็นเยียบเสียจนน่าประหลาด "ปล่อยค่ะ... น้ำขิงเดินเองได้" ฉันกระซิบเสียงอ่อย เมื่อรู้ตัวว่าถูกเขากลากลับมาที่ลานจอดรถโซนคณะวิศวะฯ ที่เงียบเชียบและเป็นส่วนตัว พี่เหนือไม่ยอมปล่อย เขายังคงกุมข้อมือฉันไว้แน่นจนกระทั่งเปิดประตูรถเก๋งคันหรูฝั่งข้างคนขับให้ ดันตัวฉันให้นั่งลงไปเบาๆ ก่อนจะปิดประตูแล้วเดินอ้อมมาฝั่งคนขับ แรงกดดันจากร่างสูงที่ก้าวเข้ามานั่งประจำที่ทำให้พื้นที่ในรถแคบลงถนัดตา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปนกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยวนอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ จนกระทั่งรถเคลื่อนตัวออกจากมหาวิทยาลัย มุ่งหน้าไปยังคอนโดมิเนียมของเขา... สถานที่ที่ฉันเคยประกาศกร้าวว่าจะไม่เหยียบเข้ามาอีกเป็นครั้งที่สอง รถยนต์จอดสนิทในลานจอดรถชั้นใต้ดิน พี่เหนือดับเครื่องยนต์ แต่ยังไม่ยอมลงจากรถ เขานั่งนิ่งพิงพนักเบาะ หลับตาลงช้าๆ เหมือนกำลังข่มอารมณ์บางอย่างที่ตีรันฟันแทะอยู่ในอก "ทำไม..." เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "ถึงมีผู้ชายเข้าหาเธอไม่เว้นแต่ละวันวะน้ำขิง" ฉันสะดุ้ง หันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างที่ดูเคร่งเครียดของเขา "พ... พี่เหนือหมายความว่ายังไงคะ?" "ทั้งเพื่อนสมัยเด็ก ทั้งผู้ชายแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้... รู้จักชื่อเธอ รู้แม้กระทั่งเบอร์โทรศัพท์หรือข้อความส่วนตัว" เขาหันมาสบตาฉัน ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีแค่ความหึงหวง แต่มันซ่อนความเหนื่อยล้าและความกังวลเอาไว้ลึกๆ "เธอทำตัวยังไงถึงปล่อยให้คนพวกนี้เข้ามาปั่นป่วนชีวิตได้ขนาดนี้?" คำพูดนั้นถึงจะดูดุและขวานผ่าซาก แต่มันกลับเจือไปด้วยความเป็นห่วงที่ปิดไม่มิด หัวใจดวงน้อยๆ ของฉันที่กำลังพองโตสลับกับห่อเหี่ยว เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ความน้อยใจที่สะสมมานานทำให้ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "น้ำขิงก็อยู่เฉยๆ ของน้ำขิงนี่คะ!" ฉันเถียงกลับเสียงสั่น เผลอขึ้นเสียงใส่เขาเป็นครั้งแรก "พี่เหนือคิดว่าน้ำขิงชอบให้คนพวกนี้มาวุ่นวายเหรอคะ? น้ำขิงก็เหนื่อยเป็นนะ! ทั้งเรื่องเรียน ทั้งเรื่องไม่เข้าใจอะไรเลย... แล้วยังต้องมาโดนพี่ดุอยู่นี่อีก!" หยาดน้ำตาเจ้ากรรมร่วงเผาะลงบนตักจนได้ ฉันรีบยกมือขึ้นมาปัดมันออกลวกๆ ด้วยความอาย ไม่อยากให้ผู้ชายปากแข็งคนนี้เห็นมุมอ่อนแอของตัวเองไปมากกว่านี้ รถทั้งคันตกอยู่ในความเงียบสนิทอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนเดิม เสียงถอนหายใจยาวๆ ของพี่เหนือดังขึ้น ก่อนที่ร่างสูงจะขยับตัวเข้ามาใกล้ฉัน มือหนาเอื้อมมาจับคางฉันให้เงยขึ้นสบตา นิ้วโป้งเรียวยาวเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยนั้นทำให้ฉันตัวแข็งทื่อ ลืมหายใจไปชั่วขณะ "ร้องไห้ทำไม..." เสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความนุ่มลวลที่ทำเอาใจฉันยวบยาบ "ฉันแค่... หงุดหงิดที่ปกป้องเธอไม่ได้ทุกเรื่องแค่นั้นแหละ" "พี่เหนือ..." ฉันครางชื่อเขาเบาหวิว "ลงมา" เขาตัดบทด้วยการเปิดประตูรถฝั่งตัวเองแล้วเดินอ้อมมาเปิดให้ฉัน "ขึ้นไปบนห้อง ฉันสั่งให้เธอทำตามที่บอก... วันนี้ฉันเหนื่อย และฉันอยากกินฝีมือเธอ" ห๊ะ? อะไรนะ? ฉันกระพริบตาปริบๆ สมองเด๋อด๋าประมวลผลไม่ทัน เมื่อกี้ยังโกรธกันอยู่เลยไม่ใช่เหรอ ทำไมอยู่ดีๆ ถึงเปลี่ยนเรื่องมาเรื่องของกินเฉยเลยล่ะ! แต่ไม่ทันได้ปฏิเสธ ร่างสูงก็ถือวิสาสะจูงมือฉันให้เดินตามเขาเข้าลิฟต์ขึ้นไปยังห้องพักส่วนตัว ความเงียบระหว่างเราถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นประหลาดที่ค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในหัวใจทีละนิด เมื่อประตูห้องเปิดออก พี่เหนือก็พาฉันตรงดิ่งไปที่ครัวทันที ตู้เย็นถูกเปิดออกเผยให้เห็นวัตถุดิบไม่กี่อย่างที่เขาคงแอบไปซื้อตุนไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ "ทำซุปกระดูกหมูต้มยำกับไข่เจียวหมูสับให้กินหน่อย" เขาถอดเสื้อแจ็คเก็ตออก เหลือเพียงเสื้อยืดสีดำสนิทที่แนบไปกับสรีระสมส่วน ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวมองหน้าฉันด้วยสายตากดดันแกมบังคับ "ถ้าไม่อร่อย... เธอโดนทำโทษแน่ น้ำขิง" ฉันมองหน้าคนเอาแต่ใจแล้วแอบเบะปากใส่เล็กน้อย แต่ลึกๆ แล้วมุมปากกลับยกยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ อาหารฝีมือแม่น้ำขิงคนนี้สินะ ที่เขาบอกว่าจะทำให้เขาเริ่มเปิดใจ... ฉันหันไปหยิบผ้ากันเปื้อนมาสวม ล้างมือให้สะอาด แล้วเริ่มลงมือทำอาหารด้วยความตั้งใจ โดยมีสายตาคมกริบของหนุ่มวิศวะสุดเนี้ยบยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่าง กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องต้มยำเริ่มลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัว ความอบอุ่นจากเตาไฟช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บในใจออกไปจนหมดสิ้น ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง กับข้าวสองอย่างถูกจัดใส่จานอย่างสวยงาม (แม้จะทุลักทุเลไปบ้างตามประสาคนซุ่มซ่าม) ฉันตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่จานยื่นให้เขาด้วยความลุ้นระทึก พี่เหนือตักซุปเข้าปากช้าๆ ใบหน้าคมคายยังคงนิ่งสนิทจนฉันเดาไม่ออกว่ารสชาติมันแย่ขนาดไหน หัวใจฉันเต้นระรัวราวกับกำลังลุ้นผลสอบ "อืม..." เขาพึมพำในลำคอ วางช้อนลงแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาฉันตรงๆ "ก็พอกินได้..." ฉันหน้ามุ้ยทันที "ถ้าไม่อร่อยก็บอกมาตรงๆ สิคะ ไม่เห็นต้อง..." "แต่..." พี่เหนือพูดแทรกขึ้นมา รอยยิ้มมุมปากที่นานๆ จะได้เห็นปรากฏขึ้นจางๆ แววตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความอบอุ่นที่ทำเอาใจฉันกระตุกวูบ "ฝีมือเนี้ย... ทำให้ฉันรู้สึกว่า ฉันไม่อยากปล่อยให้เธอไปทำแบบนี้ให้ผู้ชายหน้าไหนกินอีกเลยวะ น้ำขิง" คำพูดหยอดคำหวานแบบเนียนๆ ของคนปากแข็งทำเอาฉันหน้าแดงซ่านจนร้อนผ่าวไปถึงใบหู สมองตื้อตันจนคิดคำตอบโต้ไม่ออก ได้แต่ยืนก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มเขินอายไว้ใต้เรือนผม แต่ความหวานซึ้งนั้นอยู่ได้ไม่นาน... เมื่อเสียงกริ่งหน้าห้องพักของพี่เหนือดังขึ้นกะทันหัน! กริ่ง... ติ๊งก่อง! พี่เหนือขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่มีคนมาขัดจังหวะ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปที่ประตูด้วยท่าทางฮึดฮัด ขณะที่ฉันยืนถือทัพพีค้างไว้ด้วยความสงสัย มือหนาเปิดประตูออกกว้างเพื่อจะต่อว่าผู้มาเยือน แต่ทว่า... ร่างสูงกลับชะงักกึกทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงพรเพริดราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ เมื่อผู้หญิงในชุดเดรสหรูหรา ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่คุ้นตา ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบ และเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายฉันเย็นเฉียบลงในพริบตา— *"พี่เหนือคะ... ทำไมถึงบล็อกไลน์หนูคะ? หรือเป็นเพราะยัยเด็กนี่... ที่แอบอ้างว่าเป็นแฟนพี่?"* *** (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและเป็นกำลังใจให้ยัยน้องน้ำขิงกับพี่เหนือคนซึนกันนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%