วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ•ตอนที่ 29

การเปิดใจในที่เงียบสงบ

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
“นี่พี่จะเงียบไปถึงไหนคะ! เลือดที่มือพี่มันหยดใส่แบบแปลนจนเปรอะไปหมดแล้วนะ!” ฉันตวาดเสียงสั่น พลางคว้าข้อมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนนั่นเอาไว้แน่น น้ำตาเม็ดโตเริ่มคลอเบ้าด้วยความตกใจและโมโหในเวลาเดียวกัน พี่เหนือไม่ตอบ เขาเพียงแค่ดึงมือกลับช้าๆ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตานั่นมองไปที่ทะเลสาบท้ายมหาลัยอย่างไร้จุดหมาย ราวกับว่าความเจ็บปวดบนฝ่ามือเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เขากำลังแบกรับไว้ในใจ “ปล่อยเถอะน้ำขิง... งานชิ้นนี้มันพังไปแล้วเหมือนกับความพยายามของพี่นั่นแหละ” เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าผิดปกติ พี่เหนือสะบัดหน้าหนี แผ่นหลังกว้างที่เคยดูแข็งแกร่งดูเล็กลงถนัดตา ฉันไม่ฟังเสียงผลักไส ก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนได้กลิ่นหอมสะอาดแบบสบู่ผสมกับกลิ่นเหล็กเส้นจางๆ ตามสไตล์เด็กวิศวะ ฉันคว้ามือเขากลับมาอีกครั้งก่อนจะฉีกชายเสื้อช็อปของตัวเอง—ที่ก็น่าจะเลอะเทอะพอๆ กับเขานั่นแหละ—มาพันแผลให้ลวกๆ สัมผัสจากปลายนิ้วฉันทำให้เขาชะงัก พี่เหนือมองดูการกระทำโก๊ะๆ ของฉันด้วยแววตาที่เริ่มเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความสับสน “ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้... ทั้งที่คนที่ทำให้พี่เป็นแบบนี้มันก็คือตัวพี่เอง และไอ้วินนั่นก็กำลังรอเสียบแทนที่พี่อยู่ไม่ใช่เหรอ?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ “ทำไมไม่ไปกับมันล่ะ จะมาเสียเวลากับคนซึนๆ ที่พูดดีไม่เป็นอย่างพี่ทำไม” ฉันหยุดมือที่กำลังพันแผลให้เขา แล้วเงยหน้าสบตากับคนตรงหน้าตรงๆ “เพราะวินเป็นเพื่อนค่ะพี่เหนือ... แต่คนที่น้ำขิงอยากให้มานั่งกินข้าวด้วยข้างๆ ไม่ใช่เพื่อน! พี่นั่นแหละที่ทำตัวงี่เง่า ไล่ทั้งที่อยากให้เขาอยู่ ปากบอกไม่เป็นไรแต่หน้าตาไปหมดแล้ว!” ความเงียบเข้าปกคลุมรอบทะเลสาบ เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ก้องอยู่ในหูเราสองคน พี่เหนือจ้องมองหน้าฉันราวกับจะค้นหาคำโกหกในดวงตา แต่เขาก็ไม่เจออะไรนอกจากความจริงใจที่ใสซื่อจนน่าขัน “งี่เง่าเหรอ...” เขาทวนคำเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว “พี่แค่กลัวว่าความเงียบของพี่ มันจะทำให้น้ำขิงลำบากใจ พี่ไม่ถนัดพูดหวานๆ ไม่ถนัดทำตัวน่ารักเหมือนพวกผู้ชายคนอื่น พี่ทำเป็นแค่เรื่องโครงสร้าง คำนวณความแข็งแรง... แต่พี่ไม่เคยคำนวณเลยว่า ถ้าพี่เสียน้ำขิงไป พี่จะต้องพังทลายแค่ไหน” คำสารภาพที่หลุดออกมาท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบทำให้หัวใจฉันเต้นรัวเหมือนกลองชุด พี่เหนือขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเราแทบจะแตะกัน มืออีกข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บของเขาเอื้อมมาเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าฉันออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่คุ้นเคยแต่นุ่มนวลกว่าครั้งไหนๆ ทำให้ฉันแทบจะลืมวิธีหายใจ “พี่ไม่ได้เนี้ยบอย่างที่เห็นหรอกนะ... ข้างในพี่มันทั้งยุ่งเหยิงและสับสน ยิ่งเห็นน้ำขิงอยู่กับคนอื่น ใจพี่มันเหมือนจะระเบิดให้ได้” เขาพูดเสียงสั่นเล็กน้อย “น้ำขิงครับ... พี่อาจจะเริ่มช้าไป แต่พี่อยากให้เราลองเริ่มใหม่... ในแบบที่ไม่ต้องมีกำแพงกั้นอีก” บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง ความตึงเครียดที่เคยบีบคั้นดูเหมือนจะถูกปลดปล่อยไปกับสายลม เรานั่งลงบนม้านั่งริมน้ำด้วยกันอย่างเงียบๆ ฉันเอนหัวไปซบไหล่กว้างนั้นอย่างที่ใจต้องการ พี่เหนือไม่ได้ขัดขืน เขากลับขยับไหล่ให้ฉันพิงถนัดขึ้น นี่สินะความรู้สึกของการเปิดใจ... มันอบอุ่นจนไม่อยากให้เวลาเดินไปไหนเลย ทว่า... ความเงียบสงบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ฉันหันไปมองตามสัญชาตญาณ และหัวใจก็แทบหยุดเต้นเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนยืนอยู่ใต้แสงไฟสลัวไม่ไกลจากเรานัก วินยืนอยู่ที่นั่น... ใบหน้าของเขาไม่ได้ยิ้มแย้มเหมือนทุกที แต่กลับเรียบเฉยและเย็นชาจนน่าขนลุก ในมือของเขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด “ขอโทษที่ขัดจังหวะนะ” วินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่ากลัว “แต่ดูเหมือนคุณจะมีเรื่องที่ต้องตระหนักให้มากขึ้นนะครับพี่เหนือ... โดยเฉพาะเรื่อง ‘ความลับ’ ในแบบแปลนที่พี่ยังไม่ได้เปิดดู” เขาวางซองเอกสารลงบนม้านั่งตัวถัดไป ก่อนจะหันหลังเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจฉัน พี่เหนือชะงักนิ่งไป ร่างกายเขากระตุกวูบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต มือของเขาที่กุมมือฉันไว้บีบแน่นจนฉันรู้สึกเจ็บ! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่ซับซ้อนของน้ำขิงและพี่เหนือในตอนนี้นะคะ ชาพีชหวานน้อยดีใจมากๆ ที่ได้เห็นทุกท่านมีความสุขไปกับเนื้อหาค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%