“บอกเขาหน่อยสิ... ว่าเธอกำลังเป็นแฟนกับใครอยู่กันแน่, น้ำขิง”
ประโยคท้าทายจากปากของวินทำให้บรรยากาศรอบตัวเราเหมือนถูกแช่แข็ง น้ำขิงยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน สายตาของฉันสลับไปมาระหว่างใบหน้าคมคายที่ดูใจดีของเพื่อนสมัยเด็ก กับแววตาที่ดุดันจนน่ากลัวของใครอีกคนที่ยืนซ้อนหลังอยู่ไม่ไกล
มือหนาของวินถือวิสาสะคว้าข้อมือฉันไปกุมไว้แน่น กระชับความสัมพันธ์เชิงรุกที่ทำให้ฉันทำตัวไม่ถูก จังหวะหัวใจของฉันเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นที่วินมาขอคืนดี แต่เพราะสัมผัสได้ถึง ‘ไอความร้อน’ ที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลัง
“ตอบสิครับขิง... หรือว่าสถานะของเรามันเป็นแค่ความลับที่พูดไม่ได้?” วินเอียงคอถาม พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะอ่อนโยน แต่มันกลับแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้ฉันอึดอัดจนหายใจไม่ออก
“วิน... ปล่อยมือขิงก่อนเถอะนะ คือขิงว่า...”
“ไม่ต้องตอบมัน”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าเย็นยะเยือกนั้นทำให้ขนอ่อนทั่วร่างฉันลุกซู่น้ำขิงหันไปมอง ‘พี่เหนือ’ ทันที เขายืนกอดอกพิงเสาอาคารเรียนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยนิ่งเฉยบัดนี้กลับตึงเครียดจนเห็นสันกรามชัดเจน ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้มองที่ฉันเลยแม้แต่น้อย เขากำลังจ้องเขม็งไปที่มือของวินซึ่งกำลังกุมข้อมือฉันอยู่
พี่เหนือเดินตรงเข้ามาหาเราด้วยท่าทางคุกคาม ระยะห่างที่ลดลงเรื่อยๆ ทำให้บรรยากาศดูอึดอัดขึ้นเท่าทวีคูณ เขาสอดตัวเข้ามาแทรกกลางระหว่างฉันกับวินอย่างถือดี ก่อนจะปัดมือของวินออกอย่างแรงจนอีกฝ่ายเสียหลักไปก้าวหนึ่ง
“พี่เหนือ...” ฉันครางชื่อเขาเบาๆ ด้วยความตกใจ
“จำไม่ได้หรือไงว่าเมื่อเช้าผมบอกว่าอะไร?” พี่เหนือไม่ได้หันมามองฉัน เขาขยับตัวบังฉันไว้มิดชิดเหมือนต้องการสร้างเกราะป้องกัน “คนของผม ผมดูแลเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้ ‘คนนอก’ มายุ่งเกี่ยว โดยเฉพาะคนที่ลืมไปแล้วว่าสถานะตัวเองอยู่ตรงไหน”
“คนของพี่งั้นเหรอ?” วินแค่นยิ้ม ยืดตัวขึ้นสู้หน้าอย่างไม่เกรงกลัว “เป็นแค่พี่รหัสหรือแค่คนรู้จักที่ชอบถือวิสาสะกันแน่ครับพี่เหนือ? ขิงเขาเป็นเพื่อนผมมาตั้งกี่ปี พี่มาทีหลัง อย่ามาตีตราจองแบบไร้เหตุผลเลย”
พี่เหนือหยุดกึก บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนจากความนิ่งสงบเป็นความเดือดดาลที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ เขาก้าวเข้าไปหาพี่วินจนหน้าแทบจะชนกัน มือแกร่งกระชากคอเสื้อคนตรงหน้าเบาๆ แต่เต็มไปด้วยพลังกดดัน
“งั้นลองดูไหมล่ะ ว่าผมมีสิทธิ์แค่ไหน”
คำพูดนั้นไม่ได้ตั้งใจจะบอกวิน แต่มันเหมือนคำประกาศศักดาที่ทำให้หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะ พี่เหนือเอื้อมมือมาโอบไหล่ฉันแน่น ลากร่างฉันให้ชิดติดแผงอกกว้างของเขา กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายแดดของเขาทำเอาฉันมึนหัวไปหมด
“ขิงไม่ได้ชอบพี่” วินพยายามดึงดัน “พี่แค่เป็นคนขี้เก๊กที่ชอบทำตัวเหนือคนอื่น ขิง... บอกมันไปสิว่าขิงยังไม่ได้ตกลงอะไรกับใครทั้งนั้น!”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ฉันเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนหูอื้อไปหมด ความอึดอัดที่สั่งสมมาตั้งแต่ต้นบทเรียนเริ่มตีรวนขึ้นมาเป็นหยดน้ำตาใสๆ ที่เอ่อล้นขอบตา วินคาดคั้นฉัน ส่วนพี่เหนือก็กดดันฉันด้วยการยืนกอดแน่นขึ้นอีก
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเถอะวิน” พี่เหนือพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทจนน่ากลัว “ส่วนเรื่องที่ขิงตกลงหรือยัง... เดี๋ยวผมจะ ‘ทบทวนความจำ’ ให้เธอเองแบบที่นายไม่มีวันได้ทำ”
พี่เหนือหันหลังกลับทันทีโดยไม่สนคำท้าทายใดๆ อีก เขาคว้าข้อมือฉันแล้วดึงให้เดินตามไปอย่างรวดเร็ว ก้าวย่างของเขาหนักแน่นและรีบร้อนจนฉันแทบจะวิ่งตามไม่ทัน แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้ทำให้ฉันเจ็บ แต่มันทำให้ฉันรู้ว่าคนข้างหน้ากำลังหึงจนควันออกหูจริงๆ
เราเดินมาหยุดที่มุมอับหลังตึกคณะวิศวะที่เงียบเชียบ พี่เหนือผลักฉันเบาๆ ให้ไปติดกับกำแพงปูนเย็นเยียบ ก่อนจะใช้แขนสองข้างกักขังฉันไว้ตรงกลาง ใบหน้าของเขาโน้มลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ที่ปลายจมูกของฉัน
“ทำไมถึงยืนเฉยให้มันจับมือ?” คำถามแรกของเขาทำเอาฉันพูดไม่ออก
“คือ... ขิงไม่ได้ตั้งใจ วินเขาแค่เข้ามาทัก ขิงทำตัวไม่ถูกนี่คะ” ฉันพยายามแก้ตัวด้วยเสียงแผ่วเบา
พี่เหนือโน้มหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก จนริมฝีปากของเราห่างกันเพียงแค่นิดเดียว ดวงตาคู่นั้นที่เคยสุขุมบัดนี้มีเปลวไฟแห่งความหึงหวงลุกโชนอยู่ข้างใน “ผมเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ชอบให้ใครมาแตะตัวคุณ... โดยเฉพาะไอ้หมอนั่น”
“พี่เหนือ...”
“ห้ามเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ แบบนั้น ถ้ายังไม่อยากให้ผมทำอะไรที่มันเกินกว่าที่ตั้งใจไว้” เขาขัดขึ้น เสียงแหบพร่า “บอกผมมาคำเดียว... ที่ผ่านมาที่เราเป็นอยู่ มันยังไม่ชัดเจนพอหรือไง ทำไมผมต้องทำตัวเป็นคนขี้เก๊กที่คอยตามเฝ้าคุณอยู่คนเดียวอยู่ได้?”
ฉันช้อนสายตามองเขา ใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ฉันเห็นความเจ็บปวดซ่อนอยู่ในแววตาที่ดุดันของเขา มันทำให้ความกลัวที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความกล้าหาญที่อยากจะพิสูจน์ให้เขาเห็น
แต่ในตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของฉันก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ มันเป็นข้อความจากวินที่ส่งมาว่า... *‘ขิง ระวังตัวให้ดีนะ ผู้ชายคนนั้นน่ะ เขามีความลับที่เธอคาดไม่ถึงซ่อนอยู่... เรื่องที่เขาไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด’*
ฉันชะงักไปทันทีเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ พี่เหนือหรี่ตามองอาการของฉันอย่างจับผิด เขาขมวดคิ้วแน่นก่อนจะเอื้อมมือมาคว้าโทรศัพท์ในมือฉันไปดู
“ใครทักมา?” เขาถามเสียงเข้ม
ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ในขณะที่พี่เหนือกำลังจะก้มลงอ่านหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาในความมืด... สายตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ของฉันนั้น มันไม่ใช่แค่ข้อความเตือนจากวิน แต่มันคือรูปถ่ายใบหนึ่งที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ!
รูปนั้น... เป็นรูปพี่เหนือที่กำลังเดินเข้าไปในโรงแรมแห่งหนึ่งกับผู้หญิงอีกคนเมื่อสัปดาห์ก่อน
ชาพีชหวานน้อยหวังว่าตอนนี้นักอ่านที่น่ารักจะยังไม่หัวใจวายไปเสียก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ•ตอนที่ 36
พี่เหนือหึงจนควันออกหู
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!