“พี่เหนือคะ... นี่พี่จะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกันแน่?”
คำถามที่ฉันอัดอั้นมาตลอดทางหลุดออกจากปากทันทีที่ร่างสูงใหญ่ของคนตรงหน้าหยุดเดิน มือหนาที่กุมข้อมือฉันไว้แน่นตั้งแต่หน้าคณะวิศวะฯ ค่อยๆ คลายออกช้าๆ พี่เหนือหันกลับมาเผชิญหน้ากับฉันใต้แสงไฟสลัวของทางเดินตึกคณะที่เริ่มเงียบเชียบในยามค่ำคืน
เขายืนนิ่ง ใบหน้าคมสันภายใต้กรอบแว่นสายตาที่มักจะดูเนี้ยบเฉียบคมเสมอนั้นเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก แววตาคู่คมที่เคยดุใส่วินเมื่อชั่วโมงก่อน ตอนนี้กลับดูว่างเปล่าจนน่าใจหาย
“พี่ก็แค่... ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของของพี่”
ประโยคนั้นสั้นห้วน แต่มันทำเอาหัวใจฉันกระตุกวูบ พี่เหนือขยับเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ผสมกับกลิ่นไอแดดจางๆ บนเสื้อช็อปของเขา เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าของเราห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงปลายจมูก
“ของ... ของพี่งั้นเหรอคะ?” ฉันถามเสียงสั่น พยายามรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย พี่เหนือทำแบบนี้... น้ำขิงสับสนนะคะ”
เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูขมปร่า มือหนาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าฉันอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นมันอ่อนโยนจนฉันแทบละลาย แต่มันก็น่าเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน เพราะฉันไม่รู้เลยว่าเขากำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่
“อยากรู้เหรอว่าเราเป็นอะไรกัน” เขาถามเสียงต่ำ พลางใช้นิ้วชี้แตะลงที่ปลายคางฉันเบาๆ “งั้นก็ลองสังเกตดูให้ดีสิ ว่าที่ฉันทำอยู่ทุกวันนี้ มันยังเรียกได้ว่าเป็นแค่ ‘พี่ชาย’ อีกงั้นเหรอ?”
ฉันนิ่งค้างไปเหมือนถูกมนต์สะกด ความรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับพันตัวบินวนอยู่ในท้อง แววตาของเขาที่มองมามันเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย แต่มันก็ยังไม่ชัดเจนพอที่จะให้ฉันกล้าหวังอะไรมากไปกว่านี้
“แต่พี่วินเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะคะ” ฉันพยายามเถียงเบาๆ แม้ในใจจะเริ่มรวนเร “เขาเป็นเพื่อนสนิทน้ำขิง เราโตมาด้วยกัน พี่เหนือไม่มีสิทธิ์ไปพูดจาตัดหน้าเขาแบบนั้น”
ทันทีที่ฉันพูดถึงชื่อ ‘วิน’ แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่ก็วูบหายไป เปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่ทำเอาฉันหนาวสันหลังวาบ พี่เหนือถอยห่างออกไปก้าวหนึ่ง ก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วหันหลังให้ฉันดื้อๆ
“ถ้าชอบเขามาก ก็ไปหาเขาซะสิ จะมายืนถามหาคำตอบจากคนอย่างฉันทำไม”
คำพูดตัดพ้อที่ฟังดูเอาแต่ใจทำให้ฉันเม้มปากแน่น ความน้อยใจที่สะสมมานานเริ่มก่อตัวขึ้นจนขอบตาร้อนผ่าว เขาชอบทำแบบนี้เสมอ ชอบดึงฉันเข้าไปใกล้แล้วผลักไสออกไปทุกครั้งที่เขาไม่พอใจ
“น้ำขิงไม่ได้บอกว่าชอบพี่วินสักหน่อย! ที่น้ำขิงมาเพราะน้ำขิงแคร์พี่เหนือต่างหาก...”
ฉันหลุดปากออกไปโดยไม่ทันได้ยั้งคิด ความเงียบเข้าปกคลุมทันที พี่เหนือหยุดเดิน เขาไม่ได้หันกลับมา แต่ฉันสังเกตเห็นแผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวเพียงเล็กน้อย เขาแค่นยิ้มออกมาเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาหาฉันอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาของเขามันวาววับไปด้วยความรู้สึกที่ฉันอ่านไม่ออก
“แคร์งั้นเหรอ?” เขาเดินตรงเข้ามาประชิดตัวฉันอีกครั้ง คราวนี้เขาต้อนฉันจนหลังติดกับผนังตึก มือแกร่งทั้งสองข้างยกขึ้นกั้นฉันไว้ในวงแขน “ถ้างั้นแสดงว่าสิ่งที่ฉันทำไปทั้งหมด... ก็ถือว่าได้ผลสินะ”
“พี่เหนือ... ปล่อยนะคะ” ฉันพยายามเบี่ยงตัวหนี แต่เขากลับยิ่งโน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเราแทบจะแตะกัน
“ถามตัวเองดูดีๆ น้ำขิง” เสียงเขากระซิบอยู่ข้างหู ลมหายใจร้อนผ่าวทำเอาขนอ่อนทั่วร่างฉันลุกซู “ว่าที่เธอสับสนน่ะ เพราะเธอไม่รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน หรือเพราะเธอรู้ดีอยู่แล้ว... แต่แค่ไม่อยากยอมรับความจริงกันแน่”
หัวใจของฉันเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก ความสับสน ความตื่นเต้น และความหวาดหวั่นผสมปนเปกันจนฉันไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป คำพูดของเขาเหมือนกุญแจที่ไขประตูความรู้สึกที่ฉันแอบซ่อนไว้ลึกสุดใจมาตลอด แต่ก่อนที่ฉันจะได้หาคำตอบให้ตัวเอง เสียงหนึ่งก็แทรกผ่านความเงียบงันขึ้นมา
“เฮ้ย! สองคนนั้นน่ะ ทำอะไรกันน่ะ!”
เราทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว พี่เหนือหันไปมองต้นเสียงที่เดินตรงมาทางนี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ต่างจากฉันที่ใจสั่นรัวด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าคือใคร ลมหายใจของฉันก็แทบหยุดลง
วินเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเรา ดวงตาคู่คมของเขาจ้องมองพี่เหนือเขม็งก่อนจะหันมามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามที่คาดคั้น
“น้ำขิง... กลับเถอะ ฉันไปรอที่รถนานแล้วนะ” วินพูดเสียงเรียบ แต่สายตาที่เขามองพี่เหนือไม่ได้เรียบตามไปด้วย “แล้วคุณน่ะ... จะรังแกคนของผมไปถึงไหน”
วินคว้าข้อมือฉัน หมายจะดึงให้เดินตามไป แต่พี่เหนือกลับคว้าข้อมืออีกข้างของฉันไว้แน่น แรงดึงจากทั้งสองฝั่งทำให้ฉันเซถลาไปมาเหมือนตุ๊กตาที่กำลังถูกฉีกกระชาก
“ใครเป็นคนของนาย” พี่เหนือถามเสียงเย็นจัด นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่วิน “อย่ามาพูดจาพล่อยๆ ในที่ของฉัน... ถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
สถานการณ์เริ่มตึงเครียดจนอากาศรอบตัวดูเหมือนจะเบาบางลง วินกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างท้าทาย ในขณะที่พี่เหนือแผ่รังสีคุกคามออกมาจนฉันแทบยืนไม่อยู่ ท่ามกลางศึกชิงตัวที่ไม่มีใครยอมใคร มือถือในกระเป๋ากระโปรงฉันก็สั่นขึ้นมาอย่างรุนแรง
ฉันหยิบมันขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา หน้าจอที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดแสดงข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นตา แต่เมื่ออ่านข้อความนั้นจบ หัวใจของฉันก็หยุดเต้นไปชั่วขณะ
‘เลิกยุ่งกับผู้ชายคนนั้นซะ ถ้าไม่อยากให้คลิปวิดีโอตอนอยู่ที่สตูดิโอเมื่อวันก่อนหลุดไปถึงมหาลัย’
ฉันเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังไปถึงปลายเท้า เมื่อเงยหน้าขึ้นมองพี่เหนือและวินที่ยังคงเผชิญหน้ากันอยู่ ฉันก็ตระหนักได้ทันทีว่าเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า... มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหายนะที่กำลังจะมาถึงเท่านั้น
ชาพีชหวานน้อยหวังว่าตอนนี้นักอ่านที่น่ารักจะยังไม่หัวใจวายไปเสียก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ•ตอนที่ 37
สถานะที่ไม่ชัดเจน
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!