วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ•ตอนที่ 37

สถานะที่ไม่ชัดเจน

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
“พี่เหนือคะ... นี่พี่จะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกันแน่?” คำถามที่ฉันอัดอั้นมาตลอดทางหลุดออกจากปากทันทีที่ร่างสูงใหญ่ของคนตรงหน้าหยุดเดิน มือหนาที่กุมข้อมือฉันไว้แน่นตั้งแต่หน้าคณะวิศวะฯ ค่อยๆ คลายออกช้าๆ พี่เหนือหันกลับมาเผชิญหน้ากับฉันใต้แสงไฟสลัวของทางเดินตึกคณะที่เริ่มเงียบเชียบในยามค่ำคืน เขายืนนิ่ง ใบหน้าคมสันภายใต้กรอบแว่นสายตาที่มักจะดูเนี้ยบเฉียบคมเสมอนั้นเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก แววตาคู่คมที่เคยดุใส่วินเมื่อชั่วโมงก่อน ตอนนี้กลับดูว่างเปล่าจนน่าใจหาย “พี่ก็แค่... ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของของพี่” ประโยคนั้นสั้นห้วน แต่มันทำเอาหัวใจฉันกระตุกวูบ พี่เหนือขยับเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ผสมกับกลิ่นไอแดดจางๆ บนเสื้อช็อปของเขา เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าของเราห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงปลายจมูก “ของ... ของพี่งั้นเหรอคะ?” ฉันถามเสียงสั่น พยายามรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย พี่เหนือทำแบบนี้... น้ำขิงสับสนนะคะ” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูขมปร่า มือหนาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าฉันอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นมันอ่อนโยนจนฉันแทบละลาย แต่มันก็น่าเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน เพราะฉันไม่รู้เลยว่าเขากำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ “อยากรู้เหรอว่าเราเป็นอะไรกัน” เขาถามเสียงต่ำ พลางใช้นิ้วชี้แตะลงที่ปลายคางฉันเบาๆ “งั้นก็ลองสังเกตดูให้ดีสิ ว่าที่ฉันทำอยู่ทุกวันนี้ มันยังเรียกได้ว่าเป็นแค่ ‘พี่ชาย’ อีกงั้นเหรอ?” ฉันนิ่งค้างไปเหมือนถูกมนต์สะกด ความรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับพันตัวบินวนอยู่ในท้อง แววตาของเขาที่มองมามันเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย แต่มันก็ยังไม่ชัดเจนพอที่จะให้ฉันกล้าหวังอะไรมากไปกว่านี้ “แต่พี่วินเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะคะ” ฉันพยายามเถียงเบาๆ แม้ในใจจะเริ่มรวนเร “เขาเป็นเพื่อนสนิทน้ำขิง เราโตมาด้วยกัน พี่เหนือไม่มีสิทธิ์ไปพูดจาตัดหน้าเขาแบบนั้น” ทันทีที่ฉันพูดถึงชื่อ ‘วิน’ แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่ก็วูบหายไป เปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่ทำเอาฉันหนาวสันหลังวาบ พี่เหนือถอยห่างออกไปก้าวหนึ่ง ก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วหันหลังให้ฉันดื้อๆ “ถ้าชอบเขามาก ก็ไปหาเขาซะสิ จะมายืนถามหาคำตอบจากคนอย่างฉันทำไม” คำพูดตัดพ้อที่ฟังดูเอาแต่ใจทำให้ฉันเม้มปากแน่น ความน้อยใจที่สะสมมานานเริ่มก่อตัวขึ้นจนขอบตาร้อนผ่าว เขาชอบทำแบบนี้เสมอ ชอบดึงฉันเข้าไปใกล้แล้วผลักไสออกไปทุกครั้งที่เขาไม่พอใจ “น้ำขิงไม่ได้บอกว่าชอบพี่วินสักหน่อย! ที่น้ำขิงมาเพราะน้ำขิงแคร์พี่เหนือต่างหาก...” ฉันหลุดปากออกไปโดยไม่ทันได้ยั้งคิด ความเงียบเข้าปกคลุมทันที พี่เหนือหยุดเดิน เขาไม่ได้หันกลับมา แต่ฉันสังเกตเห็นแผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวเพียงเล็กน้อย เขาแค่นยิ้มออกมาเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาหาฉันอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาของเขามันวาววับไปด้วยความรู้สึกที่ฉันอ่านไม่ออก “แคร์งั้นเหรอ?” เขาเดินตรงเข้ามาประชิดตัวฉันอีกครั้ง คราวนี้เขาต้อนฉันจนหลังติดกับผนังตึก มือแกร่งทั้งสองข้างยกขึ้นกั้นฉันไว้ในวงแขน “ถ้างั้นแสดงว่าสิ่งที่ฉันทำไปทั้งหมด... ก็ถือว่าได้ผลสินะ” “พี่เหนือ... ปล่อยนะคะ” ฉันพยายามเบี่ยงตัวหนี แต่เขากลับยิ่งโน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเราแทบจะแตะกัน “ถามตัวเองดูดีๆ น้ำขิง” เสียงเขากระซิบอยู่ข้างหู ลมหายใจร้อนผ่าวทำเอาขนอ่อนทั่วร่างฉันลุกซู “ว่าที่เธอสับสนน่ะ เพราะเธอไม่รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน หรือเพราะเธอรู้ดีอยู่แล้ว... แต่แค่ไม่อยากยอมรับความจริงกันแน่” หัวใจของฉันเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก ความสับสน ความตื่นเต้น และความหวาดหวั่นผสมปนเปกันจนฉันไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป คำพูดของเขาเหมือนกุญแจที่ไขประตูความรู้สึกที่ฉันแอบซ่อนไว้ลึกสุดใจมาตลอด แต่ก่อนที่ฉันจะได้หาคำตอบให้ตัวเอง เสียงหนึ่งก็แทรกผ่านความเงียบงันขึ้นมา “เฮ้ย! สองคนนั้นน่ะ ทำอะไรกันน่ะ!” เราทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว พี่เหนือหันไปมองต้นเสียงที่เดินตรงมาทางนี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ต่างจากฉันที่ใจสั่นรัวด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าคือใคร ลมหายใจของฉันก็แทบหยุดลง วินเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเรา ดวงตาคู่คมของเขาจ้องมองพี่เหนือเขม็งก่อนจะหันมามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามที่คาดคั้น “น้ำขิง... กลับเถอะ ฉันไปรอที่รถนานแล้วนะ” วินพูดเสียงเรียบ แต่สายตาที่เขามองพี่เหนือไม่ได้เรียบตามไปด้วย “แล้วคุณน่ะ... จะรังแกคนของผมไปถึงไหน” วินคว้าข้อมือฉัน หมายจะดึงให้เดินตามไป แต่พี่เหนือกลับคว้าข้อมืออีกข้างของฉันไว้แน่น แรงดึงจากทั้งสองฝั่งทำให้ฉันเซถลาไปมาเหมือนตุ๊กตาที่กำลังถูกฉีกกระชาก “ใครเป็นคนของนาย” พี่เหนือถามเสียงเย็นจัด นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่วิน “อย่ามาพูดจาพล่อยๆ ในที่ของฉัน... ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” สถานการณ์เริ่มตึงเครียดจนอากาศรอบตัวดูเหมือนจะเบาบางลง วินกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างท้าทาย ในขณะที่พี่เหนือแผ่รังสีคุกคามออกมาจนฉันแทบยืนไม่อยู่ ท่ามกลางศึกชิงตัวที่ไม่มีใครยอมใคร มือถือในกระเป๋ากระโปรงฉันก็สั่นขึ้นมาอย่างรุนแรง ฉันหยิบมันขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา หน้าจอที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดแสดงข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นตา แต่เมื่ออ่านข้อความนั้นจบ หัวใจของฉันก็หยุดเต้นไปชั่วขณะ ‘เลิกยุ่งกับผู้ชายคนนั้นซะ ถ้าไม่อยากให้คลิปวิดีโอตอนอยู่ที่สตูดิโอเมื่อวันก่อนหลุดไปถึงมหาลัย’ ฉันเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังไปถึงปลายเท้า เมื่อเงยหน้าขึ้นมองพี่เหนือและวินที่ยังคงเผชิญหน้ากันอยู่ ฉันก็ตระหนักได้ทันทีว่าเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า... มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหายนะที่กำลังจะมาถึงเท่านั้น ชาพีชหวานน้อยหวังว่าตอนนี้นักอ่านที่น่ารักจะยังไม่หัวใจวายไปเสียก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%