"ถ้าจะถือเยอะขนาดนี้ ก็เอาวางลงบ้างเถอะน้ำขิง มือเธอจะหักอยู่แล้ว"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแรงดึงจากกระเป๋าเป้ใบโตที่ฉันสะพายอยู่บนไหล่ถูกปลดออกอย่างเบามือ ฉันชะงักกึก หันไปมอง 'พี่เหนือ' ที่ตอนนี้ยืนทำหน้าดุ—ซึ่งความจริงก็คือหน้าปกติของเขา—พลางแย่งสมุดโปรเจกต์กองโตในอ้อมแขนฉันไปถือไว้เองเสียดื้อๆ
"พี่เหนือ! คือ... ขิงถือเองได้ค่ะ อีกนิดเดียวก็จะถึงห้องชมรมแล้ว" ฉันรีบปฏิเสธ พยายามจะคว้าสมุดคืน แต่พี่เขากลับเบี่ยงตัวหลบด้วยท่าทางที่ดูรำคาญแต่แฝงความใส่ใจอย่างประหลาด
"ดื้อไม่เข้าเรื่อง" เขาพึมพำ ดวงตาคมกริบคู่นั้นตวัดมองใบหน้าฉันครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปทางวินที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร "เพื่อนเธอ... ดูท่าทางจะช่วยอะไรไม่ได้มากนะ ถึงได้ปล่อยให้เธอถือของหนักจนมือสั่นแบบนี้"
วินที่ยืนอยู่ตรงนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแค่นยิ้มออกมา "ผมกำลังจะช่วยอยู่ครับพี่เหนือ พอดีคุยเรื่องงานกันเพลินไปหน่อย"
บรรยากาศระหว่างสองหนุ่มดูเหมือนจะมีกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นผ่าน พี่เหนือไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาเพียงแค่ปรายตามองวินด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะหันมาพยักพเยิดให้ฉันเดินนำไปทางตึกคณะวิศวะฯ แทนที่จะเป็นห้องชมรมบริหารฯ ตามที่ควรจะเป็น
"พี่เหนือคะ เราจะไปไหนกัน?" ฉันถามพลางเดินกึ่งวิ่งตามแผ่นหลังกว้างที่ก้าวฉับๆ อย่างมั่นคง
"ไปห้องแล็บของพี่" เขาตอบโดยไม่หันกลับมามอง "งานโปรเจกต์ของเธอที่ทำอยู่เนี่ย ถ้าจะแก้น่ะ มันต้องใช้ซอฟต์แวร์ที่เครื่องคอมพิวเตอร์คณะบริหารฯ สเปกไม่ถึง... เดี๋ยวพี่จัดการให้"
คำพูดที่ดูเหมือนจะดุแต่กลับยื่นมือเข้ามาช่วยในจังหวะที่ฉันกำลังจนตรอก ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้ แต่ดูเหมือนช่วงนี้พี่เหนือจะ 'รุก' หนักกว่าปกติ ทั้งการแอบเอาโกโก้ร้อนมาวางไว้ที่โต๊ะเรียนตอนเช้า หรือการอาสามาส่งที่หอพักทั้งที่ระยะทางไกลลิบ
เมื่อเข้ามาในห้องแล็บที่เย็นเฉียบด้วยเครื่องปรับอากาศ พี่เหนือวางสมุดลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ก่อนจะจัดแจงเลื่อนเก้าอี้ให้ฉันนั่ง "นั่งลง แล้วเปิดไฟล์มา"
ฉันทำตามอย่างว่าง่าย ระหว่างที่นั่งดูพี่เหนือขยับนิ้วรัวลงบนแป้นพิมพ์เพื่อแก้ไขงานให้ฉันอย่างคล่องแคล่ว ความเงียบในห้องแล็บก็เริ่มกดดันมากขึ้น แต่เป็นความกดดันที่ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งหัวใจ พี่เหนือดูตั้งใจมาก แว่นสายตากรอบบางที่เขาสวมอยู่ทำให้เขามีเสน่ห์จนฉันแทบละสายตาไม่ได้
"มองอะไร" เขาถามขึ้นโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ
"เปล่าค่ะ..." ฉันรีบก้มหน้าลงแทบไม่ทัน ความร้อนพุ่งขึ้นมาบนใบหน้าจนต้องยกมือขึ้นมาพัดเบาๆ "แค่คิดว่า... ช่วงนี้พี่เหนือช่วยขิงบ่อยเกินไปหรือเปล่า"
พี่เหนือหยุดพิมพ์ชั่วขณะ เขาค่อยๆ หันเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับฉัน สายตาคมคู่นั้นดูอ่อนลงกว่าปกติมาก จนฉันเกือบจะเผลอจมลงไปในความลึกซึ้งของมัน
"แล้วคิดว่าทำไปทำไมล่ะ?" เสียงของเขาเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความรู้สึกฉัน "คิดว่าคนอย่างเหนือต้องมานั่งเสียเวลาแก้โปรเจกต์ให้ใคร ถ้าคนคนนั้นไม่ได้สำคัญมากพอ"
ลมหายใจของฉันสะดุดกึก เขากำลังจะพูดอะไร... เขากำลังจะบอกว่าเขารู้สึกอย่างไรกับฉันอย่างนั้นเหรอ? ในหัวฉันตีกันยุ่งเหยิง ทั้งตื่นเต้น ทั้งเขินอาย จนทำอะไรไม่ถูก
"ขิง... ขิงไม่แน่ใจค่ะ พี่เหนือเป็นคนดี..."
"อย่าเพิ่งพูดคำว่าคนดี" เขาขัดขึ้น เสียงของเขาทุ้มต่ำและจริงจัง "เพราะที่ทำอยู่นี่ ไม่ใช่เพราะอยากเป็นคนดี แต่เพราะอยากเป็น 'คนของเธอ' มากกว่า"
ห้องแล็บทั้งห้องเหมือนหยุดหมุนทันที ประโยคที่ดูเหมือนจะเป็นการหยอดมุกแบบวิศวะฯ ปากแข็ง กลับฟังดูหนักแน่นและจริงใจจนฉันไปต่อไม่ถูก ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวเหมือนกลองชุด
ทว่า... ก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยคำใดออกไป เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของฉันก็ดังแทรกขึ้นมา จีจี้ส่งข้อความมาด่วน พร้อมกับไฟล์รูปภาพบางอย่าง
ฉันรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู และหัวใจของฉันก็ต้องร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันทีที่เห็นภาพที่จีจี้ส่งมา เป็นภาพถ่ายของวินที่กำลังยืนคุยกับใครบางคนในมุมมืดของลานจอดรถ แต่คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือคนที่มีความขัดแย้งกับคณะวิศวะฯ มาตลอด และดูเหมือนจะเป็นคนที่พี่เหนือพยายามจะสืบเรื่องการทุจริตในโปรเจกต์ใหญ่ของคณะอยู่
"นั่นมัน...?" พี่เหนือชะโงกหน้าเข้ามาดูภาพในโทรศัพท์ของฉันพอดี ดวงตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาในทันที
"นี่มันหมายความว่ายังไงน้ำขิง" พี่เหนือถามด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากความนุ่มนวลเมื่อครู่ เป็นความเคร่งขรึมและเยือกเย็น "วินเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยงั้นเหรอ?"
ก่อนที่ฉันจะได้อ้าปากอธิบาย เสียงเคาะประตูห้องแล็บก็ดังขึ้นพร้อมกับการเปิดเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ วินเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเย็นชาที่ต่างจากทุกครั้งที่ฉันเคยเห็น
"พอดีผมเดินมาตามน้ำขิงน่ะครับพี่เหนือ" วินพูดพลางกวาดสายตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังค้างภาพโครงสร้างงานโปรเจกต์อยู่ "เห็นทีผมคงต้องพาน้ำขิงกลับไปก่อน เพราะดูเหมือนพี่กำลังจะดึงเธอเข้ามาพัวพันกับเรื่องที่เธอไม่ควรยุ่งด้วย... เรื่องที่อาจจะทำให้เธอกลายเป็นคนทรยศในสายตาเพื่อนๆ ได้เลยนะ"
อากาศในห้องเหมือนถูกสูบออกไปจนหมด พี่เหนือลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับวิน สายตาของทั้งคู่ดุจดั่งมีดที่กรีดแทงเข้าหากัน ฉันยืนตัวแข็งอยู่ตรงกลางระหว่างความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะพังทลายลงในพริบตาเดียว
ชาพีชหวานน้อยหวังว่าตอนนี้นักอ่านที่น่ารักจะยังไม่หัวใจวายไปเสียก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ•ตอนที่ 38
การพิสูจน์ความจริงใจ
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!