วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ•ตอนที่ 6

คำดุที่แฝงไปด้วยความห่วงใย

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
“น้ำขิง! นี่เธอทำอะไรลงไปอีกเนี่ย!” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยตวาดลั่นห้องทำงานกลุ่มทันทีที่เห็นหยดเลือดสีแดงสดร่วงเผาะลงบนพิมพ์เขียวงานโปรเจกต์ตัวสำคัญ น้ำขิงสะดุ้งสุดตัว มือเล็กที่สั่นเทาจากการเพิ่งโดนคัตเตอร์บาดรีบคว้าชายเสื้อตัวเองมาซับแผลไว้พลางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เธอไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว... ความซุ่มซ่ามที่เป็นเหมือนคำสาปประจำตัวของเธอ “คือ... ขิงแค่จะแก้แบบนิดหน่อยเองค่ะ แต่มันลื่น...” เสียงของเธอแผ่วลงจนแทบหายไปในลำคอเมื่อเห็นคิ้วเข้มของคนตรงหน้าขมวดมุ่นจนแทบจะผูกเป็นปม พี่เหนือพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ความเงียบของเขานี่แหละที่ทำให้น้ำขิงรู้สึกผิดยิ่งกว่าโดนดุเสียอีก ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดช็อปวิศวะตัวเก่งเดินดุ่มเข้ามาใกล้ เขาคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้อย่างถือวิสาสะก่อนจะดึงร่างบางไปที่อ่างล้างมือมุมห้อง “ล้างน้ำสะอาดเดี๋ยวนี้” เขาสั่ง เสียงดุๆ นั้นไม่ได้มีความอ่อนหวานเลยแม้แต่น้อย แต่สัมผัสที่เขากำลังจับมือเธอไปรองน้ำนั้นกลับแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเธอจะบุบสลายไปมากกว่านี้ น้ำขิงเม้มปากแน่น ลอบมองเสี้ยวหน้าคมสันของคนที่กำลังตั้งอกตั้งใจล้างแผลให้เธออย่างเงียบเชียบ พี่เหนือเป็นคนแบบนี้เสมอ ปากบอกว่ารำคาญ แต่ไม่เคยปล่อยให้เธอต้องจัดการความผิดพลาดของตัวเองเพียงลำพังเลยสักครั้ง สายตาที่เขามองนิ้วมือของเธอมันมีทั้งความหงุดหงิดและความเป็นห่วงที่ปิดไม่มิด “เจ็บไหม” เขาถามสั้นๆ หลังจากซับเลือดออกจนหมด “นิดหน่อยค่ะ...” “นิดหน่อยของเธอน่ะ เลือดโชกขนาดนี้เนี่ยนะ” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหยิบกล่องปฐมพยาบาลเล็กๆ ออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเขาเอง นั่นทำให้น้ำขิงถึงกับชะงัก นี่เขาเตรียมอุปกรณ์พวกนี้ไว้เพื่อเธอคนเดียวเลยหรือเปล่านะ? ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน พี่เหนือบรรจงใส่ยาและแปะพลาสเตอร์ยาให้อย่างทะนุถนอม นิ้วเรียวยาวของเขาเย็นเฉียบแต่มันกลับทำให้น้ำขิงรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน “ทีหลังจะทำอะไรก็ให้ระวังหน่อย ไม่ใช่สักแต่จะทำไปโดยไม่ดูอะไรเลย แบบงานนี้พี่ไม่ได้ให้เธอทำคนเดียวเสียหน่อย ถ้าบาดเจ็บขึ้นมาแล้วใครจะรับผิดชอบ” เขาบ่นงึมงำขณะเก็บอุปกรณ์ “ก็ขิงอยากช่วยพี่เหนือนี่คะ...” เธอสวนกลับเบาๆ พี่เหนือชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสบตาเธอ สายตาคมกริบคู่นั้นวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม “ไปนั่งพักที่โซฟาไป อย่ามาเพ่นพ่านแถวนี้ เดี๋ยวงานพังมากกว่าเดิม” น้ำขิงทำหน้ามุ่ยแต่ก็ยอมเดินไปนั่งตามคำสั่ง เธอแอบมองแผ่นหลังกว้างของเขาที่กลับไปจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า จังหวะที่เขาขยับตัว แสงไฟสลัวในห้องทำงานส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่ดูเคร่งขรึมนั้นช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน เธอเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็ต้องชะงักลงเมื่อเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเธอสั่นรัว เป็นข้อความจาก ‘วิน’ ที่ส่งมาพร้อมรูปถ่ายที่ทำให้ลมหายใจของน้ำขิงสะดุดกึก *‘พรุ่งนี้ว่างไหม? ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอก... เรื่องที่เธอควรจะรู้เกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของครอบครัวเธอ ที่ลุงของเธอเก็บเป็นความลับมาตลอด’* น้ำขิงตัวเย็นเฉียบ มือที่เพิ่งโดนทำแผลสั่นระริกโดยไม่อาจควบคุม ความลับเรื่องชาติกำเนิดที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนกำลังจะถูกเปิดเผยจากปากของคนที่พี่เหนือไม่ชอบหน้าที่สุด... และในวินาทีที่เธอกำลังจะเก็บโทรศัพท์ เสียงประตูห้องทำงานก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคน “พี่เหนือครับ... ผมว่าถึงเวลาที่เราต้องคุยเรื่องโครงการ 'ความลับตระกูลวรโชติ' กันได้แล้วนะ” คนมาใหม่ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นวินที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ และจังหวะนั้นเองที่พี่เหนือหันขวับมามองน้ำขิงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความห่วงใยเหมือนเมื่อครู่ แต่มันคือแววตาของคนที่กำลังตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต! ขอบคุณรี้ดที่น่ารักของชาพีชหวานน้อยทุกคนนะคะที่คอยติดตามความสัมพันธ์ที่กำลังลุ้นระทึกของทั้งคู่ค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับยัยแม่มดฝึกหัดป่วนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%