กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ราคาถูกลอยอวลอยู่ในห้องทำงานที่ถูกปิดทึบ ปราศจากแสงแดดภายนอก มีเพียงแสงสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่สาดส่องลงบนแฟ้มเอกสารปกสีน้ำตาลซีด ดวงตาของกวินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่ด้วยความตื่นตระหนกแบบคนธรรมดา หากแต่เป็นการหยุดนิ่งของม่านตาที่ประมวลผลข้อมูลอันน่าสะพรึงกลัวอย่างรวดเร็วภายใต้กรอบของตรรกะ
มุมซ้ายบนของกระดาษแผ่นนั้น ปรากฏลายมือหวัดๆ ที่เขาจำได้แม่นยำยิ่งกว่าลายมือของตนเอง มันคือลายเซ็นของศาสตราจารย์แพทย์ผู้ล่วงลับ—อาจารย์ผู้เคยชี้ทางสว่างให้เขาในเส้นทางนิติเวช แต่ก็เป็นคนเดียวกันกับที่ทิ้งความอัปยศและรอยด่างพร้อยไว้ในคดีเมื่อห้าปีก่อน จนทำให้ครอบครัวของเขาต้องพังทลายลง
"คุณดูเหมือนคนเพิ่งเห็นผี... หมอกวิน"
เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของรินดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เธอไม่ได้ขยับตัวเข้าใกล้ แต่ดวงตาคมกริบภายใต้เงาสลัวคู่นั้นกวาดมองปฏิกิริยาของเขาอย่างละเอียดถี่ถ้วน รินยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างที่ถูกปิดตายด้วยมู่ลี่สีทึบ ในมือของเธอมีซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่แต่ยังไม่ได้จุดสูบ มันเป็นท่าทางยามเครียดที่เขาเห็นจนชินตา
"ไม่ใช่ผีหรอกครับริน..." กวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา แต่สันกรามของเขากลับนูนเด่นขึ้นจากการขบกรามแน่น "ผีไม่มีตัวตนและไม่ทิ้งลายมือที่ยังมีกลิ่นอายของลมหายใจไว้บนกระดาษแบบนี้หรอก"
กวินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสาร สายตาของแพทย์นิติเวชผู้เคยเยือกเย็นและยึดมั่นในวิทยาศาสตร์อย่างไร้รอยด่าง ปรากฏรอยร้าวบางๆ ที่ยากจะปิดบัง รินหรี่ตาลงเล็กน้อย เธอเดินเข้ามาใกล้แสงไฟ ก้าวเท้าอย่างเงียบเชียบราonaแมวป่า ก่อนจะก้มลงมองเอกสารในมือเขา
"ชื่อของอาจารย์คุณ..." รินพึมพำ ออกเสียงชื่อนั้นราวกับมันมีพิษสง "คนที่คุณเคยบอกว่าตายไปแล้วด้วยโรคหัวใจในห้องทำงานเมื่อห้าปีก่อน... คนที่เผาศพไปต่อหน้าต่อตาคุณที่วัดทุ่งครุ"
"ถูกต้องครับ" กวินตอบสั้นๆ นิ้วเรียวยาวของเขาพลิกกระดาษแผ่นนั้นอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าหมึกบนกระดาษจะลบเลือน หรือบางที... กลัวว่ามันจะเป็นภาพหลอนที่เกิดจากความรู้สึกผิดในจิตใต้สำนึกของตนเอง "ศัตรูของเราไม่ได้แค่เล่นกับศพในสนามชันสูตร... เขากำลังเล่นกับอดีตของผม เขากำลังบอกว่า สิ่งที่ผมเคยเชื่อมั่นว่าเป็นความจริง อาจเป็นแค่ภาพลวงตาที่ถูกจัดฉากตั้งแต่แรกเริ่ม"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ส่งเสียงครางต่ำๆ แข่งกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังสะท้อนอยู่ในอกของกวิน รินไม่พูดอะไร เธอเอื้อมมือเรียวไปหยิบกระดาษอีกแผ่นที่แนบมาด้วย มันเป็นกระดาษโน้ตสีเหลืองฉีกจากสมุดบันทึกราคาถูก ข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือเดียวกันถูกแปะไว้ด้วยเทปกาวใส
*‘ความจริงที่ตายไปแล้ว... มักจะกลับมาทวงหนี้เสมอ’*
รินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความหยันหยาก "คลาสสิกดีนี่ครับ... ฆาตกรยุคนี้ชอบเล่นเกมจิตวิทยามากกว่าจะใช้มีดหรือปืนเสียอีก สงสัยเขาคงดูหนังฆาตกรต่อเนื่องมามากเกินไปหน่อย"
"ไม่ใช่การเล่นเกมหรอกริน" กวินวางแฟ้มลงบนโต๊ะ ชันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความต่างของส่วนสูงทำให้เขาก้มมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยกระแสความคิดอันซับซ้อน "คนที่เลือกใช้วิธีนี้ รู้จักจุดอ่อนในอดีตของผมดีเกินไป คนๆ นี้ไม่ได้แค่อยากท้าทายตำรวจหรือนิติเวช แต่เขากำลังตั้งใจจะรื้อถอนรากฐานทางจริยธรรมทั้งหมดที่ผมสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากความรู้สึกผิด"
"แล้วคุณจะทำอย่างไรล่ะ?" รินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของอดีตนักสืบสาวฉายแววระแวงระวังและดุดันในคราวเดียวกัน "วิ่งแจ้ไปสารภาพผิดกับตำรวจว่าอาจารย์ของคุณอาจจะยังไม่ตายงั้นหรือ? หรือจะปล่อยให้ความรู้สึกผิดครอบงำจนเดินเข้าไปติดกับดักที่มันขุดรอไว้?"
"ผมไม่เคยวิ่งหนีปัญหา ริน... คุณก็รู้" กวินตอบเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคมราวกับใบมีดที่ซักจนขึ้นเงา "ถ้าเขาอยากเล่นเกมกับอดีตของผม ผมก็จะเปิดดูไพ่ใบสุดท้ายของเขาให้รู้ว่า... ใต้เงาของอาจารย์ที่ตายไป มีความลับอะไรที่ถูกฝังกลบไว้กันแน่"
ก่อนที่รินจะได้ทันตอบโต้อะไร เสียงบางอย่างก็ดังแทรกขึ้นมาจากความเงียบ
*กริ๊ก...*
มันเป็นเสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากด้านนอกประตูห้องทำงาน เสียงที่คนทั่วไปอาจมองข้าม แต่สำหรับอดีตนักสืบและแพทย์นิติเวชผู้คลุกคลีกับความตายมาค่อนชีวิต เสียงนั้นมีความหมายชัดเจนเกินกว่าจะเพิกเฉย
รินสะดุ้งเล็กน้อย มือเรียวขยับไปแตะที่เอวโดยสัญชาตญาณ—บริเวณที่ซองปืนพกถูกซ่อนไว้ใต้เสื้อแจ็กเก็ตหนังสีเข้ม สายตาของเธอเปลี่ยนจากความเยือกเย็นเป็นความดุดันดั่งสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนมุม ในขณะที่กวินยังคงยืนนิ่ง ดวงตาคมกريบจ้องมองไปยังบานประตูไม้เนื้อแข็งที่ปิดสนิท
ไม่มีการเคาะ ไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ ทั้งสิ้น
ลูกบิดประตูค่อยๆ หมุนช้าๆ จากทางด้านนอก...
รินส่งสัญญาณมือห้ามกวินขยับ เธอเคลื่อนตัวไปแนบชิดกับผนังด้านข้างของประตู เตรียมพร้อมที่จะกระโจนออกไปทันทีที่บานประตูเปิดอ้าออก ความตึงเครียดในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะจับต้องได้ เสียงลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นจังหวะเดียวกันท่ามกลางความมืดมล
*แกร็ก...*
ประตูถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า ความมืดจากทางเดินด้านนอกทาบทับเข้ามาในห้อง เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มยืนนิ่งอยู่ตรงกรอบประตู แสงไฟสลัวจากภายในห้องสะท้อนกระทบกับวัตถุบางอย่างในมือของแขกผู้มาเยือน—มันไม่ใช่มีดและไม่ใช่ปืน...
แต่มันคือกล่องพัสดุกระดาษสีน้ำตาลขนาดเล็ก ที่มีคราบสีแดงเข้มแห้งกรังเปรอะเปื้อนอยู่บนฝากล่อง พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก
กวินหรี่ตาลง หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อจำลักษณะของกล่องใบนั้นได้ทันที—มันคือกล่องเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อชีวภาพชนิดเดียวกับที่ใช้ในห้องผ่าตัดของสถาบันนิติเวช
รินพุ่งตัวออกไปหมายจะตะครุบเงาร่างนั้นทันที แต่ทว่า... เมื่อมือของเธอคว้าจับเข้าที่ปกเสื้อของอีกฝ่าย เงาร่างนั้นกลับสลายความตึงเครียดด้วยการปล่อยกล่องลงบนพื้น และเอ่ยประโยคเรียบง่ายที่ทำให้เลือดในกายของกวินเย็นเฉียบ
"อาจารย์ฝากความคิดถึงมาให้... ลูกศิษย์คนโปรด"
ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปในความมืดมนแห่งตรรกะนี้ด้วยกันนะครับ—พยานปากเอก
นิติเวชผู้สาปแช่งกับพยานที่ไร้เงา•ตอนที่ 4
จดหมายจากเงามืด
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชผู้สาปแช่งกับพยานที่ไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!