กลิ่นคาวสนิมเหล็กและฟอร์มาลีนจาง ๆ บนปลายนิ้วยังคงติดแน่น แม้กวินจะล้างมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อรอบที่สามแล้วก็ตาม
ร่างสูงในเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดสะอ้านยืนนิ่งอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ดขนาดใหญ่ในห้องชันสูตร ร่างกายของเขาตึงเครียดราวกับลวดสปริงที่ถูกขดไว้จนสุดแรง บนกระดานนั้นเต็มไปด้วยภาพถ่ายรอยแผล ข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์ และเส้นด้ายโยงใยที่พยายามปะติดปะต่อความจริงจากศพไร้ญาติเมื่อคืนวาน
ทว่า เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูกลับดึงสติของแพทย์นิติเวชอัจฉริยะให้หลุดออกจากภวังค์
รินยืนกอดอกพิงกรอบประตู ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดตามองกระดานไวท์บอร์ดด้วยแววตาเย้ยหยัน มุมปากของอดีตนักสืบสาวกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความขบขัน แต่มันคือความเหนื่อยหน่ายที่สะสมมาจากระบบเน่าเฟะที่เธอเคยวิ่งไล่ตามมาค่อนชีวิต
"คุณกำลังพยายามเกลี่ยกลบความเน่าเฟะของสังคมด้วยสมการฟิสิกส์อีกแล้วสินะ หมอกวิน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันในห้องสี่เหลี่ยมทึบแสงนี้ได้อย่างราบคาบ
กวินชะงักมือที่กำลังถือปากกาไวท์บอร์ด เขาค่อย ๆ วางมันลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น หันกลับมาเผชิญหน้ากับคู่หูจำเป็นด้วยสายตาที่เรียบเฉยแต่คมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด "วิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหกใคร ริน รอยช้ำระดับสามบนต้นแขนซ้ายกับมุมของรอยฉีกขาดใต้ราวนม มันบอกทิศทางแรงกระแทกได้อย่างแม่นยำยิ่งกว่าปากของพยานปากเอกคนไหนในเมืองนี้เสียอีก"
"แต่ศพมันพูดไม่ได้!" รินก้าวเท้าเข้าหาด้วยแรงกดดันที่คุกคาม เธอหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานเพียงก้าวเดียว ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "คุณมัวแต่ก้มหน้ามองหาความยุติธรรมใต้กล้องจุลทรรศน์ จนลืมมองไปว่าฆาตกรมันไม่ได้ใช้ทฤษฎีแรงโน้มถ่วงในการลงมือ มันใช้สันดานดิบและความอำมหิต ซึ่งสิ่งนั้น... ไม่มีทางตรวจพบในห้องแลปของคุณหรอก"
บรรยากาศรอบตัวพวกเขาร้อนระอุขึ้นมาทันที อุณหภูมิในห้องชันสูตรที่เย็นยะเยือกดูเหมือนจะไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับแรงปะทะทางความคิดของคนทั้งคู่
กวินไม่ถอยหลัง เขาสบตากลับด้วยความเยือกเย็นที่ถูกหล่อหลอมมาจากความผิดพลาดในอดีต—อดีตที่เขาเคยปล่อยให้ความรู้สึกเข้ามาครอบงำการตัดสินใจ จนทำให้คนที่เขารักที่สุดต้องกลายเป็นศพบนเตียงนี้ "ถ้าเราสืบสวนด้วยสันดานดิบและความระแวงอย่างที่คุณทำ ตำรวจกับโจรมันก็แทบจะไม่ต่างกันเลยนะริน เราจะกลายเป็นแค่สัตว์ป่าที่ไล่ล่ากันในความมืดโดยใช้กฎแห่งการแก้แค้นเป็นบรรทัดฐาน"
"อย่างน้อยสัตว์ป่าก็รู้ว่าใครคือเหยื่อ และใครคือผู้ล่า!" รินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นระริกด้วยความโกรธ "ในขณะที่คุณนั่งเช็ดเครื่องมือแพทย์อย่างสบายใจ มีเหยื่ออีกกี่คนที่ต้องตายเพราะเรามัวแต่รอหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ต้องใช้เวลาสามวันในการวิเคราะห์ผล? ความยุติธรรมที่ล่าช้า ก็คือความอยุติธรรมดี ๆ นี่เอง"
กวินขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขึ้นตามแรงอารมณ์ที่เริ่มตีรวน เขาเกลียดคำพูดนี้... เกลียดเพราะมันไปจี้ถูกแผลเป็นในใจที่เขาพยายามกลบฝังมานานนับปี ความผิดพลาดที่เกิดจากการใช้อารมณ์ตัดสินคดีในอดีต ยังคงหลอกหลอนเขาในยามหลับใหล
"ถ้าคุณอยากใช้กำลังตัดสินโลกใบนี้ ทำไมคุณถึงลาออกจากตำรวจมาล่ะริน?" กวินย้อนถาม เสียงของเขาเบาลงแต่เฉียบคมบาดลึก "เพราะคุณรู้ไม่ใช่เหรอว่าระบบที่คุณบูชานักหนาม1ันพังทลายลงไปหมดแล้ว? คุณแค่อพยพความโกรธเกรี้ยวของตัวเองมาลงที่เหยื่อและคนรอบข้าง เพื่อกลบเกลื่อนความจริงที่ว่า... คุณเองก็ปกป้องใครไม่ได้เลย"
เพล้ง!
ความเงียบงันเข้าปกคลุมทันทีเมื่อสิ้นประโยค รินไม่ได้ใช้กำลังทำลายข้าวของตามที่กวินคาดคิด แต่ความนิ่งงันของเธอกลับน่ากลัวยิ่งกว่า ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหรี่ลงจนเหลือเพียงเส้นตรง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่แผ่รังสีอันตรายออกมาจากตัวเธอ
"คุณนี่มัน... เย็นชาจนน่าสมเพชจริง ๆ นะกวิน" รินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงของเธอนุ่มนวลแต่น่าขนลุก "คุณคิดว่าตัวเองเหนือกว่าทุกคน เพราะคุณถือใบปริญญาแพทย์และมีเครื่องมือราคาแพง แต่ความจริงแล้ว คุณก็แค่คนขี้ขลาดที่ใช้ศพพวกนี้เป็นเกราะกำบัง ไม่ให้ตัวเองต้องออกไปเผชิญหน้ากับความจริงอันโสมمข้างนอกนั่นต่างหาก"
เธอหันหลังให้เขาทันทีโดยไม่รอฟังคำแก้ตัว ฝีเท้าก้าวฉับ ๆ ไปที่ประตูด้วยความฉุนเฉียว แผ่นหลังที่ตึงเครียดสะท้อนความเปราะบางและทิฐิที่ค้ำคออยู่
กวินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือทั้งสองข้างที่กุมอยู่ข้างลำตัวสั่นเทาเล็กน้อย เขาอยากจะเอ่ยปากรั้งเธอไว้ด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ทิฐิและกรอบระเบียบที่เขายึดถือมาตลอดชีวิตกลับทำหน้าที่เป็นกำแพงกั้นกลาง
ทว่า... ก่อนที่มือของรินจะเอื้อมไปสัมผัสลูกบิดประตู เสียงบางอย่างก็ดังแทรกขึ้นมาจากความเงียบ
*กริ๊ก...*
ไม่ใช่เสียงจากประตูห้องชันสูตร แต่เป็นเสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ที่ดังมาจากมุมอืดมืดบริเวณล็อกเกอร์เก็บอุปกรณ์ด้านหลังสุดของห้อง ซึ่งควรจะเป็นพื้นที่ปิดตายและไม่มีใครอื่นนอกจากพวกเขา
กวินขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณความเป็นแพทย์นิติเวชและอดีตผู้เคยผ่านสมรภูมิชีวิตเตือนภัยเขาทันที เขาส่งสัญญาณมือห้ามรินที่กำลังจะหมุนลูกบิด รินชะงักฝีเท้า หันกลับมามองเขาด้วยความสงสัย ความขัดแย้งเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณนักสืบที่ตื่นตัวเต็มที่
กวินค่อย ๆ เอื้อมมือหยิบกรรไกรผ่าตัดสเตนเลสสตีลความยาวแปดนิ้วขึ้นมาจากถาดเครื่องมือ
รินชักปืนพกขนาด .38 ออกมาจากแจ็คเก็ตอย่างเงียบเชียบ เธอเคลื่อนตัวเข้าไปแนบชิดกับผนังห้อง ฝ่ายกวินก้าวเดินย่องไปตามเงาสลัวของตู้เก็บศพ เสียงลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะเดียวท่ามกลางความมืดที่โรยตัวลงมา
พวกเขาก้าวเข้าไปใกล้ล็อกเกอร์เป้าหมายทีละนิด กลิ่นฟอร์มาลีนถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนแปลกประหลาด—กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับบรรยากาศซากศพ
กวินใช้ด้ามกรรไกรผลักบานประตูล็อกเกอร์ที่แง้มอยู่ให้อ้าออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่รินเล็งปากกระบอกปืนไปข้างหน้า
ความว่างเปล่า... ไม่มีใครซ่อนอยู่หลังตู้ล็อกเกอร์
ทว่า บนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ กลับมีแฟ้มเอกสารลับสีน้ำตาลเข้มฉบับหนึ่งวางทิ้งไว้ บนหน้าปกมีรอยเปื้อนคราบเลือดสด ๆ ที่ยังไม่แห้งสนิท และตัวอักษรภาษาอังกฤษที่เขียนด้วยลายมือหวัด ๆ ว่า...
*‘ความจริงที่คุณค้นหา... แลกมาด้วยชีวิตของใครอีกคน’*
ดวงตาของกวินเบิกกว้างเมื่อก้มลงอ่านชื่อที่ปรากฏอยู่บนมุมซ้ายของแฟ้มเอกสารนั้น มันคือชื่อของอดีตอาจารย์แพทย์ผู้ล่วงลับ—บุคคลที่เป็นต้นเหตุของความผิดพลาดทั้งหมดในอดีตของเขาเอง
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคมมีดแห่งตรรกะไปด้วยกันนะครับ
นิติเวชผู้สาปแช่งกับพยานที่ไร้เงา•ตอนที่ 3
ความเห็นต่างที่นำไปสู่รอยร้าว
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชผู้สาปแช่งกับพยานที่ไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!