กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของห้องพักใต้ดินในเซฟเฮาส์ลับ ไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มภายในอกของรินรดาลดลงเลยแม้แต่น้อย เธอยืนพิงแผ่นหลังเข้ากับผนังปูนเปลือยที่เย็นเฉียบ ขณะที่สายตายังคงจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความหวาดกลัวและทิฐิอันแรงกล้า
คิรากร... ชื่อนี้เปรียบเสมือนคำพิพากษาจากนรก เขากำลังยืนค้ำหัวเธอในระยะประชิด ไอความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านปะทะเข้ากับผิวเนื้อของเธอจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาคมกริบคู่นั้นไร้ซึ่งความปรานี ราวกับเสือร้ายที่กำลังจ้องมองเหยื่อในกรงขัง
“คุณมันก็แค่เครื่องมือชิ้นหนึ่งของมาวิน” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาความเยือกเย็นของจิตแพทย์สาวผู้เคยผ่านเคสคนไข้จิตเวชมานับไม่ถ้วน แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวรากับกลองเพล “จับฉันมาแบบนี้ คิดเหรอว่ากฎหมายจะปล่อยคุณไป”
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความเงียบงันและสั่นประสาทคนฟังได้อย่างชะงักงัน เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกก้าว จนพื้นที่ว่างระหว่างกันถูกบีบอัดจนแทบไม่เหลืออากาศหายใจ ฝ่ามือหนาและหยาบกร้านจากการผ่านการจับอาวุธมาโชกโชน เอื้อมขึ้นคว้าปลายคางมนของเธอไว้ด้วยแรงบีบที่พอเหมาะ ไม่รุนแรงจนเจ็บ แต่เด็ดขาดพอที่จะบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ
“กฎหมายเหรอครับ รินรดา...” คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนที่มีกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน น้ำเสียงของเขาต่ำทุบและแหบพร่า ชวนให้ขนลุกซู่ “ในโลกที่ผมยืนอยู่ ไม่มีคำว่ากฎหมาย มีแค่คำว่า ‘คำสั่ง’ กับ ‘ความตาย’ เท่านั้น”
รินรดาเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อขัดขืนสัมผัสหยาดเยิ้มนั้น แต่คิรากรกลับใช้นิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากอิ่มของเธอเบาๆ อย่างจงใจยั่วเย้า สัมผัสที่สากระด้างแต่นุ่มนวลในคราวเดียวกันนั้น ทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วสันหลังของเธออย่างน่ากลัว
“จำใส่สมองอันปราดเปรื่องของคุณเอาไว้ให้ดีนะคุณหมอ...” คิรากรกระซิบชิดริมใบหู เสียงของเขาดุดันและทรงอำนาจจนเธอแทบสิ้นเรี่ยวแรง “อย่าได้คิดหนี หรือแม้แต่จะลองดีกับผมเป็นครั้งที่สอง เพราะต่อจากวินาทีนี้ไป...”
เขากดน้ำหนักเสียงลงต่ำ เน้นย้ำทีละคำด้วยความเยือกเย็นที่กรีดลึกถึงขั้วหัวใจ
“ผม... คือคนที่จะตัดสินความเป็นความตายของคุณ”
คำประกาศกร้าวราวมัจจุราชนั้นทิ้งน้ำหนักลงบนความเงียบงัน รินรดารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากฝ่ามือของเขาที่เลื่อนลงมาโอบกระชับรอบเอวคอดกิ่วอย่างถือสิทธิ์ ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายเสียจนสติสัมปชัญญะที่เธอพยายามประคับประคองมาตลอดทางเริ่มสั่นคลอน
“ปล่อยฉัน...” เธอพยายามผลักแผ่นอกกว้างของเขาออก แต่ร่างหนากลับนิ่งสนิทราวกับกำแพงหินผา แถมเขายังกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น จนแผ่นอกของเธอแนบชิดกับแผงอกเปลือยภายใต้เสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ของเขาอย่างไร้ช่องว่าง
“หึ ดื้อด้านเสียจริง...” คิรากรพึมพำชิดริมฝีปากของเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายวับวามด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้า ความถือดีของเธอยิ่งกระตุ้นให้สัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาอยากจะบดขยี้ให้แหลกคามือ
“ปล่อยบอกว่า...”
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อคิรากรไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอื้อnคำปฏิเสธอีกต่อไป ริมฝีปากหนาร้อนผ่าวทาบทับลงมาปิดกั้นเรียวปากอิ่มของเธออย่างอุกอาจและเร่าร้อน รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและการคุกคามทำให้รินรดาสะท้านเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สมองขาวโพลนไปหมดในชั่วพริบตา
ความนุ่มนวลไม่มีอยู่จริงในสัมผัสนี้ มันคือการจูบลงทัณฑ์ที่ทั้งดุดันและเรียกร้อง คิรากรขบเม้มริมฝีปากเธอบังคับให้เปิดออกรับความวาบหวามที่เขาป้อนให้อย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนล้ำลึกเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รินรดาพยายามทุบอกเขาเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดกลับไม่เป็นผล เมื่อมือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาล็อกท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้รับองศาจูบที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ร่างกายของเธอเริ่มอ่อนปวกเปียก ฤทธิ์แห่งความเย้ายวนอันตรายกำลังกัดกินสติของเธอทีละน้อย ความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นสะท้านที่วิ่งพล่านไปทั่วเรือนร่าง
ในขณะที่ริมฝีปากของทั้งคู่ยังคงเกี่ยวพันกันอย่างเร่าร้อน ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศอันรุนแรง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางบันไดด้านนอก ทำลายความเงียบของห้องใต้ดินลงอย่างกะทันหัน
คิรากรผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นคมปลาบดุดันในทันที เขาดึงรินรดามาหลบไว้ด้านหลังลำตัวหนา พร้อมกับมืออีกข้างที่ชักปืนพกสั้นขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว
ประตูกระจกฝ้าของห้องใต้ดินถูกกระชากเปิดออกด้วยความแรง พร้อมกับเงาร่างของชายชุดดำสามคนที่กรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ แต่สิ่งที่ทำให้คิรากรต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ไม่ใช่ลูกน้องของมาวิน...
แต่เป็นสัญลักษณ์รูปงูพิษสีทองที่สลักอยู่บนปกเสื้อของชายแปลกหน้ากลุ่มนั้น ซึ่งหมายถึงองค์กรคู่อริที่ควรจะตายตกไปจากสารระบบนี้ตั้งแต่สามปีก่อนแล้ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงความมืดนี้ด้วยกันนะครับ ภูริศร์
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น•ตอนที่ 2
สัมผัสอันตราย
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!