เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น•ตอนที่ 12

กลิ่นอายความตาย

ผลงานโดย ภูริศร์
เสียงโลหะกระทบกันดังเคร้ง ตามด้วยแรงกระแทกมหาศาลที่ทำให้บานประตูไม้สักหนาหนักสั่นสะเทือนจนฝุ่นผงร่วงหล่นลงมา รินรดาผุดลุกขึ้นจากเตียงด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างบางสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บของเซฟเฮาส์กลางป่าลึกแห่งนี้ แต่เป็นเพราะเงาดำที่ทาบทับอยู่หลังบานประตูนั้น ไม่ใช่มาวินอย่างที่พวกเขาคาดการณ์ไว้ "หลบไปข้างหลังผม" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของคิรากรดังขึ้นทันที พร้อมกับที่มือหนาคว้ากระบอกปืนสั้นสีดำสนิทขึ้นมาปลดเซฟด้วยความรวดเร็วและเงียบเชียบ แววตาของมือสังหารหนุ่มเปลี่ยนเป็นดุดันและไร้ความปรานีในเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอากาศรอบกายแทบจะเย็นเฉียบลงไปถนัดตา ปัง! เสียงปืนนัดแรกเจาะทะลุกรอบประตูไม้เข้ามา เศษไม้กระเด็นว่อน บ่งบอกว่าผู้มาเยือนไม่ได้มาดีและพร้อมที่จะฆ่าทุกคนที่ขวางทาง คิรากรไม่รอช้า เขาดึงร่างของรินรดาให้มาหลบอยู่หลังเสาปูนหนา, ท่าทางของเขาเด็ดเดี่ยวและมั่นคง ร่างสูงใหญ่กำบังเธอไว้มิดชิด ความใกล้ชิดในสถานการณ์เป็นตายเท่ากันทำให้รินรด้ารู้สึกได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่หนักแน่นผ่านแผ่นหลังกว้างที่แนบชิด แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ ความเป็นสุภาพบุรุษที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดิบเถื่อนของเขากลับทำให้เธอบุ่นเบาความกลัวลงไปได้บ้าง "พวกมันเป็นใคร..." รินรดาเอ่ยถามเสียงสั่น พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้ตื่นตระหนกจนเกินไป มือเรียวเล็กกำชายเสื้อของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว "ศัตรูเก่า... หรืออาจจะเป็นหมาป่าอีกฝูงที่อยากได้ตัวคุณไปต่อรองกับมาวิน" คิรากรตอบสั้นๆ สายตาคมกริบจดจ้องไปยังบานประตูที่กำลังถูกพังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โครม! สิ้นเสียงพังประตู ร่างของชายชุดดำสามคนในหน้ากากกันแก๊สพิษก็พุ่งทะยานเข้ามาในห้องพักผ่อนของเซฟเฮาส์ ความโกลาหลเริ่มต้นขึ้นในเสี้ยววินาที คิรากรไม่รอให้ตั้งตัว เขายิงสวนออกไปทันที กระสุนเจาะเข้าที่เป้าหมายอย่างแม่นยำไร้ความลังเล ร่างหนึ่งล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น แต่อีกสองคนที่เหลือกลับไวกว่า พวกมันระดมยิงตอบโต้จนเศษปูนและข้าวของกระจัดกระจาย "หมอบลง!" คิรากรคำรามลั่น พร้อมกับใช้แขนข้างหนึ่งโอบเอวบางของรินรดาให้หมอบราบไปกับพื้นห้อง กลิ่นดินปืนและควันจางๆ คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ความดุเดือดของการปะทะทำให้หัวใจของรินรดาแทบหยุดเต้น เธอซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างของเขา สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่กระชั้นชิดและความอบอุ่นจากร่างกายที่ปกป้องเธอไว้จากกระสุนมรณะ ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนี้ ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความผูกพันประหลาด สายตาของเธอเหลือบไปเห็นรอยแผลเป็นเก่าบนแขนของเขาที่เกิดจากการต่อสู้เพื่อปกป้องเธอ มันคือร่องรอยของความเจ็บปวดที่เขาแบกรับไว้ และความจริงที่ว่า... ผู้ชายเลือดเย็นคนนี้กำลังเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อเธอ ปัง! เสียงปืนนัดสุดท้ายดังขึ้น ตามมาด้วยความเงียบสงบที่น่ากลัว คิรากรค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นช้าๆ สายตากวาดมองสำรวจรอบห้องเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีใครเหลือรอด มือหนายังคงกำปืนแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ก่อนจะหันกลับมามองร่างบางที่ยังคงนั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น "ปลอดภัยแล้วครับ..." น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาตื่นตระหนกของเธอ รินรดาสบตากับเขา ความรู้สึกตื้นตันและโล่งใจตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาผ่าวร้อน เธอยื่นมือไปสัมผัสแขนแกร่งของเขาอย่างลืมตัว เพื่อตรวจดูว่าเขาได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ "คุณ... คุณไม่เป็นไรใช่ไหม" เธอถามเสียงแผ่วเบา คิรากรนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองมือเรียวที่วางอยู่บนแขนของเขา ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับเธอ ความอ่อนโยนเพียงชั่วครู่ถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ยากจะต้านทาน มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านทำให้รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความตึงเครียดจากภายนอกถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองที่รุนแรงเสียจนน่ากลัว "ผมไม่เป็นไร..." เขากระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่า "แต่พวกมันทำให้ผมเสียเวลา... และทำให้ผมต้องลงโทษคุณที่ดื้อรั้นจนพาตัวเองมาเสี่ยงอันตรายแบบนี้" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวไม่ใช่เพราะเสียงปืนอีกต่อไป แต่เป็นเพราะแววตาและน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นดุดันเย้ายวนของคนตรงหน้า เธอกำลังจะอ้าปากเถียง แต่ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขากลับทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกคำได้อย่างชะงัดนัก... ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังเปลี่ยนผ่านจากความตายไปสู่ห้วงเสน่หาอันร้อนแรง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางด้านนอกระเบียงหลังบ้าน เป็นจังหวะก้าวที่รวดเร็วและเป็นระเบียบเกินกว่าจะเป็นแค่ลูกสมกระจอก คิรากรชะงักการกระทำทันที ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความระแวง เขาดันรินรดาไปไว้ข้างหลังอีกครั้งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหันปากกระบอกปืนไปยังทิศทางของระเบียง แอ๊ด... เสียงเปิดประตูกระจกเลื่อนดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มของใครบางคนก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก... คนๆ นั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนที่คิรากรคิดว่าไม่มีวันได้เห็นหน้าอีกแล้วในชาตินี้! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%