กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนยามค่ำคืนในเซฟเฮาส์หลังน้อย รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางความมืด เสียงประตูกระจกเลื่อนที่ปิดลงพร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ก้าวเข้ามา ทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก
คนๆ นั้นไม่ใช่มาวิน... แต่เป็นบุคคลที่คิรากรเคยบอกว่า ไม่มีทางเหยียบมาถึงที่นี่ได้อีก
"ตกใจอะไรขนาดนั้นล่ะ คุณหมอคนสวย" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืด ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มก้าวออกมาใต้แสงไฟสลัวจากภายนอก รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏบนใบหน้าคมคายที่รินรดาจำได้แม่นในฐานะ "อดีตสหายร่วมสาบาน" ของคิรากร
เพล้ง!
เสียงแก้วน้ำในมือรินรดาร่วงหล่นแตกกระจายลงกับพื้น เรียกสติให้เธอกวาดสายตากลับไปยังทิศทางของเตียงนอน... คิรากรทรุดร่างลงคุกเข่ากับพื้นห้อง ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์จากการปะทะอย่างดุเดือดนอกเซฟเฮาส์ เลือดสีสดไหลซึมผ่านเสื้อเชิร์ตสีดำจนเปียกชุ่ม แต่แววตาของนักฆ่าผู้เยือกเย็นคู่นั้นยังคงดุดันและเต็มไปด้วยจิตสังหาร ทว่ามันกลับเจือไปด้วยความอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด
"กร..." รินรดาหลุดปากครางชื่อนั้นออกมาโดยไม่รู้ตัว
"สายไปแล้วล่ะคุณหมอ..." ผู้มาใหม่หัวroในลำคอ พร้อมกับชักอาวุธปืนสีดำสนิทขึ้นมาเล็งตรงไปยังร่างของคิรากรที่กำลังพยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืนด้วยศักดิ์ศรีอันดื้อรั้น "เพื่อนรักของฉันมันหมดฤทธิ์แล้ว คืนนี้... บัญชีแค้นของเราต้องชำระให้จบ"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม รินรดายืนอยู่ตรงกลางระหว่างอดีตอันดำมืดและวิถีกระสุนที่พร้อมจะปลิดชีวะของคนตรงหน้า สมองของเธอสั่งการให้ถอยหนีออกไปให้พ้นจากความอันตรายนี้ แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นดวงตาคมกริบของคิรากรที่เงยขึ้นสบตาเธอ... แววตาคู่นั้นไม่ได้ร้องขอความเห็นใจ แต่มันคือการประกาศศักดาและความท้าทายที่แม้แต่ความตายก็สยบเขาไม่ได้
ชั่วเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย รินรดาตัดสินใจก้าวเท้าออกไป... เธอไม่ได้วิ่งหนี แต่พุ่งเข้าไปขวางลำตัวระหว่างปากกระบอกปืนกับร่างสูงใหญ่ของคิรากรทันที!
"หยุดนะ!" เสียงหวานตวาดลั่นด้วยความเด็ดเดี่ยว แม้เรียวขาจะสั่นเทาแต่แววตาของจิตแพทย์สาวกลับแน่วแน่ "ถ้าแกจะฆ่าเขา แกต้องยิงฉันก่อน!"
ผู้มาใหม่ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ยหยันหายวับไปจากใบหน้า ดวงตาคมกวาดมองผู้หญิงที่กล้าเอาชีวิตมาขวางกระสุนปืนของเขาด้วยความประหลาดใจระคนสมเพช "กล้าหาญดีนี่... งั้นก็ตายไปพร้อมกันเลย"
นิ้วเรียวเตรียมเหนี่ยวไก แต่ก่อนที่กระสุนนัดแรกจะลั่นออกไป คิรากรที่อาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวมือปืนศัตรูราวกับเสือร้ายที่บาดเจ็บ เสียงเนื้อกระทบกันและเสียงต่อ10สู้ดังขึ้นอย่างรุนแรงในความมืด รินรดากรيدลั่นด้วยความตกใจก่อนจะถูกแรงเหวี่ยงจากร่างทั้งสองกระแทกเข้ากับผนังห้องจนจุก
การต่อสู้ดุเดือดเลือดพล่านจบลงอย่างรวดเร็วด้วยความเด็ดขาดของคิรากร แม้จะบาดเจ็บสาหัส แต่สัญชาตญาณนักฆ่าและแรงแค้นก็เพียงพอที่จะทำให้เขาหักข้อมือศัตรจนอาวุธหลุดร่วง ก่อนจะซัดหมัดหนักๆ เข้าที่ใบหน้านั้นจนอีกฝ่ายล้มฟุ้งหมดสติไปคาเท้า
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมเซฟเฮาส์อีกครั้ง ท่ามกลางเสียงหอบหายใจรุนแรงของคิรากร ร่างหนาทรุดฮวบลงกับพื้นอีกครั้งเนื่องจากเสียเลือดมากเกินไป บาดแผลฉีกขาดที่สีข้างและรอยกระสุนเฉี่ยวหัวไหล่ทำให้เลือดสดๆ ไหลนองพื้น
รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความโกรธ ทิฐิ และความกลัวตีรวนอยู่ในอก แต่เมื่อเห็นหยาดเหงื่อที่ผุดพรายบนใบหน้าคมคายของชายหนุ่ม เธอก็ไม่อาจยืนนิ่งดูดายได้อีกต่อไป
"คุณ... กร คุณไหวไหม" เธอก้าวเข้าไปใกล้ด้วยความลังเล ก่อนจะนั่งคุกเข่าลงข้างๆ มือเรียวสั่นเทาเอื้อมไปสัมผัสเสื้อเชิร์ตที่ชุ่มไปด้วยเลือดของเขา
คิรากรเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาที่เคยเย็นชาและดุดันบัดนี้กลับเจือด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่อ่านยาก รอยยิ้มฝืนๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก
"ห่วงผมเหรอ... คุณหมอใจร้าย" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดรดต้นคอทำให้รขนลุกซู่
"ฉันไม่ได้ห่วงคุณ... ฉันแค่ไม่อยากให้ใครมาตายในบ้านของฉันต่างหาก" เธอกล่าวปฏิเสธเสียงแข็ง พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง แต่ใบหน้าที่แดงก่ำกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด
คิรากรไม่พูดเปล่า เขามือหนาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงที่เหลืออยู่ ดึงร่างบางให้เซเข้าหาอ้อมอกกำยำของเขาอย่างไร้ทางขัดขืน ความร้อนจากอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นเพราะพิษบาดแผลและอาการไข้แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนรินรดารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองศึก
"ปากแข็ง..." คิรากรกระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าสั่นระริกด้วยความเร่าร้อนที่ถูกจุดประกายขึ้นท่ามกลางความเจ็บปวด "แต่ร่างกายคุณ... กำลังบอกความจริงผมทุกอย่าง"
ริมฝีปากร้อนจัดของเขาเคลื่อนเข้าประชิดลำคอระหงอย่างไร้การยินยอม รินรดาสูดปากครางแผ่วเบาด้วยความตกใจเมื่อสัมผัสเปียกชื้นและเรียวลิ้นร้อนลากไล้ผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่ม ความเจ็บปวดจากบาดแผลของชายหนุ่มไม่ได้ทำให้ความดุดันและเร่าร้อนของเขาลดน้อยลงเลย ตรงกันข้าม... มันกลับดิบเถื่อนและกระหายความอบอุ่นจากเรือนร่างนุ่มนิ่มของเธอมากขึ้นเป็นเท่าตัว
มือใหญ่ปัดป่ายไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง รินรดาพยายามจะขัดขืนแต่แรงมหาศาลและสัมผัสวาบหวามที่เขาจู่โจมอย่างไร้ความปรานีกลับทำให้สติของเธอกระเจิดกระเจิง ร่างกายของเธออ่อนปวกเปียกไปหมดทุกส่วน สมองขาวโพลนเมื่อริมฝีปากหยักประทับจูบหนักหน่วงลงบนเรียวปากอิ่มของเธอ บดขยี้ด้วยความเรียกร้องและดุดันจนรสชาติหวานปนคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงปาก
"กร... อย่า..." เธอกระซิบประท้วงด้วยน้ำเสียงที่ขาดห้วง เมื่อมือหนาเริ่มสอดลุกล้ำเข้าไปใต้ร่มผ้า ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มด้วยความกระหายที่ถูกกักเก็บไว้มานาน
คิรากรผละริมฝีปากออกเล็กน้อย ดวงตาคมกริบสีดำสนิทจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววปรารถนาและหวาดหวั่นปะปนกัน เขายิ้มเยาะที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะก้มลงกระซิบคำสั่งเด็ดขาดที่ริมฝีปากของเธอ
"คืนนี้... คุณหนีผมไม่พ้นหรอก รินรดา..."
...และก่อนที่รินรดาจะทันได้เปล่งเสียงปฏิเสธริมฝีปากของเธอก็ถูกปิดผนึกด้วยจูบที่เร่าร้อนและลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับร่างสูงที่พลิกตัวคร่อมทับเธอบนพื้นห้องท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นเลือดที่อบอวลไปด้วยไฟเสน่หาอันตราย
***
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยใจเสมอนะครับ
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น•ตอนที่ 13
บาดแผลที่ไม่มีใครเห็น
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!