เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น•ตอนที่ 9

เกมไล่ล่าที่เพิ่งเริ่ม

ผลงานโดย ภูริศร์
เสียงแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยแบบเข้ารหัสที่ดังขึ้นเบา ๆ ในห้องมืดทึบ คือสัญญาณเตือนภัยที่เด่นชัดที่สุดว่าความสงบสุขชั่วคราวได้มลายหายไปแล้ว ร่างสูงใหญ่ของคิรากรดีดตัวขึ้นจากโซฟาหนังในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณดิบเถื่อนของนักฆ่ามือหนึ่งถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบกวาดมองจอภาพมอนิเตอร์ที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดรอบเซฟเฮาส์ ซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้าไปในผืนป่าทึบ รอยล้อรถยนต์และแสงไฟตัดหมอกที่สาดส่องเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ บ่งบอกชัดเจนว่าพวกมันตามรอยมาจนเจอแล้ว "เกมพลิกแล้วล่ะครับ... คุณคิรากร" เสียงกระซิบแหบพร่าผ่านเครื่องส่งสัญญาณวิทยุจากมาวินที่ดังแทรกเข้ามาในคลื่นความถี่ลับ ยิ่งตอกย้ำว่าพวกมันไม่ได้มาแค่บังเอิญ คิรากรขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความโกรธเกรี้ยวระอุขึ้นในอกราวกับเปลวไฟที่ถูกราดด้วยน้ำมัน เขาหันขวับกลับมามองร่างบางที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องนอนด้วยความตื่นตระหนก รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ใบหน้าหวานซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นแววตาดุดันและบรรยากาศตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม "เกิดอะไรขึ้น..." เสียงของจิตแพทย์สาวสั่นระริกเล็กน้อย แม้เธอพยายามจะควบคุมมันอย่างสุดความสามารถเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเองไว้ "พวกมันมาแล้วครับ" คิรากรก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอในสามก้าว รวดเร็วจนรินรดาไม่ทันได้ตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวบาง บีบแน่นด้วยแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านแต่ยังคงไว้ซึ่งความระมัดระวังไม่ให้เธอเจ็บจนเกินไป "คุณริน... เกมเล่นซ่อนหาของเราจบลงแล้ว เตรียมตัวรับมือให้ดี" "ฉันบอกคุณแล้วว่ามาวินไม่มีทางปล่อยฉันไปง่าย ๆ..." รินรดาเงยหน้าสบตาเขา แววตาของเธอมีความหวาดกลัวแต่ก็แฝงไว้ด้วยความทิฐิที่ดื้อรั้น เธอพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงมหาศาลของคิรากรกลับทำให้เธอขยับเขยื้อนไม่ได้ราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็ก "หุบปากซะ" คิรากรคำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าของเขาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นบุหรี่จาง ๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน ความใกล้ชิดที่อันตรายและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศนี้ทำให้หัวใจของรินรดาเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่ตรงหน้า แต่กลิ่นอายดิบเถื่อนและอำนาจเถื่อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับสร้างความสั่นสะท้านไปทั่วร่างของเธออย่างน่าประหลาด บรรยากาศในห้องแคบ ๆ กลับร้อนระอุขึ้นมาทันที คิรากรกวาดสายตามองริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริกของเธอ ความปรารถนาอันมืดมนพุ่งพล่านแทรกซึมเข้ามาแทนที่ความตื่นตัวจากภายนอก ในเมื่อความตายกำลังคืบคลานเข้ามาหา เขาก็ไม่จำเป็นต้องอดกลั้นความต้องการที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความเย็นชาอีกต่อไป มือหนาที่บีบต้นแขนเธออยู่เปลี่ยน10 เป็นเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยบังคับให้เธอเงยหน้ารับสัมผัส "ถ้าเราต้องตายกันที่นี่..." เสียงทุ้มต่ำพร่าพรายกระซิบชิดริมฝีปากเธอก่อนที่เขาจะประกบจูบทาบทับลงไปอย่างไร้ความปรานี รสจูบของคิรากรในยามนี้ไม่ใช่ความนุ่มนวล แต่เป็นการรุกรานที่ดุดัน รุนแรง และเต็มไปด้วยความกระหายหิว ราวกับต้องการสูบเอาวิญญาณและลมหายใจของเธอไป รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอยกมือขึ้นทุบลาดไหล่กว้างของเขาเป็นการประท้วง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิด รสสัมผัสที่ร้อนผ่าวและวาบหวามค่อย ๆ หลอมละลายทิฐิในตัวเธอทีละน้อย ความหวาดกลัวต่อศัตรูภายนอกถูกแทนที่ด้วยความหวามไหวที่เกิดจากสัมผัสอันตรายของชายหนุ่มตรงหน้า ริมฝีปากหนาบดขยี้เรียวปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนลุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างช่ำชอง รินรดาสส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ ร่างกายอ่อนยวบลงจนแทบจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น หากไม่ได้แขนแข็งแรงอีกข้างของคิรากรที่โอบกระชับเอวบางเข้ามาแนบชิดติดกับแผ่นอกแกร่ง แรงเสียดสีระหว่างสรีระทั้งสองปลุกเร้าเพลิงอารมณ์ให้โหมกระหน่ำยิ่งขึ้น มือเรียวที่เคยทุบตีเปลี่ยนเป็นกำเสื้อผ้าด้านหลังของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ขณะที่เรียวขาอ่อนแรงจนต้องปล่อยให้เขาเป็นผู้พยุงน้ำหนักตัวไว้ทั้งหมด ความเยือกเย็นและความถือดีของจิตแพทย์สาวพังทลายลงราบคาบภายใต้เงื้อมมือของมือสังหารเลือดเย็น จูบที่ยาวนานและลึกซึ้งทำให้สติสตางค์ของเธอพร่าเลือน ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะเดียวกับเสียงฝีเท้าและเสียงเครื่องยนต์จากภายนอกที่ดังใกล้เข้ามาทุกที คิรากรผริมฝีปากออกช้า ๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้รินรดาได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอด ใบหน้าของเธอแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อและฉ่ำวื้นด้วยพิษสวาท ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำมองเขาด้วยความตัดพ้อและหลงใหลในเวลาเดียวกัน "คุณมัน... บ้าที่สุด..." เธอกระซิบเสียงสั่น พิงหน้าผากเข้ากับแผ่นอกของเขา "ใช่ครับ ผมมันบ้า... และคุณก็กำลังทำให้ผมคลั่งมากกว่าเดิม" คิรากรก้มลงกระซิบชิดใบหูของเธอ เสียงของเขาเย็นเยียบแต่กลับสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ "แต่ตอนนี้... เกมของเราเพิ่งจะเริ่มต้นอย่างแท้จริง" สิ้นคำพูดนั้น เสียงระเบิดตูมสนั่นก็ดังขึ้นที่ประตูหน้าเซฟเฮาส์ แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาจากเพดาน แสงไฟฉายสว่างจ้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่ก้าวเข้ามาด้านในอย่างรวดเร็ว คิรากรผลักรินรดาไปหลบยังมุมห้องที่ปลอดภัยอย่างแม่นยำ พร้อมกับกระชากปืนพกสั้นเก็บเสียงออกจากซองพกข้างเอวขึ้นมาขึ้นลำอย่างรวดเร็ว ทว่า... ในวินาทีที่คิรากรหันปากกระบอกปืนไปทางประตูที่พังทลายลงมา เงาร่างหนึ่งที่ก้าวพ้นควันจาง ๆ เข้ามา กลับทำให้แววตาดุดันของมือสังหารผู้ไม่เคยหวาดกลัวสิ่งใดต้องเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ไม่ใช่ลูกน้องของมาวิน... แต่เป็นบุคคลจากอดีตที่เขาคิดว่าตายไปแล้วนับสิบปี และใบหน้านั้นกำลังจ้องมองตรงมาที่เขาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่คุ้นเคย ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%