เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น•ตอนที่ 10

ความปวดร้าวที่งดงาม

ผลงานโดย ภูริศร์
คราบเลือดบนพื้นเซฟเฮาส์ยังไม่ทันแห้งสนิทด้วยซ้ำ เมื่อเงาร่างของอดีตที่ฝังกลบไว้ในหลุมศพเมื่อสิบปีก่อน ยืนยันการมีอยู่ด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่สลักลึกอยู่ในความทรงจำของคิรากร "ตกใจมากหรือครับ... น้องชาย" เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นบาดลึกราวกับใบมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเก่า คิรากรยืนนิ่งค้าง สัญชาตญาณนักฆ่าที่เคยตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาคล้ายถูกแช่แข็งด้วยความจริงอันบิดเบี้ยว ร่างสูงใหญ่เกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーンที่ขมับและลำคอ ดวงตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นบัดนี้ฉายแวววับโรจน์ด้วยเพลิงโทสะและร่องรอยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างโหดร้าย รินรดายืนอยู่ไม่ไกลจากจุดนั้น ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองความตึงเครียดที่แผ่ซ่านระหว่างผู้ชายทั้งสองคน แม้เธอจะไม่รู้ตื้นเขหนาบางเกี่ยวกับอดีตของพวกเขา แต่บรรยากาศรอบตัวในตอนนี้มันหนักอึ้งเสียจนยากจะหายใจ ความเย็นชาและอำนาจดิบเถื่อนที่คิรากรมักใช้ข่มเหงเธอกลับสั่นคลอนลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนปริศนาคนนี้ "แก... น่าจะตายไปแล้ว" เสียงของคิรากรลอดไรฟันออกมาทีละคำ ราวกับพยายามสะกดกลั้นบางอย่างไม่ให้ระเบิดออก "คนอย่างฉันตายยากกว่าที่นายคิดครับ, กร... และดูเหมือนว่าของเล่นชิ้นใหม่ของนาย จะน่าสนใจไม่น้อยเลยนี่" สายตาดุดันคู่นั้นเบนต่ำลงมาที่รินรดาราวกับจะคุกคาม รินรดารู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัยที่พุ่งสูงขึ้น เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แต่ทว่า— พรึบ! ร่างบางถูกกระชากด้วยมือหนาที่ทรงพลัง คิรากรคว้าข้อมือเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงดึงนั้นกึ่งลากกึ่งจูงพาเธอถอยร่นเข้าไปในมุมอืดอัดของห้องนอนด้านใน ก่อนที่ประตูไม้บานหนาจะถูกกระแทกปิดลงอย่างแรงด้วยเท้าของเขา เสียงล็อกกลอนดัง *คลิก* สะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงัน "ปล่อยฉันนะ!" รินรดาตวัดเสียงกร้าวพร้อมกับสะบัดข้อมือหนีด้วยความโกรธ เธอยังคงถือศักดิ์ศรีของจิตแพทย์สาวผู้หยิ่งทะนง แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นต่อบรรยากาศรอบตัว "คุณเสียสติไปแล้วหรือไง คิรากร!" "หุบปากซะ ริน!" คิรากรคำรามลั่น ดวงตาสสีนิลคู่ดุจสัตว์ร้ายจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แรงอารมณ์ที่อัดอั้นจากอดีตที่พรั่งพรูเข้ามาผสมปนเปกับความหวงแหนและโทสะอย่างไร้เหตุผล เขาพุ่งเข้าประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางแนบติดกับบานประตูไม้ที่เย็นเฉียบ ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของวงแขนแกร่งที่สั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ รินรดาเบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงความรุ่มร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา มันไม่ใช่ความปรารถนาทางกายแบบปกติ แต่มันคือความปวดร้าว ความแค้น และความโหยหาที่ถูกบีบอัดจนกลายเป็นระเบิดเวลา "เจ็บ... ปล่อยฉันบอกว่าให้ปล่อย!" เธอประท้วงเสียงสั่นเมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งบีบคางเธอให้แหงนเงยขึ้นรับสายตาที่ดุดัน "อยากให้ปล่อยเหรอ?" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากหยักลึกที่สั่นระริก "ในเมื่อโลกของฉันมันพังทลายลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า... ทำไมเธอถึงต้องเป็นคนเดียวที่ลอยนวลอยู่เหนือความเจ็บปวดพวกนี้ล่ะ, รินรดา?" คำพูดนั้นไม่ได้เปิดโอกาสให้เธอได้โต้แย้ง ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี แรงจูบในคราแรกดุดัน เถื่อนถ้ำ และเต็มไปด้วยรสชาติของเลือดและหยาดน้ำตาที่ไหลย้อย รินรดาร้องประท้วงอู้อี้อยู่ในลำคอ มือเรียวระดมทุบตีลงบนอกแกร่งเพื่อขับไล่ความอ1กรุกที่ล้ำเส้นเกินกว่าจะรับไหว แต่สำหรับคิรากรแล้ว แรงต้านเหล่านั้นยิ่งโหมกระพือไฟในตัวเขาให้ลุกโชนขึ้นไปอีก มือหนาเลื่อนลงมาล็อกเอวบางไว้แน่น บังคับให้เธอแนบชิดติดกับแผงอกที่สะท้อนขึ้นลงอย่างรุนแรง รสจูบที่ป่าเถื่อนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พวยพุ่ง คิรากรขบเม้มริมฝีปากอิ่มของเธอจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวผู้ชายให้ตื่นขึ้น สัมผัสจากเรียวลิ้นที่รุกรานเข้ามาสร้างความปั่นป่วนจนสมองของรินรดากลายเป็นสีขาวโพลน ทิฐิอันสูงส่งของเธอกำลังถูกหลอมละลายลงทีละน้อยภายใต้สัมผัสที่ทั้งรุนแรงและเย้ายวน ร่างกายที่เคยขัดขืนเริ่มอ่อนยวบยาบลงอย่างน่าสมเพช ความโกรธแค้นเปลี่ยนรูปเป็นความวาบหวามที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือด ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะเร่าร้อนท่ามกลางความมืดสลัว คิรากรผละริมฝีปากออกมาชั่วครู่เพื่อให้เธอได้สูบฉีดอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉาบแววหวั่นไหวและยอมจำนน หยาดน้ำใสคลอหน่วยที่หางตาของหญิงสาวทำให้เขายิ่งรู้สึกคลุ้มคลั่ง "คุณมัน... ปีศาจ..." เสียงกระซิบของเธอขาดห้วงเมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง ปลายนิ้วที่หยาบกร้านจากคราบเขม่าดินปืนสร้างความสั่นสะท้านไปทั่วผิวเนื้อ รินรดาสะท้านเฮือกเมื่อสัมผัสอันตรายนั้นรุกล้ำเข้ามาในเขตหวงห้าม ความรู้สึกต่อต้านถูกแทนที่ด้วยความรัญจวนที่ยากจะปฏิเสธ "ใช่... ฉันมันปีศาจ" คิรากรคำรามชิดริมหู ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนเธอกายสั่นสะเทือน "และคืนนี้... เธอก็หนีไม่พ้นเงาของปีศาจตนนี้หรอก, ริน" เสื้อผ้าเนื้อดีถูกปลดเปลื้องออกอย่างไร้ความปราณี ผิวเนียนนุ่มสัมผัสกับความเย็นของอากาศภายในห้องก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากฝ่ามือและร่างกายของชายหนุ่ม บทเพลงแห่งความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยแรงแค้น เสน่หา และความปวดร้าว เริ่มบรรเลงขึ้นอย่างดุเดือดและลึกซึ้ง ทุกๆ สัมผัสคือการเรียกร้อง ทุกๆ การรุกรานคือการประกาศความเป็นเจ้าของ คิรากรพาเธอดำดิ่งลงไปในวังวนแห่งความสุขสมที่เจ็บปวด ร่างกายทั้งสองหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางเสียงหอบหายใจและเสียงครางแผ่วเบาที่ดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวระทึก รinรดากอดเกี่ยวแผ่นหลังแกร่งไว้แน่น เล็บคมจิกข่วนลงบนผิวเนื้อเพื่อระบายความเสียวซ่านและแรงอารมณ์ที่โถมซัดเข้ามาไม่หยุดหย่อน เธอกำลังจะขาดใจตายอยู่ใต้ร่างของเขา—ตายด้วยความเย้ายวนที่อันตรายที่สุดในชีวิต เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่พายุอารมณ์โหมกระหน่ำจนสงบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจรดรินและความอบอุ่นแนบชิดที่ยังคงผูกพันกันไว้ คิรากรซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียน เปลือกตาปิดลงช้าๆ ขณะที่แขนแกร่งยังคงกอดรัดเอวเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไป ทว่า— ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังโรยตัวปกคลุม เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านรอยแยกของประตูเข้ามา ทำเอาคิรากรลืมตาโพรงขึ้นทันที ร่างกายที่เพิ่งผ่อนคลายกลับมาเกร็งเครียดและพุ่งทะยานสู่จุดอันตรายอีกครั้งในเสี้ยววินาที "เปิดประตูหน่อยสิ... น้องชาย... หรือไม่อยากรู้ความจริงเรื่อง 'ผู้หญิงคนนั้น' ที่นายตามหามาตลอดสิบปีแล้วล่ะ?" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความดาร์กนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%