เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น•ตอนที่ 8

รอยร้าวแห่งอำนาจ

ผลงานโดย ภูริศร์
เสียงเหล็กหนาบดเสียดสีกับพื้นคอนกรีตดังสนั่นก้องกังวานในความมืด คิรากรไม่แม้แต่จะกะพริบตา ปลายนิ้วชี้ของเขาเหนี่ยวรั้งไกปืนพร้อมลั่นกระสุนใส่ทุกสิ่งที่เคลื่อนไหวผ่านช่องว่างของประตูห้องลับที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างเชื่องช้า ความกดดันในอากาศหนาเตอะเสียจนแทบจะกลายเป็นของแข็ง รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหลัง ลมหายใจของเธอติดขัดอยู่ที่ลำคอ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามที่สัญชาตญาณดิบเถื่อนแผ่ซ่านออกมาจากแผ่นหลังกว้างที่บังเธอไว้มิดชิด "ถอยไปอยู่มุมห้อง" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันของคิรากรออกคำสั่งเฉียบขาด ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โต้แย้งหรือแม้แต่จะกะพริบตา ทว่ารินรดากลับดึงทิฐิเฮือกสุดท้ายขึ้นมาค้ำจุนศักดิ์ศรีของตัวเอง เธอไม่ขยับ เขาสั่งให้เธอหลบ แต่เธอกลับก้าวเท้าออกมายืนเคียงข้างเขา แม้จะรู้ว่าความตายอยู่ห่างแค่เอื้อมก็ตาม "ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาที่จะให้คุณจับยัดไว้ตรงไหนก็ได้นะคิรากร" เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความดื้อรั้น ดวงตาคู่สวยฉายแววท้าทายแม้เรียวปากจะสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว คิรากรตวัดสายตากลับมามองเธอแวบหนึ่ง นัยน์ตาดุดันคู่นั้นลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่ระอุยิ่งกว่าเดิม มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธอแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับอกแกร่งเต็มรัก แรงปะทะนั้นทำเอาลมหายใจของเธอขาดห้วง กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายอันตรายโถมเข้าใส่จนสติกระเจิง "ดื้อด้าน... เธอมันรนหาที่ตายรึไงรินรดา" เขาคำรามต่ำชิดริมใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกเกรียว ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น แสงไฟสลัวจากภายในห้องลับก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวพ้นธรณีประตูออกมา รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของชายแปลกหน้าคนนั้นทำให้คิรากรต้องหรี่ตาลงอย่างระแวกระวัง มาวินส่งสายตาคมกริบมายังคนทั้งคู่ ก่อนที่เสียงหัวเราะในลำคอจะดังขึ้นเบาๆ อย่างน่ารังเกียจ "ใจเย็นก่อนสิครับคุณคิรากร... ดูเหมือนคุณจะต้อนรับแขกผู้มาเยือนรุนแรงเกินไปหน่อยนะ" เสียงของมาวินดังกังวาน ทว่ารินรดากลับเบิกตาโพรงเมื่อตระหนักได้ว่านี่คือเกมที่ถูกจัดฉากขึ้น คิรากรไม่ลดปืนลง ปลายกระบอกเหล็กยังคงเล็งตรงไปยังระหว่างคิ้วของมาวินอย่างไม่ลังเล รังสีอำมหิตแผ่กระจายรอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน "แกเข้ามาได้ยังไง มาวิน" "เซฟเฮาส์กระจอกๆ หลังนี้ คิดเหรอว่าจะขังหมาป่าอย่างฉันได้นาน" มาวินก้าวเข้ามาอีกก้าว รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้าคมคาย ก่อนที่สายตาพรากแพร้วจะเหลือบมองรินรดาที่ถูกคิรากรกักขังไว้ในอ้อมแขน "ดูท่าทางคุณจะหลงของเล่นชิ้นนี้เข้าซะแล้วสิ ถึงได้ปกป้องเธอขนาดนี้" คำพูดนั้นจุดชนวนความเดือดดาลในอกของคิรากรให้พุ่งพล่านถึงขีดสุด ร่างสูงขยับตัวบังรินรดาให้พ้นจากสายตาแทะโลมของมาวินทันที ความหวงแหนอันดิบเถื่อนปะทุขึ้นในอกอย่างไม่มีเหตุผล มือใหญ่บีบกระชับเอวบางของหญิงสาวแน่นขึ้นจนเธอต้องนิหน้าด้วยความเจ็บ "ถอยไปซะก่อนที่ฉันจะเป่าสมองแกตรงนี้" คิรากรเอ่ยเสียงลอดไรฟัน แววตาไร้ซึ่งความปรานีใดๆ "เชิญเลยครับ ถ้าคิดว่ากระสุนในรังเพลิงของคุณจะเร็วกว่าคนของผมที่กำลังเล็งหัวคุณอยู่ตอนนี้" มาวินยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ทันใดนั้น เสียงคลิกของปืนนับสิบกระบอกก็ดังขึ้นจากความมืดรอบทิศทาง บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นอกแกร่งที่แนบชิด แม้คิรากรจะดูนิ่งสงบดั่งพายุที่กำลังก่อตัว แต่เธอกลับรับรู้ได้ถึงความอันตรายที่รายล้อมตัวพวกเขาทั้งคู่ ทิฐิที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตระหนักรู้ว่าพวกเขาอาจไม่รอดออกไปจากที่นี่ คิรากรเหลือบมองหญิงสาวในอ้อมแขนแวบหนึ่ง สบตาเข้ากับนัยน์ตาสั่นระริกที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรก ความอ่อนแอของเธอกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุดประกายความบ้าระห่ำในตัวเขา มือหนาเลื่อนลงกุมมือบางที่สั่นเทาของเธอไว้แน่น ก่อนจะกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและเด็ดเดี่ยวท่ามกลางวิกฤต "เชื่อใจฉัน... ริน" สิ้นคำพูดนั้น คิรากรก็ไม่รอช้า ร่างสูงหมุนตัวหลบวิถีกระสุนที่ถูกสาดเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวพร้อมกับลากตัวรินรดาพุ่งหลบหลังเสาคอนกรีตหนาทึบ เสียงปืนสนั่นหู, เศษปูนและกระจกแตกกระจายเกลื่อนพื้น กลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ความชลมุนวุ่นวายทำให้ห้องแคบๆ กลายเป็นสนามรบขนาดย่อม คิรากรผลักร่างของรินรดาให้หมอบราบลงกับพื้นโดยมีร่างกายกำยำของเขาคอยปกป้องไว้มิดชิด น้ำหนักตัวที่ทาบทับลงมาไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด แต่กลับสร้างความรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาดท่ามกลางเสียงหสกระสุนที่คำรามก้อง เขายกปืนขึ้นยิงสวนกลับไปอย่างแม่นยำ เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นจากมุมมืดบ่งบอกว่ากระสุนของเขาเข้าเป้า ทว่า ในจังหวะชุลมุนนั้น มาวินกลับพุ่งเข้าประชิดตัวพร้อมกับใช้กำลังกระชากแขนของรินรดาให้หลุดออกจากอ้อมแขนของคิรากรอย่างรวดเร็ว "ปล่อยฉันนะ!" รินรดากรيدลั่นด้วยความตกใจเมื่อถูกกระชากอย่างแรง "ริน!" คิรากรคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยโทสะ ร่างสูงผุดลุกขึ้นเตรียมจะพุ่งเข้าไปกระชากตัวเธอกลับมา แต่มาวินกลับใช้ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าที่ขมับบางของหญิงสาวเสียก่อน "หยุดอยู่ตรงนั้นเลยครับคุณคิรากร... ขยับอีกก้าวเดียว ผู้หญิงของคุณสมองกระจายแน่" มาวินหัวเราะเยาะด้วยความสะใจ แขนอีกข้างรวบเอวบางของรินรดาไว้แน่นจนเธอขยับเขยื้อนไม่ได้ ใบหน้าหวานซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว คิรากรชะงักกึก ปืนในมือลดระดับลงเล็กน้อย ทว่าแววตาที่มองมาที่มาวินกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากร่างหนาจนแม้แต่มาวินยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ปล่อยเธอซะ มาวิน แกอยากได้อะไรว่ามา" คิรากรเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเต็มไปด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ "ฉันไม่ได้ต้องการอะไรมากหรอกครับ... ฉันก็แค่ต้องการสิ่งที่ควรจะเป็นของฉันคืนมา" มาวินยิ้มเหี้ยม ก่อนจะลากตัวรินรดาถอยหลังเข้าสู่ประตูห้องลับที่กำลังจะปิดลง "และคุณ... ก็ต้องยอมจำนนแต่โดยดี ถ้าไม่อยากให้หมอคนนี้ตายคามือผม" "คิรากร...!" รินรดาร้องเรียกชื่อเขาด้วยความสิ้นหวัง ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอ นัยน์ตาสื่อความหมายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของคิรากรกระตุกวูบ ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน มือที่ถือปืนกำแน่นจนสั่นเทา เขาไม่เคยยอมแพ้ใคร ไม่เคยต้องจำนนต่อหน้าผู้ใด แต่ในวินาทีนี้... ภาพของผู้หญิงที่ต่อต้านเขามาตลอดกำลังถูกพรากไปต่อหน้าต่อตา ทิฐิและศักดิ์ศรีทั้งหมดถูกบดขยี้ด้วยเงื่อนไขที่เขาปฏิเสธไม่ได้ ร่างสูงก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าวโดยไม่ลังเล แววตาดุดันฉายประกายความคลุ้มคลั่งและอันตรายถึงขีดสุด เขาไม่อาจปล่อยให้เธอเป็นอันตรายได้... แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเองก็ตาม "ปล่อยเธอซะ" คิรากรเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ก้าวเข้าไปใกล้เรื่อยๆ "แล้วฉันจะให้ในสิ่งที่แกต้องการ... ชีวิตของฉัน" มาวินชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นแววตาเอาจริงของคิรากร ทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะพลิกผันไปมากกว่านั้น รินรดากลับตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เธอกัดฟันกรวดแล้วใช้ศอกกระแทกเข้าที่ท้องของมาวินเต็มแรงจนอีกฝ่ายจุกและคลายอ้อมแขนออกในเสี้ยววินาที "หนีไป...!" รินรดาตะโกนสุดเสียงพร้อมกับสะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุม คิรากรพุ่งตัวเข้าใส่ดั่งเสือชีตาร์ที่ตะครุบเหยื่อ มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วดึงเธอกลับเข้ามาสู่อ้อมอกแกร่งกระแทกเข้าหากำแพงห้องอย่างแรง ร่างทั้งสองแนบชิดกันจนแทบหลอมละลาย ลมหายใจหอบกระชั้นปะทะกันอย่างเร่าร้อน ท่ามกลางเสียงกระสุนที่ยังคงดังสนั่นอยู่เบื้องหลัง ดวงตาคมกริบของคิรากรก้มลงมองหญิงสาวที่หอบหายใจสะท้านอยู่ในอ้อมแขน ความโกรธเกรี้ยว ความหวาดหวั่น และความเร่าร้อนหลอมรวมกันอยู่ในแววตานั้น มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นประคองท้ายทอยเธอไว้แน่น บังคับให้เงยหน้าขึ้นมารับจุมพิตที่ดุดันและเอาแต่ใจจากเขา "เธอมันดื้อด้านจริงๆ... รินรดา" คิรากรกระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อ น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันมืดมนที่ปะทุขึ้นท่ามกลางวิกฤต "เธอคิดเหรอว่าฉันจะยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งเธอไปจากอกฉันได้... หืม?" ก่อนที่รินรดาจะได้ตอบโต้สิ่งใด ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบก็ถูกจ่อเข้าที่แผ่นหลังของคิรากรจากทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบเยือกเย็นที่ดังขึ้นชิดใบหูของเขา "เกมพลิกแล้วล่ะครับ... คุณคิรากร" ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นนี้ร่วมกันครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%