"เซอร์ไพรส์ไหมครับ... คิรากร เพื่อนเก่า"
เสียงหัวเราะเยือกเย็นของมาวินดังก้องไปทั่วห้อง มะเฟืองแห่งความตายกำลังบดขยี้บรรยากาศในเซฟเฮาส์ที่ควรจะปลอดภัย รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของคิรากร กลิ่นอายอันตรายจากภายนอกพุ่งทะลักเข้ามาพร้อมกับเงาร่างของสมุนมาวินที่ปิดล้อมทางออกไว้ทุกด้าน
คิรากรไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองรินรดา ร่างสูงใหญ่ของมือสังหารตึงเครียดขึ้นในทันที กล้ามเนื้อทุกมัดใต้เสื้อผ้าสีเข้มขยับไหวพร้อมรับมือ ความเย็นชาในแววตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายคมกริบดุจใบมีดโกน มือหนากำด้ามปืนพกสั้นในกระเป๋าเสื้อแน่นจนข้อต่องอขาว
"แกตาไวขึ้นนะมาวิน..." เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความดุดัน "แต่กล้าโผล่หัวมาเหยียบถ้ำกู... แปลว่าแกเบื่อชีวิตบนโลกนี้เต็มทนแล้วสินะ"
มาวินยิ้มเยาะ ดวงตาคมปลาทูจ้องมองเลยไหล่กว้างของคิรากรไปยังร่างบางของจิตแพทย์สาว "ฮึ... อย่าพูดจาให้มันน่ากลัวนักเลยเพื่อนยาก แกไม่ได้ตัวคนเดียวเหมือนเมื่อก่อนแล้วนี่หว่า เด็กนี่... คงทำให้แกไขว้เขวไปไม่น้อยล่ะสิ ถึงได้ยอมเสียเวลาซ่อนตัวอยู่ในรูหนูแบบนี้"
บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุดในชั่วพริบตา เมื่อคิรากรพุ่งตัวออกไปพร้อมกับเสียงคำรามต่ำในลำคอ พร้อมๆ กับที่กระสุนนัดแรกแหวกลมพุ่งเจาะทะลุกระจกหน้าต่างแตกกระจาย!
เสียงปืนสนั่นหวั่นไหวกลบเสียงกรีดร้องของรินรดา คิรากรใช้สัญชาตญาณดิบเถื่อนในการเอาชีวิตรอด เขาคว้าเอวรินรดาลากหลบหลังเสาปูนหนาทึบอย่างรวดเร็ว แรงกระชากนั้นรุนแรงจนร่างบางเซเข้าปะทะกับแผ่นอกแกร่งอย่างจัง กลิ่นควันปืนและกลิ่นกายบุรุษผสมปนเปกันในพื้นที่แคบๆ ที่มีเพียงชีวิตเป็นเดิมพัน
"อยู่ตรงนี้... ห้ามโผล่หัวออกไปเด็ดขาด" คิรากรก้มลงกระซิบสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แววตาที่มองเธอนั้นดุดันแต่แฝงความร้อนรุ่มบางอย่างที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อาจปฏิเสธได้
ก่อนที่รินรดาจะทันได้โต้แย้ง ร่างสูงก็ดีดตัวออกไปปะทะกับผู้บุกรุกด้านนอก ความรุนแรงและการเคลื่อนไหวที่เด็ดขาดเลือดเย็นถูกงัดออกมาใช้ ปืนในมือของคิรากรส่งเสียงคำรามติดต่อกันสามครั้ง สามชีวิตร่วงลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เสียง ทว่าเสียงปืนที่ดังสนั่นทำให้รู้ว่าพวกมันไม่ได้มาแค่หยิบมือ
สถานการณ์บีบคั้นให้คิรากรต้องตัดสิ้นใจเด็ดขาด เขาพุ่งกลับมาหารินรดาที่กำลังสั่นเทาด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยฉายแววหวาดกลัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รู้จักกัน
"จับมือฉันไว้..." คิรากรออกคำสั่งเสียงเข้ม พร้อมกับคว้าข้อมือเรียวของเธอแล้วพุ่งตัวฝ่าความมืดไปยังห้องลับใต้ดินของเซฟเฮาส์ ประตูเหล็กหนาน้ำหนักหลายตันถูกผลักปิดและล็อกตายด้วยระบบกลไกไฮดรอลิก ตัดขาดจากเสียงภายนอกโดยสิ้นเชิง
ความมืดและพื้นที่จำกัดของห้องใต้ดินโอบล้อมทั้งสองไว้
เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของรินรดาดังสะท้อนในความเงียบ แผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังปูนเย็นเยียบเมื่อคิรากรตามเข้ามาประชิด แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งคู่ในยามนี้ไม่ได้มาจากความกลัวตาย แต่มันคือพลังดิบเถื่อนของอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่านและสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกเร้า
คิรากรใช้มือข้างหนึ่งยันผนังเหนือศีรษะเธอไว้ ขวางกั้นทางหนีทุกทาง ร่างสูงใหญ่โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน
"กลัวไหมครับ... ริน" เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีความอ่อนโยน แต่มันเต็มไปด้วยกระแสความเย้ายวนอันตรายที่สั่นประสาท
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ศักดิ์ศรีและทิฐิพยายามผลักไสความหวั่นไหว เธอนัยน์ตาแข็งกร้าวใส่เขาแม้กายจะสั่นเทา "ปล่อย... คุณมันบ้า คิรากร พาฉันมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ทำไม!"
"เพราะฉันเลือกเธอ... และไม่มีใครหน้าไหนแย่งของๆ ฉันไปได้ทั้งนั้น"
คำพูดนั้นขาดห้วงลงเมื่อคิรากรทาบทับริมฝีปากลงมาอย่างไร้ความปรานี จูบในครานี้ไม่ใช่การทักทาย แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้า ริมฝีปากหนาบดขยี้เรียวปากนุ่มด้วยความดุดันและร้อนแรง รินรดาส่งเสียงประท้วงในลำคอ พยายามใช้สองมือดันแผ่นอกแกร่งออก แต่แรงของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับกำแพงมนุษย์ตรงหน้า
ความเยือกเย็นของจิตแพทย์สาวพังทลายลงในชั่วพริบตา ความร้อนจากจูบที่ทั้งดุดันและเรียกร้องทำให้ลมหายใจของเธอกรอดสะท้อน คิรากรขบเม้มริมฝีปากเธอบางเบาก่อนจะสอดแทรกความล้ำลึกเข้าไป กวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากด้วยความเร่าร้อนที่สั่งสมมานาน ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่ว รั้งร่างบางให้เข้าหาแนบเนื้อจนเธอรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดและพละกำลังมหาศาลภายใต้กายแกร่ง ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดนี้จุดประกายเพลิงสวาทให้ลุกโชนขึ้นอย่างไม่มีทางดับลงได้ง่ายๆ
รินรดาสะท้อนเสียงครางเบาๆ ในลำคอเมื่อมือใหญ่อีกข้างเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าบาง แรงต้านทานของเธอมลายหายไปในอากาศ เหลือเพียงความยินยอมพร้อมใจที่ถูกปลุกเร้าด้วยเสน่หาอันตราย
ในความมืดสลัวของห้องใต้ดิน เสียงหอบหายใจและสัมผัสวาบหวามหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว คิรากรผละริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอกอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกิ้วจ้องมองใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อของหญิงสาวด้วยความหลงใหลระคนกระหาย
"จำไว้... ริน ว่าตอนนี้เธออยู่ภายใต้เงื้อมมือของฉันคนเดียวเท่านั้น..." เขาโน้มกระซิบชิดริมฝีปากเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น "และต่อให้มาวินหรือใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องตัวเธอ... ยกเว้นฉัน"
ทว่า... ในวินาทีที่ความเร่าร้อนกำลังแตะถึงขีดสุด เสียงก๊อกแก๊กเบาๆ จากเพดานด้านบนก็ดังขึ้น...
ไม่ใช่เสียงกระสุนปืน แต่เป็นเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังเดินอยู่เหนือหัวพวกเขา และเสียงล็อกรหัสประตูห้องลับที่ดัง "คลิก" ขึ้นจากภายนอกโดยที่พวกเขาไม่ได้กด!
คิรากรชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันถึงขีดสุดในเสี้ยววินาที ร่างสูงดึงรินรดามาหลบไว้ด้านหลังทันทีพร้อมกับชักปืนขึ้นเล็งตรงไปยังประตูห้องลับที่กำลังค่อยๆ เคลื่อนตัวเปิดออกอย่างช้าๆ
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
จากใจนักเขียน: ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและเร่าร้อนไปกับตัวละครของผมเสมอนะครับ
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น•ตอนที่ 7
ภายใต้เงื้อมมือ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!