เสียงก๊อกน้ำที่ยังคงหยดติ๋งๆ ในห้องน้ำมืดทึบ สะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันที่ราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำแข็งขั้วโลก รินรดายืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาที่มีคราบฝ้าจางๆ เงาของเธอกำลังสั่นเทาเล็กน้อยในความสลัว แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความมืดรอบตัว คือเงาสะท้อนของใครอีกคน... คิรากร
ชายหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจากด้านหลังอย่างเงียบเชียบราวกับเสือดาวที่ไร้เสียงฝีเท้า มือหนาและหยาบกร้านจากการผ่านการจับอาวุธมาอย่างโชกโชน เอื้อมมาทาบลงบนขอบอ่างล้างหน้า ล็อกร่างบอบบางของจิตแพทย์สาวไว้ตรงกลางระหว่างแผงอกกว้างกับกระจกเย็นเฉียบ กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายอันตราย พุ่งเข้าโอบล้อมลมหายใจของเธอจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หลบหนี
"ดูเหมือนเกมของเรา... จะมีคนอยากร่วมวงเร็วกว่าที่คิดนะครับรินรดา" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนอ่อนลุกชัน
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและความเยือกเย็นที่มักจะใช้เวลารักษาคนไข้กลับคืนมา แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นระรัวราวกับกลองเพลเมื่อสัมผัสได้ถึงแผงอกแข็งแกร่งที่แนบชิดอยู่ด้านหลัง
"คุณหมายความว่ายังไง... มาวินส่งคนมาหาเราแล้วอย่างนั้นเหรอ" เธอถามเสียงเรียบพยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง แต่มีหรือที่นักล่าอย่างเขาจะจับพิรุธไม่ได้
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยันเย้ย เขาก้มหน้าลงต่ำจนริมฝีปากหยักลึกเกือบสัมผัสกับลาดไหล่เนียนที่โผล่พ้นเสื้อเชิ้ตตัวโคร่ง "หึ... คนของมาวินฉลาดกว่าที่คุณคิด แต่มันยังโง่เกินกว่าจะรู้ว่าเหยื่อที่มันตามหา อยู่ในกรงของใคร"
จังหวะนั้นเอง สายตาของรินรดาที่มองผ่านกระจกเงาบังเอิญสบเข้ากับดวงตาคมกริบของเขาในความสลัว มันไม่ใช่แววตาแห่งความกระหายความรุนแรง หรือความดิบเถื่อนอย่างที่เธอคุ้นเคยในยามที่เขาใช้อำนาจข่มเหง แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น... เงามืดที่ทอดทับอยู่ในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น กลับฉายแววบางอย่างที่ลึกล้ำและเปราะบางอย่างไม่น่าเชื่อ มันคือร่องรอยของบาดแผลในใจที่ถูกฝังกลบไว้ด้วยความเย็นชามาเนิ่นนาน
จิตแพทย์สาวขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกบางอย่างที่เรียกว่า 'ความเห็นอกเห็นใจ' ผสมปนเปกับความเย้ายวนอันตราย ทำให้เธอเผลอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาช้าๆ
"ทำไมล่ะคะ... เอ่อ... ทำไมคุณถึงต้องใช้ชีวิตอยู่บนความรุนแรงแบบนี้ด้วย" เผลอพลั้งปากถามออกไปโดยไม่ทันระวังตัว
คิรากรชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมดุหรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นความร้อนที่แผดเผาบรรยากาศรอบข้าง มือหนาที่เคยทาบกับอ่างล้างหน้าเปลี่ยนเป็นคว้าหมับเข้าที่ต้นคอระหงของเธอทันที แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นทำร้าย แต่หนักหน่วงพอที่จะทำให้เธอรู้ว่าเธอกำลังล้ำเส้นเข้ามาในเขตหวงห้าม
"อย่ามาทำเป็นรู้ดีในสิ่งที่ผมเป็น รินรดา" เสียงของเขาต่ำลึกและเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ แววตาที่ไหววูบเมื่อครู่หายวับไป กลับกลายเป็นความเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างให้แหลکคาคามือ "คุณเป็นแค่นักโทษในเซฟเฮาส์นี้... หน้าที่ของคุณคือการเงียบและเชื่อฟัง ไม่ใช่มาวิเคราะห์จิตวิทยาตื้นๆ กับผม"
"แต่ฉันเห็น..." รินรดาพยายามเชิดหน้าสู้ แม้ลมหายใจจะติดขัดเพราะอุ้งมือใหญ่ที่ประคองลำคอของเธอไว้ "ฉันเห็นความเจ็บปวดในตาของคุณ... คิรากร คนที่แข็งแกร่งจริงๆ เขาไม่ต้องใช้ความรุนแรงเพื่อพิสูจน์อำนาจหรอกค่ะ"
คำพูดนั้นราวกับเป็นน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าประชิดจนร่างของเธอกลืนหายไปกับแผงอกของเขา ริมฝีปากหนาร้อนผ่าวทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดของเธออย่างดิบเถื่อนและเอาแต่ใจ มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่เป็นการลงทัณฑ์ที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและแรงปรารถนาอันปั่นป่วนที่ถูกเก็บกดไว้
รินรดาสะท้านเฮือก เผลอเผยริมฝีปากออกด้วยความตกใจ เปิดโอกาสให้เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ มือหนาเลื่อนลงมาโอบรัดเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิท ไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ความเร่าร้อนแผ่ซ่านไปทั่วสรรพang รสจูบที่ทั้งดุดันและเย้ายวนทำให้สมองของเธอกลายเป็นสีขาวโพลน สติสัมปชัญญะที่เคยยึดมั่นพังทลายลงในพริบตา นิ้วเรียวเผลอจิกเกร็งลงบนลาดไหล่กว้างของเขาโดยไม่รู้ตัว ตอบสนองสัมผัสอันตรายนั้นด้วยสัญชาตญาณดิบที่ซ่อนอยู่ลึก
คิรากรผละริมฝีปากออกomeอย่างอ้อยอิ่ง ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น ร่างบางแนบชิดอยู่กับสรีระกำยำจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามไม่แพ้กัน ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบด้วยแววตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาและบางสิ่งที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย
"คุณมันอันตราย... รินรดา" เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปาก ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มนวลเนียนอย่างหลงใหล "คุณกล้าดียังไงถึงมองทะลุเกราะป้องกันที่ผมสร้างไว้... กล้าดียังไงถึงทำให้ผมอยากทำลายกฎของตัวเอง"
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยคำใดโต้แย้ง เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ... ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา แต่มันคือรหัสลับที่ใช้เฉพาะในเครือข่ายขององค์กรที่คิรากรสังกัดอยู่!
ร่างสูงชะงักกتทันที แววตาที่เคยก(ดขี่ด้วยความเร่าร้อนเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีดโกน เขาดันร่างของรินรดาไปหลบไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักอาวุธปืนพกเก็บเสียงออกจากสายสะพายใต้เสื้อแจ็คเก็ตขึ้นมาเตรียมพร้อมในเสี้ยววินาที
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความวาบหวามเป็นตึงเครียดถึงขีดสุดเมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องนอน และก่อนที่คิรากรจะทันได้เหนี่ยวไกเพื่อต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ ประตูห้องก็ถูกถีบพังกระเด็นด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีดำสนิทที่พุ่งเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ
แต่สิ่งที่ทำให้คิรากรและรินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คือชายผู้ที่ก้าวตามเข้ามาเป็นคนสุดท้าย...
มาวิน ยืนยิ้มเยาะอยู่ที่กรอบประตู พร้อมกับเล็งกระบอกปืนมาตรงกลางแผ่นหลังของคิรากรโดยตรง!
"เซอร์ไพรส์ไหมครับ... คิรากร เพื่อนเก่า" เสียงหัวเราะเยือกเย็นของมาวินดังก้องไปทั่วห้อง "ดูเหมือนว่าแกจะเลี้ยงเด็กไว้เพลินจนลืมมองหลังนะ... ว่าหมาป่าตัวอื่นมันก็ตามกลิ่นเข้ามาถึงถ้ำแล้วเหมือนกัน"
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของภูริศร์เสมอมานะครับ
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น•ตอนที่ 6
ความลับในดวงตา
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!