เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น•ตอนที่ 5

คำสั่งจากนรก

ผลงานโดย ภูริศร์
เสียงโทรศัพท์ดาวเทียมรุ่นเข้ารหัสพิเศษที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในยามวิกาล ไม่ได้ทำให้คิรากรสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย มือหนาที่กำลังคีบบุหรี่จุ่มลงเขี่ยขี้เถ้าบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งหยุดชะงักลงเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบทอดมองหน้าจอเรืองแสงที่ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าซึ่งเขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี... มาวิน เขากดรับสายโดยไม่รีบร้อน เสียงปลายสายลอดผ่านความคลื่นแทรกด้วยโทนเสียงที่เจือไปด้วยความกระวนกระวายและความเย่อหยิ่งในคราวเดียวกัน "แกชักจะช้าเกินไปแล้วนะคิรากร... ของที่ฉันต้องการ มันควรจะนอนอยู่บนโต๊ะทำงานฉันตั้งแต่สามวันก่อน ไม่ใช่ยังวนเวียนอยู่ในเซฟเฮาส์โสโครกของแกแบบนี้" คิรากรพ่นควันสีเทาออกจากริมฝีปากหยักลึก ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก แววตาคมกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกเร่งรัด "งานระดับนี้ ถ้าทำส่งเดช ศพมันคงไม่สวยพอจะไปส่งให้แกยลโฉมหรอกนะมาวิน" คิรากรตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนคนฟังทางปลายสายถึงกับกลืนน้ำลาย "ฉันไม่สนวิธีของแก! ฉันสนแค่ผลลัพธ์... ยัยจิตแพทย์นั่นมีความหมายกับแผนการของฉันมากแค่ไหน แกก็รู้ดี ถ้าแกยังเล่นเกมยื้อเวลาอยู่แบบนี้ ระวังตัวไว้เถอะ ว่ากระสุนนัดต่อไปอาจจะไม่พุ่งไปที่เป้าหมาย แต่พุ่งเข้าแสกหน้าคนดูแลอย่างแกแทน!" *ติ๊ด!* สายถูกตัด คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว แรงกดดันจากคำสั่งที่ถูกเร่งเร้าทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงของเซฟเฮาส์ตึงเครียดขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก เขาวางเครื่องมือสื่อสารลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ก่อนจะหันขวับไปยังทิศทางของห้องนอนชั้นบน ที่ซึ่งรินรดากำลังกักขังตัวเองอยู่ ร่างบางของจิตแพทย์สาวสะعدนอนพลิกตัวไปมาบนฟูกหนานุ่มด้วยความกระวนกระวาย เธอได้ยินเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านผนังห้องมาได้ยินไม่ชัดเจนนัก แต่สัมผัสได้ถึงรังสีความอำมหิตที่แผ่ซ่านเข้ามาในอากาศ ประสาทสัมผัสของเธอตึงเครียดราวกับเส้นลวดที่ถูกดึงจนสุดแรง พลัน... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นใกล้ประตูห้อง รินรดาลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง สัญชาตญาณการป้องกันตัวสั่งให้เธอถอยร่างไปชิดมุมผนัง ทันใดนั้น ประตูห้องก็เปิดผางออกโดยไร้ซึ่งมารยาท คิรากรก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีคุกคาม ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มปลดกระดุมบนเผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อแน่นขนัด แววตาของเขาในยามนี้ไม่ได้มีความเย็นชาแบบปกติ แต่มันเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความหิวกระหายบางอย่างที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง "มองอะไร... กลัวฉันกินเธอเข้าไปสดๆ หรือไง?" คิรากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก้าวเข้าไปใกล้เตียงนอนทีละก้าว ราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่ศักดิ์ศรีและทิฐิในฐานะแพทย์ผู้รักษาผู้คนทำให้เธอต้องปกป้องความมั่น "คุณต้องการอะไรอีก... คุณคิรากร? หรือว่าเจ้านายโรคจิตของคุณมันโทรมาเร่งให้คุณรีบกำจัดฉันซะที!" เธอสวนกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว แม้ริมฝีปากจะสั่นระริกเล็กน้อย คิรากรหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเตียง มือหนายื่นออกไปคว้าปลายคางมนของเธอไว้ด้วยแรงบีบพอเหมาะ บังคับให้ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตา บังคับให้เธอต้องรับรู้ถึงอำนาจที่เหนือกว่า "ปากเก่งนักนะรินรดา..." เขากระซิบชิดริมฝีปาก กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายอันตราย ยิ่งทำให้เธอมึนงงและสับสน "เจ้านายฉันต้องการตัวเธอ... แต่ก่อนจะถึงมือมัน ฉันต่างหากที่เป็นคนคุมชะตาชีวิตของเธอตอนนี้" ร่างสูงทิ้งตัวลงคร่อมทับร่างบางบนเตียงอย่างรวดเร็ว จนรินรดาไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องท้วง น้ำหนักตัวที่ทาบทับลงมาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้มทำให้สติสตางค์ของเธอเริ่มกระเจิดกระเจิง "ปล่อยฉันนะ... อื้อ!" คำพูดประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหนาร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ มือเรียวพยายามระดมทุบตีลงบนอกแกร่งเพื่อขัดขืน แต่แรงอันน้อยนิดนั้นกลับเทียบไม่ได้เลยกับแรงดึงดูดมหาศาลจากร่างกายของเขา คิรากรใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ส่วนมืออีกข้างลูบไล้ไปตามแนวลำคอระหง ก่อนจะสอดแทรกฝ่ามืออุ่นร้อนเข้าไปใต้สาบเสื้อเนื้อนุ่ม ผิวเนียนละเอียดที่สัมผัสได้ทำให้ลมหายใจของมือสังหารหนุ่มสะดุดกึกลงไปทันที ความเยือกเย็นที่เคยมีพังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัวของหญิงสาวผสมผสานกับหยาดเหงื่อจากการปะทะอารมณ์ ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายให้ตื่นขึ้น ความเร่าร้อนที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความตึงเครียด ระเบิดออกเป็นการสัมผัสที่ทั้งดุดันและเย้ายวน รินรดาหลับตาลงอย่างจำนนต่อความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย สัมผัสจากริมฝีปากและมือหนาที่ลูบไล้เรือนร่าง ทำให้กำแพงทิฐิของเธอพังทลายลงทีละน้อย ความยินยอมพร้อมใจอย่างลึกซึ้งเริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของเซฟเฮาส์แห่งนี้ ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์เสน่หาพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์ดาวเทียมเครื่องเดิมที่วางทิ้งไว้ข้างนอกก็แผדเสียงแหลมสูงดังลั่นขึ้นอีกครั้ง ขัดจังหวะทุกอย่างให้หยุดชะงักลง คิรากรผละริมฝีปากออกจากเรียวปากบวมเจ่อของหญิงสาวอย่างไม่สบอารมณ์ หน้าผากของเขายังคงชื้นเหงื่อ ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววสับสนและปรารถนาไม่แพ้กัน เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่สั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ "ดูเหมือนเกมของเรา... จะมีคนอยากร่วมวงเร็วกว่าที่คิดนะครับรินรดา" ภูริศร์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นในตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดเลือดเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%