สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ•ตอนที่ 8

ความลับในอดีตเริ่มเผย

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
“คุณจะเก็บของเก่าพวกนี้ไว้บูชาเพื่อเตือนความจำว่าตัวเองเคยล้มเหลว หรือจะโยนมันทิ้งแล้วเริ่มใหม่ให้มันรู้แล้วรู้รอดคะ สถาปนิกกรันต์!” เสียงห้าวติดจะหงุดหงิดของรสาตวัดก้องขึ้นในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดทึบของเขา เอกสารแบบแปลนโครงสร้างเก่าคร่ำครึนับร้อยแผ่นถูกกองระเกะระกะอยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แสงไฟนีออนสีส้มสลัวสาดส่องลงมาสะท้อนใบหน้าคมสันของกรันต์ที่บึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง เขายืนกอดอกนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มองหน้าเธอ แต่มันกำลังจดจ้องไปยังกล่องกระดาษลังสีน้ำตาลเก่าๆ ที่เปิดอ้าอยู่บนพื้น—กล่องที่บรรจุเศษซากความทรงจำอันเจ็บปวดซึ่งเขาไม่เคยอนุญาตให้ใครหน้าไหนก้าวล่วงเข้ามาแตะต้องมาก่อน “มันไม่ใช่เรื่องของคุณ รสา” กรันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทจนน่ากลัว แต่หากสังเกตให้ดี บริเวณกรามคมที่ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูนนั่นต่างหากที่กำลังฟ้องว่าเขากำลังพยายามควบคุมอารมณ์มากแค่ไหน “เอาเวลาไปตรวจดูสเปกวัสดุฝ้าเพดานโซน B ดีกว่าไหม ก่อนที่ฉันจะหักเงินเดือนคุณฐานจุ้นจ้านเรื่องส่วนตัว” “ปากคอเราeนี่มันน่าเอาคัตเตอร์กรีดนัก…” รสาพึมพำเบาๆ แต่ดวงตากลมโตคู่สวยกลับไม่ได้ฉายแววโกรธเคืองอย่างที่ปากพูด ตรงกันข้าม เธอกำลังกวาดสายตามองกระดาษร่างแบบที่ปลิวตกลงมาแทบเท้า ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยลายเส้นดินสอที่ถูกขยำและขีดฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระดาษแทบทะลุ มันไม่ใช่แบบแปลนธรรมดา แต่มันคือโปรเจกต์ประกวดแบบระดับประเทศเมื่อห้าปีก่อน—โปรเจกต์ที่ทำให้สถาปนิกดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างกรันต์ต้องพบกับความอับอายและหายหน้าไปจากวงการอยู่นาน รสาย่อตัวลงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพลิกดู นิ้วเรียวไล่ไปตามรอยดินสอที่หนักหน่วงและสั่นเทาในบางจุด “โปรเจกต์ศูนย์วัฒนธรรมชุมชน... ที่บริษัทของคุณพ่อคุณถูกฟ้องล้มละลายหลังจากแบบก่อสร้างพังไม่เป็นท่าในช่วงประมูลรอบสุดท้าย” เสียงของรสาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความร2ื่นรมย์และท่าทีปากแซ่บที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความนิ่งงันที่เข้ามาแทนที่เมื่อเธอกวาดสายตาอ่านข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ไว้ที่มุมกระดาษ *‘ความสมบูรณ์แบบที่ไร้หัวใจ คือความล้มเหลวที่แท้จริง’* กรันต์พุ่งตัวเข้ามาคว้ากระดาษแผ่นนั้นออกจากมือเธอด้วยความเร็วสูงจนรสาต้องอุทานออกมาเบาๆ ดวงตาคมกริบของเขาแดงก่ำขึ้นมาวูบหนึ่งด้วยความโกรธเกรี้ยวและ... ความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางเกือบจะแนบชิดกับชั้นวางหนังสือบิวต์อิน ปลายจมูกโด่งคมเฉียบอยู่ห่างจากพวงแก้มใสของเธอเพียงไม่กี่คืบ จนรสาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ใครอนุญาตให้คุณอ่านมัน!” กรันต์ตวาดเสียงต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความอึดอัดระคนขมขื่น เขารู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้าต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ ความลับที่เขาใช้กำแพงเหล็กหนาเตอะปิดตายมาตลอดหลายปีกลับถูกเธองัดแงะมันออกมาดูราวกับเป็นเรื่องสนุก “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง…” รสาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับรัศมีคุกคามที่แผ่ออกมาจากตัวเขา “แต่ถ้าคุณมัวแต่แบกขยะความผิดพลาดพวกนี้ไว้บนหลัง แล้วเมื่อไหร่คุณจะเดินหน้าต่อได้ล่ะคะกรันต์? คุณคิดว่าการทำตัวเป็นหุ่นยนต์ไร้หัวใจ คอยไล่จิกกัดชาวบ้านไปทั่ว มันจะช่วยลบภาพวันที่คุณพลาดท่าให้มันหายไปได้หรือไง!” “คุณไม่รู้อะไรเลย รสา!” กรันต์คำรามลั่น ประชิดตัวเข้ามาจนเธอแทบจะจมหายไปกับแผงอกกว้าง มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นท้าวกับชั้นหนังสือด้านข้าง กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขาโดยสมบูรณ์ “คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันพยายามทุ่มเทแค่ไหน... ฉันไว้ใจคนผิด ฉันเชื่อมั่นในตัวเลขที่สวยหรูจนมองข้ามความปลอดภัยของโครงสร้าง และเพราะความมั่นใจโง่ๆ ของฉัน มันเกือบทำให้คนอื่นต้องตาย!” ถ้อยคำนั้นกระแทกเข้าใส่หัวใจของรสาอย่างจัง บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่ส่งเสียงฮัมเบาๆ ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบจะหยิบจับต้องได้ รสาเงยหน้าขึ้นสบตาบอยคอตกับนัยน์ตาคู่คมที่ตอนนี้กำลังไหวระริก มันไม่ใช่แววตาหยิ่งผยองหรือเย็นชาแบบที่เธอเคยเห็น แต่มันคือความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินตัวเขามาตลอดห้าปีเต็ม “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่คุณต้องมาทำตัวใจร้ายกับฉันล่ะคะ” เสียงของรสาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเวทนาและเข้าใจที่ฉายชัดผ่านแววตาคู่สวย “เพราะคุณกลัวความผิดพลาด คุณเลยไม่ยอมเปิดใจรับไอเดียใหม่ๆ จากใคร เพราะคุณกลัวว่าถ้ามันพังอีก คุณจะรับมันไม่ไหว... อย่างนั้นเหรอ?” กรันต์นิ่งงั้นไป ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่บริเวณหน้าผากมน ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่น ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความจำนนต่อความจริงที่เขาพยายามหลบหนีมาตลอด ร่างสูงก้มหน้าลงซบหน้าผากเข้ากับลาดไหล่ของเธออย่างอ่อนล้า เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายปากร้าย เย่อหยิ่ง และซึนเดะขั้นสุดยอดคนนี้แสดงมุมที่เปราะบางที่สุดออกมาให้เธอเห็น รสายืนตัวแข็งทื่อชั่วขณะ หัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก มือเรียวที่เคยตั้งท่าจะผลักไส ค่อยๆ ยกขึ้นแตะลงบนลาดไหล่กว้างของเขาอย่างลังเล ก่อนจะเปลี่ยนเป็นลูบแผ่นหลังหนาเบาๆ เพื่อปลอบประโลมโดยสัญชาตญาณ ความอบอุ่นจากร่างกายของเขากำลังถ่ายทอดความเจ็บปวดผ่านมาถึงเธอ และเธอก็พบว่าตัวเองเกลียดเหลือเกินที่จะเห็นผู้ชายคนนี้ต้องแบกรับโลกทั้งใบไว้คนเดียว “ฉันไม่ใช่คนใจอ่อน รสา...” เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนรสาขนลุกซู่ “และฉันก็เกลียดตัวเองที่... ดันเผลอใจไปให้ผู้หญิงปากจัดอย่างคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้” รสาชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากคนที่ขึ้นชื่อว่าซึนเดะที่สุดในสามโลก ทว่าก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปากแซะหรือผลักเขาออกเพื่อตั้งหลัก กรันต์ก็เงยหน้าขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขาลดลงเหลือเพียงลมหายใจกั้น รสาเผลอหลับตาลงอย่างลืมตัว หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก เคมีที่เคยปะทะกันด้วยคารมคมคายตอนนี้กำลังหลอมละลายกลายเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงผลักเปิดเข้ามาอย่างไร้มารยาทของเตชินท์ ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นจนพังทลายไม่เป็นท่า “เฮ้ย! กรันต์ รสา! พวกเธออยู่ในนั้นกันสองต่อสองทำอะไรวะ— อุ๊ย! ขอโทษที กูไม่น่าเปิดเข้ามาจังหวะนี้เลยว่ะ!” *(ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เอมเมอรัลด์อายส์ด้วยนะคะ)*
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%