สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ•ตอนที่ 7

อาหารมื้อค่ำหลังเคลียร์งาน

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
"ถ้าคุณยังยืนยันจะเปลี่ยนระยะร่นของผนังกระจกตรงนี้เป็นรอบที่สี่ ฉันจะถือว่าคุณมีปัญหาทางจิตเวชมากกว่าปัญหาทางโครงสร้างนะคะ คุณกรันต์" เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังขึ้นพร้อมกับเสียงกระแทกแท่งปากกาไอ패ดลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ รสาตวัดสายตาคมกริบมองสถาปนิกหนุ่มมือรางวัลที่ยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างกระจกใสในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนแกร่งที่บ่งบอกถึงความเครียดสะสมตลอดสิบสองชั่วโมงเต็มในออฟฟิศ กรันต์ไม่แม้แต่จะกระพริบตา เขายังคงรักษาใบหน้าตายด้านราวกับรูปปั้นหินอ่อน ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย บรรยากาศรอบตัวกดดันจนอากาศในห้องประชุมใหญ่แทบจะกลายเป็นของเหลวหนืด "ผมเป็นสถาปนิก ผมมองภาพรวมของตึก คุณเป็นแค่มัณฑนากร มีหน้าที่แค่เอาผ้าม่านกับโซฟามาวางแปะ อย่าล้ำเส้นความคิดสร้างสรรค์ของผม รสา" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นเอ่ยลอดไรฟัน แต่นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้สุดชีวิต "โอ้โห! ว้าวมากค่ะคุณชายสถาปนิก!" รสาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับเขาโดยไม่หลบสายตา แม้ส่วนสูงของเธอจะอยู่แค่ระดับอกของเขาพอดี แต่รัศมีฟาดฟันกลับพุ่งชนอีกฝ่ายอย่างไร้ความเกรงกลัว "ถ้าฉันเอาโซฟาห่วยๆ มาวางตามใจคุณ ตึกนี้คงกลายเป็นกล่องคอนกรีตดิบๆ ที่ไม่มีใครอยากแม้แต่จะเฉียดเข้าไปหายใจเข้าออกด้วยซ้ำ! นี่เราต้องแก้งานด่วนส่งบอร์ดบริหารพรุ่งนี้เช้านะคะ ไม่ใช่เวลามานั่งอีگو้สูงใส่กัน!" นาฬิกาบนผนังบอกเวลาสามทุ่มตรง ท้องไส้ของรสาประท้วงด้วยเสียงโครกครากเบาๆ ทว่าในความเงียบงันของห้องทำงาน มันกลับดังชัดเจนจนน่าอาย หญิงสาวชะงักเล็กน้อย เม้มปากแน่นแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความหิวที่เล่นงาน กรันต์ปรายตามองหน้าท้องบางแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่หาดูได้ยาก ก่อนที่เขาจะหันไปหยิบสูทสีเข้มพาดบ่า "เลิกงานแล้ว... สมองคนปากจัดน่าจะทำงานช้าลงไปเยอะ ไปหาอะไรใส่ท้องก่อนที่คุณจะกินหัวผมแทนข้าวเย็น" "ใครปากจัดก่อนไม่ทราบคะ!" รสาแหวใส่ทันควัน แต่ขาทเรียวกลับก้าวตามแผ่นหลังกว้างที่หมุนตัวเดินนำออกไปอย่างไร้ทางเลือก เพราะลำพังแค่กระเพาะที่ว่างเปล่ากับสมองที่รันงานมาทั้งวัน เธอก็แทบจะไม่มีแรงเถียงเขาต่อแล้วเหมือนกัน ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะลับๆ ใกล้สำนักงานกลายเป็นจุดพักรบชั่วคราว ทั้งคู่เลือกมุมสงบด้านในสุดของร้าน แสงไฟสีส้มสลัวสาดกระทบใบหน้าคมคายของสถาปนิกหนุ่มให้ดูดึงดูดใจอย่างประหลาด รสาตักราเมนร้อนๆ เข้าปาก ซดน้ำซุปเข้มข้นจนต้องหลับตาพริ้มด้วยความฟิน ลืมความตึงเครียดเมื่อชั่วโมงก่อนไปเสียสนิท "อร่อยจนลืมด่าฉันเลยหรือไงคะ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ กรันต์ไม่ได้แตะตะเกียบของตัวเองเลยตั้งแต่พนักงานเอามาเสิร์ฟ เขานั่งเท้าคางมองมัณฑนากรสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุ่มลึกเกินกว่าจะตีความ รสาเคี้ยวเส้นนํ้าซุปตุולๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองค้อน "ฉันแค่เก็บแรงไว้เคลียร์งานรอบดึกต่างหากค่ะ ว่าแต่คุณเถอะ ทำไมไม่กิน สั่งมาประดับโต๊ะเล่นๆ หรือไง" "รอดูคุณกินมากกว่า... เพลินดี" คำตอบเรียบง่ายแต่เจือความหมายกำกวมทำเอารสาสำลักน้ำซุปจนหน้าดำหน้าแดง หญิงสาวคว้าทิชชูมาเช็ดปากแทบไม่ทัน ดวงตากลมโตถลึงมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เชื่อหู "คุณกรันต์! เล่นมุกอะไรเนี่ย กินผิดสำแดงหรือเปล่าคะวันนี้ ถึงได้พูดจาแปลกๆ" "ผมพูดความจริง" กรันต์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะฝั่งตรงข้ามอีกนิด จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงครึ่งหนึ่ง "ทำงานด้วยกันมาสามเดือน คุณไม่เคยยอมก้มหัวให้ผมเลยสักครั้ง รสา... ทำไมถึงดื้อด้านนักนะ" "เพราะฉันรู้ว่าตัวเองเก่งไงคะ และที่สำคัญ... ฉันเกลียดคนหยิ่งทะนงแบบคุณที่สุด" รสาเชิดหน้าขึ้น ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่ทอดมองมาอย่างอ่อนโยนจนน่ากลัว มันไม่ใช่สายตาของเพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่คู่กัด แต่มันคือสายตาของ... ผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังมองผู้หญิงคนสำคัญ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเงียบสงบ เสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากลำโพงร้านคลอเคลียไปกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามในอกด้านซ้ายของรสา มือแกร่งของสถาปนิกหนุ่มยื่นข้ามโต๊ะมาปัดเศษเส้นผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรگแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มทำเอาเธอตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป "ถ้าผมไม่ได้หยิ่ง... แต่แค่ไม่รู้จะเข้าหาคุณยังไงล่ะ" เสียงกระซิบแผ่วเบาลอดริมฝีปากหยักลึกที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงคืบ รสายังไม่ทันได้อ้าปากโต้ "อุ๊ย! ขอโทษที่ขัดจังหวะความสวีทนะคร้าบ พอดีผมเดินผ่านแถวนี้เลยแวะมาดูว่าสองคนนี้กินข้าวหรือยัง หรือกินน้ำลายกันแน่!" เสียงกวนประสาทของเตชินท์ดังขึ้นพร้อมกับการทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ว่างข้างๆ รสาอย่างถือวิสาสะ วิศวกรหนุ่มเพื่อนสนิทส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ รสาผุดลุกขึ้นถอยหลังกรูด หน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินอายปนความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ กรันต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใบหน้ากลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งไร้ความรู้สึกในเสี้ยววินาที ดวงตาสีเข้มตวัดมองเพื่อนสนิทด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทันทีถ้าสายตามีคมมีด "เตชินท์... แกอยากตายคาโต๊ะนี้ไหม" กรันต์เอ่ยเสียงเย็นเยียบ "ใจเย็นเพื่อน! ฉันแค่มีเรื่องด่วนจะบอก... พรุ่งนี้ที่เราต้องนำเสนอโปรเจกต์ บอร์ดบริหารเปลี่ยนตัวประธานกรรมการกะทันหัน และคนที่จะมาตัดสินงานเรา... คือ 'ภูวดล' อดีตคู่หมั้นเก่าของรสาเอง" ร่างบางของรสาชะงักกึก รอยยิ้มและอาการเขินอายเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่กรันต์หันขวับกลับมามองหน้าเธอทันที นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ขึ้นด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อันตรายและคาดเดาไม่ได้เลย (ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เอมเมอรัลด์อายส์ด้วยนะคะ)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%