รอยต่อระหว่างคอนกรีตเปลือยกับผนังปูนฉาบเรียบตรงโซนโถงต้อนรับชั้นสี่ของไซต์งาน ไม่ใช่จุดที่ควรจะมาสะดุดขาตัวเองล้มเอาเสียเลย หากไม่ใช่เพราะเศษไม้แบบที่ช่างทิ้งไว้เกะกะระเกะระกะ และส้นสูงสามนิ้วคู่โปรดของเธอที่วันนี้ดูจะพยศเป็นพิเศษ
"อุ๊ย!"
เสียงอุทานหลุดจากริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีส้มอิฐ รสาหลับตาปี๋ เตรียมใจรับแรงกระแทกกับพื้นคอนกรีตดิบๆ ที่หากหน้าคะมำลงไปคงได้ตีตราจองศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าคนใหม่แน่นอน สมองประมวลผลรวดเร็วฉบับมัณฑนากรสาวผู้ผ่านงานหนักมาโชกโชน แต่ทว่า... แรงกระแทกที่คาดการณ์ไว้กลับไม่เกิดขึ้น
ร่างบางทั้งร่างถูกกระชากด้วยแรงเหวี่ยงที่ทรงพลังพอกลบเกลื่อนความซุ่มซ่ามได้ทันท่วงที กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มคุ้นจมูกลอยปะทะนาสิกเสียก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆ เปิดขึ้น
กรันต์...
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายผู้ได้ฉายา ‘น้ำแข็งขั้วโลกประจำบริษัท’ กำลังใช้แขนข้างหนึ่งโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นจนแทบจะจมหายไปกับฝ่ามือใหญ่ ส่วนมืออีกข้างคว้าข้อศอกเธอไว้มั่นเพื่อพยุงทรงตัว ระยะห่างระหว่างกันในเสี้ยววินาทีนั้นแทบไม่มีอากาศหลงเหลือให้หายใจ
ดวงตาสคมเข้มคู่นั้นก้มมองลงมานิ่งสนิท แพขนตายาวทอดเงาทาบลงบนโหนกแก้มชัดเจน สันจมูกโด่งคมเป็นสันเกือบจะชนเข้ากับปลายจมูกรั้นของเธออยู่รำคาญใจ หัวใจดวงน้อยที่ปกติเต้นเป็นจังหวะงานเร่งส่งเดช ตอนนี้กลับรัวเร็วกระหน่ำราวกับมีกลองชุดมาตั้งประท้วงอยู่ในอก
"ซุ่มซ่าม"
น้ำเสียงทุ้มต่ำหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปที่อยู่ใกล้เสียจนเธอรู้สึกถึงไออุ่น มันไม่ใช่คำชม แต่มันก็ไม่ได้มีน้ำเสียงเยาะเย้ยถากถางอย่างที่เขาชอบทำเป็นประจำ มีเพียงความดุเจือความเป็นห่วงจางๆ ที่ถูกซ่อนไว้ใต้หน้ากากความนิ่งขรึมตามฟอร์มของนายสถาปนิกปากแข็ง
"ไม่ได้ซุ่มซ่ามสักหน่อย พื้นไซต์งานต่างหากที่ออกแบบมาไม่เอื้อต่อการเดินตรวจงานของมัณฑนากร" รสาเถียงกลับทันควันตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ปากเก่งสวนกลับทันทีแม้ว่าหัวใจจะเต้นผิดจังหวะจนควบคุมยากแล้วก็ตาม "ปล่อยได้แล้วค่ะ คุณกรันต์ ฉันยืนเองได้"
แต่ดูเหมือนคำสั่งนั้นจะไม่เป็นผล กรันต์ไม่ได้ขยับตัวออก หรือง่ายๆ คือเขาไม่ได้ปล่อยเธอออกจากอ้อมแขน กลับกัน... วงแขนแข็งแรงที่โอบเอวเธอนั้นกลับกระชับแน่นขึ้นอีกนิด ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือแล้วเธอจะสะดุดล้มหัวทิ่มพื้นไปจริงๆ
ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบกับดวงตาคู่คมที่กำลังจ้องลึกเข้ามาในนัยน์ตาของเธอ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา เสียงเจาะปูน เสียงตะโกนสั่งงานของคนงานก่อสร้างรอบด้านพลันเงียบหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ และจังหวะหัวใจที่เต้นรัวโครมครามจนเธอแอบหวั่นใจว่าเขาจะได้ยินมันไปด้วย
"ถ้าเดินไม่ดูตาม้าตาเรือ วันหลังก็ควรใส่ผ้าใบมา ไม่ใช่ส้นสูง" กรันต์เอ่ยเสียงราบเรียบ ทว่าสายตาที่ทอดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงของเธอนั้นกลับมีความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่เธอไม่กล้าตีความ
"นี่มันสิทธิ์ของฉันค่ะ งานออกแบบอินทีเรียร์ต้องคอมพลีททุกลุค คุณเป็นสถาปนิกโครงสร้าง อย่ามาล้ำเส้นเรื่องแฟชั่นของฉันนะคะ" รสาเชิดหน้าขึ้นเถียง ขยับตัวจะถอยหลังหนีเพื่อทำลายระยะห่างอันตรายนี้ แต่เขากลับไม่ยอมขยับเขยื้อน
"ปากเก่ง..." สถาปนิกหนุ่มพึมพำเบาๆ มุมปากหยักกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหายากที่นานๆ ทีมนุษย์น้ำแข็งคนนี้จะยอมแสดงออกมาให้เห็น และมันเป็นรอยยิ้มที่ทรงพลังเสียจนมัณฑนากรสาวปากเก่งอย่างเธอต้องเป็นฝ่ายพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
"อะไรนะคะ?"
"เปล่า..." กรันต์เสมองไปทางอื่น ปรับสีหน้ากลับมาเรียบสนิทราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมกับค่อยๆ คลายมือที่โอบเอวเธอออกอย่างเสียดาย—เธอมั่นใจว่าเธอไม่ได้ตาฝาดไป เพราะเธอเห็นแววตาทอประกายบางอย่างไหววับก่อนที่เขาจะตีสีหน้าตายด้านใส่ตามเดิม "แค่จะบอกว่า... ถ้าล้มหัวฟาดพื้นขึ้นมา งานออกแบบที่เธอคุยไว้กับลูกค้าคงไม่ได้ใช้พอดี"
"คุณนี่มัน..." รสาเม้มปากแน่น หมั่นไส้กับความปากแข็งของเขาเสียจริง เมื่อกี้เกือบจะซึ้งอยู่แล้วเชียว! "ปากร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะคะ สมแล้วที่เป็นสถาปนิกสายดาร์ก"
"ดาร์กตรงไหน ฉันพูดความจริง" กรันต์ยักไหล่เบาๆ คว้าสมุดแพลนเนอร์ขึ้นมาเปิดดูราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าใบหูข้างที่หันมาทางเธอ, ขอบใบหูนั้นกลับขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด—และนั่นคือหลักฐานชิ้นโบว์แดงที่ฟ้องว่านายคนนี้ไม่ได้นิ่งสนิทอย่างที่พยายามทำเป็นเก๊ก
รสาแอบอมยิ้มในใจ ความหงุดหงิดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น กล成为ความรู้สึกแปลกๆ ที่ตีรวนอยู่ในอก เคมีประหลาดระหว่างเธอกับเขามักจะจุดประกายขึ้นแบบนี้เสมอในยามที่คาดไม่ถึง และเธอก็เกลียดตัวเองเหลือเกินที่ดันรู้สึกสนุกกับความกวนประสาทนี้ซะด้วย
"มองอะไร หน้าฉันมีแปลนบ้านติดอยู่หรือไง" กรันต์หันกลับมาเจอสายตาพิจารณาของเธอพอดี จึงเอ่ยดักคอด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดนิดๆ กลบเกลื่อนความประหม่า
"เปล่าค่ะ แค่กำลังคิดว่า..." รสาแกล้งลดเสียงลงกระซิบ เข้าไปประชิดตัวเขาอีกนิดจนกรันต์ต้องผอยหลังไปครึ่งก้าว "คุณนี่... เวลาไม่มีฟอร์มปากร้าย ก็น่ารักกว่าที่คิดนะคะ"
กรันต์ชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึงกับความใจกล้าของเธอ ริมฝีปากอ้าออกเล็กน้อยคล้ายจะเถียงแต่ก็หาคำพูดมาโต้ตอบไม่ทัน มัณฑนากรสาวหัวเราะคิกคักในลำคออย่างผู้ชนะ หมุนตัวเตรียมจะเดินตรวจงานต่อด้วยความอารมณ์ดี
ทว่า... ก้าวแรกที่หมุนตัวพ้นจากรัศมีของเขา เสียงทุ้มคุ้นเคยของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางบันไดหนีไฟเสียก่อน
"อ้าว กรันต์ รสา! พวกเธอสองคนมาสุมหัวอะไรกันตรงนี้วะเนี่ย งานระบบชั้นสามท่อประปามีปัญหา รีบลงไปดูด่วนเลย!"
เสียงของเตชินท์ดังลั่นทะลุโถงทางเดิน พร้อมกับร่างสูงโปร่งของเพื่อนสนิทตัวดีที่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะความฟินจิกหมอนแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ รสาหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย รีบผละออกจากจุดนั้นทันทีเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ
กรันต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่งสายตาดุส่งไปให้เตชินท์ที่ยืนทำหน้ามึนงงไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับบรรยากาศมาคุเมื่อครู่ ก่อนที่สถาปนิกหนุ่มจะหันกลับมามองแผ่นหลังบางของรสาที่เดินลิ่วๆ หนีไปทางลิฟต์ พร้อมกับรอยยิ้มบางเบาที่จุดประกายขึ้นที่มุมปากอย่างไม่มีใครทันสังเกต... ยกเว้นแต่หัวใจของเขาเองที่รู้ดีว่า มันเต้นแรงไม่แพ้เธอนั่นแหละ
(ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เอมเมอรัลด์อายส์ด้วยนะคะ)
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ•ตอนที่ 6
อุบัติเหตุที่ทำให้ใจสั่น
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!