"ถ้าคุณสถาปนิกเขาจะคิดว่าเราเป็นโรคจิตที่เดินตามติดชีวิตเขาเกินไปไหมคะคุณเพื่อนรัก"
รสาหัวเราะคิกคักในลำคอ ขณะกวาดสายตามองผ่านเลนส์แว่นกันแดดแบรนด์เนมไปยังร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มมือรางวัล เจ้าของโปรเจกต์รีสอร์ตหรูริมคลองอัมพวา ที่กำลังยืนกอดอกเคร่งเครียดอยู่หน้าโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก มือเรียวสวยยกแก้วกาแฟเย็นขึ้นจิบด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ผิดกับเตชินท์ วิศวกรหนุ่มเพื่อนสนิทที่ยืนปาดเหงื่ออยู่ข้างๆ ด้วยความหวาดเสียวแทน
"ฉันว่าเขาไม่ได้คิดว่าแกเป็นโรคจิตหรอกรสา แต่เขาคงเตรียมใบลาออกพร้อมขู่ฟ้องข้อหาคุกคามทางสายตามากกว่า" เตชินท์กระซิบกระซาบพลันเหลือบมองกรันต์ที่ยืนห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร "แล้วนี่นึกครึ้มอกครึ้มใจอะไร ถึงลากฉันลงมาจากกรุงเทพฯ แต่เช้า แถมยังบอกให้พามาเดินตรวจไซต์งานแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ปกติเห็นเถียงกันจะเป็นจะตายเรื่องสเปกกระเบื้องยาง"
"ก็แค่อยากมาตรวจดูความคืบหน้าค่ะ ในฐานะมัณฑนากรผู้รับผิดชอบภายในไงคะ เผื่อว่าสถาปนิกผู้แสนจะ... เพอร์เฟกต์คนนั้น จะออกแบบอะไรพิลึกๆ จนฉันต้องแก้จนหัวฟูอีก" รสาตอบเสียงใส แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความซุกซน เธอตั้งใจจะมา 'กวนประสาท' เขาให้หลุดมาดนิ่งๆ เสียหน่อย หลังจากที่โดนเขาตอกหน้าด้วยสายตานิ่งสนิทเมื่อวานเรื่องการจัดวางแสงไฟ
ก้าวเรียวภายใต้กางเกงสแลคเข้ารูปเดินนำลิ่วเข้าไปในตัวอาคารที่กำลังก่อสร้าง ทันทีที่เงาของเธอลอดผ่านโครงสร้างเหล็ก กรันต์ที่กำลังก้มดูพิมพ์เขียวในมือก็ชะงักฝ่ามือที่พลิוףกระดาษ สถาปนิกหนุ่มเงยหน้าขึ้นช้าๆ ภายใต้หมวกนิรภัยสีขาว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคมกริบมองนิ่งมาที่เธอกับเตชินท์ราวกับเอ็กซ์เรย์ทะลุทะลวง
เงียบ... ไม่มีคำทักทาย ไม่มีเสียงถอนหายใจหน่ายๆ แบบที่เธอคาดหวังไว้ มีเพียงความนิ่งสนิทที่ทรงพลังเสียจนรสาต้องเป็นฝ่ายกระแอมออกมาเบาๆ เพื่อแก้เก้อ
"สวัสดีค่ะท่านสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่ วันนี้อากาศดีนะคะ ถึงฝุ่นจะเยอะไปหน่อยก็เถอะ" รساเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงยียวน พลางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานสนามจนแทบจะชิดแปลนกระดาษ
กรันต์ไม่ตอบ เขายังคงมองเธอด้วยแววตาเรียเฉย ราวกับเธอเป็นเพียงฝุ่นละอองตัวหนึ่งที่พัดผ่านเข้ามาในไซต์งาน เขาเพียงแค่หันไปหาเตชินท์แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิท
"เตชินท์ งานระบบท่อระบายน้ำโซน B ที่นายรับปากว่าจะเคลียร์ให้เสร็จภายในมะรืนนี้ คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ถ้ายังไม่ได้ตามสเปก ฉันเกรงว่าแบบแปลนภายในที่ 'คุณมัณฑนากรปากเก่ง' เขาอุตส่าห์ดั้นด้นมาตรวจ คงจะต้องรื้อทำใหม่หมดตั้งแต่โครงสร้างพื้น"
ประโยคเรียบๆ ที่แฝงหมัดฮุกเข้าเต็มคางทำรสาหน้าเจื่อนลงไปถนัดตา รอยยิ้มพราวระยับเมื่อครู่ค้างเติ่งอยู่บนมุมปาก ความตั้งใจจะมาป่วนให้เขาเสียอาการกลับกลายเป็นว่าเธอเองที่ถูกตอกกลับด้วยเรื่องงานอย่างเจ็บแสบโดยไม่ต้องใช้อารมณ์แม้แต่น้อย
"นี่คุณ! พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ ฉันไม่ได้ทำงานลวกๆ นะ!" รสาหลุดเสียงแหลมขึ้นเล็กน้อยด้วยความเสียฟอร์ม ดวงตาคู่สวยตวัดมองค้อนวงหน้าคมคายที่ตอนนี้ยกยิ้มมุมปากขึ้นเพียงนิดเดียว—นิดเดียวจริงๆ ชนิดที่ถ้าไม่สังเกตก็คงคิดว่าตาฝาด
"ผมไม่ได้หมายความว่าคุณทำงานลวกๆ ครับคุณรสา..." กรันต์ค่อยๆ ถอดหมวกนิรภัยออก เส้นผมสีดำสนิทชื้นเหงื่อลู่ลงกรอบหน้าหล่อเหลา ทำให้เขาดูดิบเถื่อนและทรงเสน่ห์ขึ้นเป็นกองในสายตาของคนมอง แม้เจ้าตัวจะยังคงรักษามาดนิ่งขรึมเอาไว้ได้เหนียวแน่นก็ตาม "ผมแค่หมายความว่า... ถ้าคุณเอาเวลาว่างจากการเดินตามผมต้อยๆ แบบนี้ ไปใส่ใจกับการตรวจสอบสเปกวัสดุให้รอบคอบกว่าเดิม เราคงไม่ต้องมาเสียเวลาเถียงกันเรื่องงบประมาณบานปลายในที่ประชุมสัปดาห์หน้า"
ฉึก! เหมือนมีศรนับร้อยดอกพุ่งปักเข้ากลางอก รสาอ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปชั่วขณะเพราะหาคำมาเถียงไม่ทัน สายตาคมกริบทรงอำนาจคู่นั้นมองตรงมาที่เธออย่างเหนือกว่า ชัดเจนว่าแผนการประชดประชันที่เธออุตส่าห์วางแผนมาอย่างดีพังไม่เป็นท่าแถมยังโดนเขาย้อนเกล็ดจนมุม
เตชินท์ที่ยืนลุ้นอยู่ข้างๆ แอบยกมือขึ้นปิดปากกลั้นขำจนตัวสั่น รีบถอยกรูดออกห่างจากสนามอารมณ์ที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
"เอ่อ... ฉันว่าฉันขอตัวไปเช็คท่อระบายน้ำโซน B ก่อนดีกว่านะ รสา เชิญตามสบายเลยนะเพื่อนรัก" วิศวกรหนุ่มชิ่งหนีอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เธอยืนเผชิญหน้ากับสถาปนิกปากร้ายเพียงลำพังท่ามกลางโครงสร้างปูนเปลือย
รสาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความพ่ายแพ้ทำให้เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าว เธอไม่ยอมเสียหน้าให้ผู้ชายคนนี้เด็ดขาด!
"อ๋อเหรอคะ? งั้นก็ดีค่ะ! ในเมื่อคุณสถาปนิกห่วงใยเรื่องงานของฉันนัก งั้นเรามาเคลียร์กันให้รู้เรื่องตรงนี้เลยดีกว่า ว่าทำไมแบบแปลนแสงไฟที่คุณแก้มาล่าสุด ถึงได้ทำลายไอเดียการตกแต่งของฉันจนย่อยยับแบบนั้น!"
รสาพุ่งเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างเหลืออด ความสูงที่ต่างกันทำให้เธอต้องแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความดุดันในแววตาของเธอลดลงเลยแม้แต่น้อย ปลายจมูกเกือบจะชนกับสันจมูกโด่งเป็นสันของเขาหากกรันต์ไม่ยอมถอยหลังออกไปครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง
แต่ทว่า... จังหวะที่เธอก้าวตามเพื่อกดดันเขากลับพลาดเหยียบเข้ากับเศษปูนซีเมนต์ที่หล่นอยู่บนพื้น รองเท้าส้นสูงคู่โปรดพลิกทันทีจนร่างบางเซถลาไปข้างหน้า!
"อุ๊ย!"
รสาหลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บจากการกระแทกพื้นคอนกรีตแข็งๆ แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับไม่เกิดขึ้น สัมผัสอุ่นร้อนจากมือแกร่งคว้าเข้าที่เอวบางของเธอไว้ได้อย่างรวดเร็วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของเธอลอยหวือและปะทะเข้ากับแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตชื้นเหงื่อ
กลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นอายความเป็นผู้ชายและกลิ่นฝุ่นปูนจางๆ ลอยเข้าจมูก รสาเบิกตากว้างเมื่อพบว่าตอนนี้ตัวเองกำลังแนบชิดอยู่กับอกของกรันต์ ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มสากจนขนลุกซู่
กรันต์ก้มมองมัณฑนากรสาวที่อยู่ในอ้อมแขน นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นไหววับชั่วขณะ ความนิ่งขรึมเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยประกายความลึกล้ำบางอย่างที่ทำเอารสาหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง
"เก่งนักนะ... เรื่องหาเรื่องใส่ตัวเนี่ย" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นไม่ได้เยือกเย็นเหมือนก่อนหน้า แต่กลับแหบพร่าและสั่นระริกเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด
รสาอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก หัวใจเจ้ากรรมก็ดันเต้นโครมครามดังแข่งกับเสียงเครื่องมือการก่อสร้างรอบตัว ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนเกินงามนี้กำลังแผดเผาความมั่นใจของเธอจนมอดไหม้
และก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งสติผลักเขาออก กรันต์ก็โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเขาสัมผัสเข้ากับแก้มเนียนแผ่วเบา พร้อมกับเสียงกระซิบพร่าที่ดังขึ้นชิดริมฝีปากของเธอ
"ถ้ายังไม่อยากเจ็บตัว... เลิกทำตัวเป็นเด็กดื้อแล้วฟังที่ผมพูดสักนาที... จะได้ไหมครับ"
(ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เอมเมอรัลด์อายส์ด้วยนะคะ)
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ•ตอนที่ 5
แผนประชดที่ไม่ได้ผล
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!