"ถ้าคุณยังเดินมาเหยียบกระโปรงฉันอีกทีเดียว ฉันจะถือวิสาสะเอาคัตเตอร์ตัดขา กางเกงสแลกของคุณให้มันกลายเป็นกางเกงขาสั้นรับลมทะเลแถวนี้ซะเลยนะคะคุณกรันต์"
เสียงหวานใสที่เจือความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ดังขึ้น ท่ามกลางกลิ่นอายฝุ่นดินและกลิ่นฉุนจางๆ ของไม้แปรรูปในโกดังวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ รสาถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางสะบัดไหล่เล็กน้อยเพื่อขับไล่ความอึดอัดที่เกาะกุมแผ่นหลังตั้งแต่ก้าวขึ้นรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อเดินทางข้ามจังหวัดมาด้วยกันสองต่อสองตั้งแต่ตีห้า
สถาปนิกหนุ่มมือรางวัลเจ้าของใบหน้าเรียบตึงไม่บ่งบอกอารมณ์ ชะתาฝีเท้าลงเล็กน้อย ปรายตามองหญิงสาวที่ยืนกอดอกพิงกองไม้ลามิเนตด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา กรันต์ไม่ได้ขยับเขยื้อnถอยหนีแต่อย่างใด หนำซ้ำเขายยังก้าวประชิดเข้ามาอีกครึ่งก้าว จนรสาต้องเงີยหน้าขึ้นมองด้วยความขัดเคือง
"ผมไม่ได้ตั้งใจ... ระยะก้าวของผมกับคุณมันไม่เท่ากัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบถูกเอื้อnออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดูลึกล้ำและน่ากลัวขึ้นเป็นกองเมื่ออยู่กันตามลำพังแบบนี้ "อีกอย่าง ถ้าไม่อยากให้ผมเดินชน คุณก็ควรเดินนำหน้าผม ไม่ใช่เดินหันหลังมาบ่นงึมงำแล้วสะดุดขาตัวเองจนเกือบหน้าคะมำใส่ลังกระเบื้องเมื่อกี้"
"นี่คุณ!" รสาอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตวาวโรจน์ขึ้นมาทันที "นั่นเพราะคุณขับรถเร็วเกินลิมิตจนสมองฉันยังปั่นป่วนต่างหากล่ะคะ! แล้วไหนจะกาแฟกระป๋องรสชาติเหมือนน้ำล้างจานที่คุณบังคับให้ฉันดื่มตอนแวะปั๊มอีก... คุณแกล้งฉันชัดๆ"
"ผมหวังดีหรอก" กรันต์ตอบสั้นๆ แต่ทว่ามุมปากหยักลึกข้างหนึ่งกลับกระตุกขึ้นอย่างยากจะสังเกตเห็น "เดินทางไกลสามชั่วโมง ถ้าไม่หากิจกรรมทำ... เดี๋ยวคุณก็จะหลับแล้วซบไหล่ผมเหมือนรอบที่แล้วอีก"
คำพูดนั้นทำเอารสาชะงักไปชั่วขณะ เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่พวงแก้มขาวเนียนอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพราะความเขินอาย... แต่เป็นเพราะความอับอายที่เผลอหลับแล้วพาดหัวไปซบไหล่กว้างของคนปากแข็งคนนี้จริงๆ ในทริปสำรวจหน้างานเดือนก่อน!
"ใครจะไปซบคุณกันคะ เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว" รสาเชิดหน้าขึ้นปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะจนน่ารำคาญ "เรามาเลือกหินอ่อนสำหรับล็อบบี้โครงการนะคะ ไม่ได้มาต่อปากต่อคำเรื่องไร้สาระ แยกย้ายไปเช็กสเปกวัสดุของใครของมันเลยค่ะ"
ว่าแล้วมัณฑนากรสาวก็สะบัดบ๊อบใส่ แล้วก้าวฉับๆ ไปยังโซนจัดแสดงหินแกรนิตและหินธรรมชาติทันที ทิ้งให้กรันต์ยืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยแววตาที่อ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ความนิ่งขรึมที่เคยสร้างเป็นเกราะกำบังเริ่มมีรอยร้าวทีละนิด ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้... กำแพงที่เขาสร้างไว้เพื่อปกป้องความรู้สึกจากอดีตอันแสนเจ็บปวดมักจะสั่นคลอนอย่างง่ายดาย
แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านหลังคาโกดังสังกะสีสาดกระทบฝุ่นละอองในอากาศให้ระยิบระยับ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงเมื่อทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างก้มหน้าก้มตาทำงานของตนเอง รสาไล้ปลายนิ้วเรียวไปตามพื้นผิวหินอ่อนลายริ้วสีเทาเข้ม ดวงตาคู่สวยพิจารณาความหนาและลวดลายอย่างละเอียดถี่ถ้วนสมกับเป็นมืออาชีพ ขณะที่กรันต์ยืนกอดอกพิงเสาเหล็ก ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร สายตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มองแผ่นหินเลยสักนิด... เขากำลังมองท่าทางตั้งอกตั้งใจของเธอต่างหาก
เรือนผมสีน้ำตาลเข้มที่ถูกรวบหลวมๆ ปลดปล่อยปอยผมเคลีกรอบหน้าหวาน ลำคอระหงที่ขยับยามกลืนน้ำลาย และริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันน้อยๆ เวลาใช้ความคิด... ทุกอณูความเคลื่อนไหวของรساมีอิทธิพลต่อจังหวะการหายใจของเขาอย่างประหลาด
"เฮ้อ... ลายนี้สวยนะ แต่เฉดสีมันอุ่นเกินไปสำหรับคอนเซปต์ Minimal Luxe ที่คุณวางไว้แต่แรก" เสียงหวานเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รสาหันกลับมามองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นปูนปั้น "คุณว่าไงคะคุณกรันต์? หรือสมองคุณตื้อจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว?"
กรันต์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาใกล้ พื้นที่ระหว่างเขากับเธอลดระยะลงจนแทบจะแนบชิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ ประจำตัวของรสาปะทะเข้ากับจมูกโด่งเป็นสัน มันไม่ใช่กลิ่นฉุนรุนแรง แต่เป็นความหอมสะอาดสดชื่นที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด
"เย็นชาเกินไป" กรันต์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ขณะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนรสาต้องผละตัวถอยหลังไปชนกับชั้นวางสินค้า "ถ้าใช้หินลายนี้ ล็อบบี้จะดูเหมือนห้องดับจิตมากกว่าตู้คอนโดมิเนียมหรู... คุณตาถึงหรือเปล่ามัณฑนากรสา"
"นี่คุณวิจารณ์งานฉันแรงเกินไปแล้วนะคะ!" รสาเงยหน้าขึ้นเถียง ขยับตัวจะถอยหนีแต่ติดที่ชั้นวางหินด้านหลัง ทำให้ตอนนี้เธอกลายๆ เป็นยืนอยู่ท่ามกลางวงแขนแกร่งของเขาโดยปริยาย ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่ปะปนกันจนแยกไม่ออก
ดวงตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลคู่คมที่ฉายแววบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความเย็นชา ไม่ใช่ความกวนประสาท... แต่มันคือความร้อนแรงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า และความโหยหาบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนไว้ลึกสุดขั้วหัวใจ
หัวใจของรสาเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ฝ่ามือเล็กที่ถือแท็บเล็ตอยู่ชื้นเหงื่อขึ้นมาฉับพลัน สมองที่เคยประมวลผลเรื่องงานได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าราวกับถูกลบความทรงจำชั่วขณะ
"แล้ว... แบบไหนล่ะคะที่เรียกว่าพอดีในสายตาคุณ" รสากลั้นใจถามออกไป น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับสั่นพร่าลงอย่างควบคุมไม่ได้ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อสายตาคมกริบเลื่อนต่ำลงมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากของเธอนิ่งนาน
กรันต์ไม่ตอบทันที ปลายนิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มเอื้อมออกไปอย่างช้าๆ ก่อนจะปัดปอยผมที่ตกลงมาปรบแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มทำเอารสาตัวแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกด
"แบบที่..." เสียงทุ้มแหบพร่าลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "ทำให้ผมเสียสมาธิเวลาทำงาน... แบบนั้นแหละที่เรียกว่าพอดี"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ โกดังเก็บวัสดุก่อสร้างที่เคยอึกทึกครึกโครมกลับเงียบสงบลงราวกับโลกใบนี้มีเพียงแค่เขากับเธอ รสาหลับตาลงครึ่งหนึ่ง หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล เปลือกตาร้อนผ่าวและลมหายใจที่ติดขัดกำลังบอกเธอว่า... สถานการณ์ตอนนี้มันเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงานไปไกลโลนแล้ว
กรันต์ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ริมฝีปากหยักลึกกำลังจะทาบทับลงมาเพื่อปิดกั้นเสียงเถียงของคนอวดดีตรงหน้า...
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในกระเป๋ากางเกงของกรันต์ดังแผดเสียงแหวกความเงียบขึ้นมาอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา ขัดจังหวะความหวานซึ้งที่กำลังก่อตัวขึ้นราวกับมีใครเอาน้ำเย็นมาสาดใส่หน้า
รสาได้สติสะดุ้งสุดตัว เธอใช้มือดันอกแกร่งให้ออกห่างทันที พวงแก้มแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู หญิงสาวหันหน้าหนีไปอีกทางด้วยความเขินอายและประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก
กรันต์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างที่สุด ดวงตาคมกริบฉายแววไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรงเมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อของวิศวกรหนุ่มเพื่อนสนิทตัวดีที่ชอบโผล่มาถูกจังหวะเวลาซะเหลือเกิน
"มีอะไร เตชินท์" กรันต์กดรับสายด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้างและเย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้
(เฮ้ย กรันต์! แย่แล้วว่ะ) เสียงปลายสายร้องโวยวายแทบจะทันที (พวกแกสองคนยังอยู่กันที่โกดังวัสดุที่จังหวัด... ใช่ป่ะวะ? รีบกลับด่วนเลย ตอนนี้ที่ไซต์งานหลักเกิดเรื่องใหญ่แล้ว มีปัญหาเรื่องโครงสร้างเสาเขեմที่คนงานเพิ่งขุดเจอ มันทรุดตัวลงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เจ้าของโครงการกำลังหัวเสียแล้วดิ่งไปที่หน้างานตอนนี้เลยเว้ย!)
ดวงตาสีนิลของกรันต์หรี่แคบลงทันที ความหวานละมุนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเคร่งเครียดและสัญชาตญาณของสถาปนิกมืออาชีพที่ตื่นตัวขึ้นเต็มพิกัด
"ฉันจะรีบกลับเดี๋ยวนี้"
กรันต์กดตัดสายแล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ก่อนจะหันมามองรสาที่ตอนนี้หันกลับมามองเขาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกไม่แพ้กัน เนื่องจากได้ยินบทสนทนาคร่าวๆ เมื่อครู่
"เกิดอะไรขึ้นคะ?" รสาถามเสียงเครียด
"ไซต์งานมีปัญหาใหญ่" กรันต์คว้ากุญแจรถขึ้นมาถือไว้ สีหน้าเรียบตึงกลับมาเต็มเปี่ยมด้วยความจริงจัง "เราต้องกลับเดี๋ยวนี้... และดูเหมือนว่าทริปตรวจงานต่างจังหวัดของเรา จะไม่ได้จบลงแค่การเลือกหินอ่อนซะแล้วสิครับ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดนี้กับเอมเมอรัลด์อายส์นะคะ
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ•ตอนที่ 16
ทริปตรวจงานต่างจังหวัด
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!