กระดาษม้วนใหญ่ร่วงหล่นลงกระทบพื้นซีเมนต์เสียงดังปัง ไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองในยามบ่ายที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงตอกเสาเข็มและคำสั่งงาน กลับเงียบกริบจนน่าใจหาย รสายืนตัวชาค้างอยู่หน้าแปลนโครงสร้างหลักที่เพิ่งส่งตรงมาจากสำนักงานใหญ่ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อพบว่าตัวเลขความหนาของคานรับน้ำหนักโซนสระว่ายน้ำลอยฟ้าถูกพิมพ์สลับค่าวิศวกรรม ความผิดพลาดมหันต์ระดับโครงสร้างที่หากปล่อยให้ผ่านไปแม้แต่นิ้วเดียว ตึกทั้งหลังจะกลายเป็นสุสานไร้ชื่อทันที
"นี่มัน... บ้าอะไรเนี่ย" เสียงพึมพำลอดไรฟันของเธอสั่นระริก
"เกิดอะไรขึ้นรสา" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มมือรางวัลที่ก้าวฉับๆ เข้ามาประชิด กรันต์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและหมวกนิรภัยสีขาวขมักเขม้นขยับเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามสไตล์ แต่เพียงแค่สายตาคมกริบกวาดมองตัวเลขบนแบบแปลน รอยย่นหว่างคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็นปม
ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ไม่กี่วินาทีให้หลัง หนักหน่วงยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กผสมเสร็จ
"แบบโครงสร้างสลับทิศทาง... โซนพูลวิลล่าชั้นบนสุดรับน้ำหนักโอเวอร์โหลดเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์" กรันต์พึมพำ เสียงของเขาเย็นเยียบจนน่ากลัว ดวงตาคมกวาดมองตัวเลขซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะเงยขึ้นสบตากับเธอ "ใครเป็นคนตรวจรับแบบรอบสุดท้าย"
"ทีมโครงสร้างส่วนกลางค่ะ... แต่เอกสารเซ็นอนุมัติชุดนี้ถูกส่งผ่านระบบออนไซต์โดยตรงเมื่อคืนตอนตีสอง ซึ่งเป็นช่วงที่ฉัน..." รสาชะงัก กลืนก้อนสะอื้นเหนียวหนืดลงคอ สมองหมุนเร็วจี๋เพื่อประมวลผลเหตุการณ์ "มีคนจงใจสับเปลี่ยนไฟล์ตอนที่ระบบอัปเดตอัตโนมัติ"
"เรื่องของเรา...ยังไม่จบแค่นี้แน่รสา เตรียมตัวรับมือไว้ให้ดี" คำพูดขู่ขวัญจากบุคคลปริศนาเมื่อคืนลอยกลับเข้ามาในหัวราวกับเสียงสะท้อนในถ้ำมืด นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดจากความสะเพร่า แต่มันคือการวินาศกรรมโปรเจกต์ระดับพันล้านเพื่อทำลายชื่อเสียงของทั้งเธอและกรันต์ให้ย่อยยับในคราวเดียว
"ถ้าเราไม่แก้ภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนี้ วิศวกรรมสถานจะสั่งระงับการก่อสร้างถาวร และบริษัทของเราจะโดนฟ้องล้มละลาย" รสาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้สึกผิดพวยพุ่งขึ้นมาจุกอก แม้เธอจะไม่ใช่คนต้นคิดความผิดพลาดนี้ แต่เธอก็คือมัณฑนากรหลักที่เซ็นรับผิดชอบพื้นที่โซนนี้ร่วมกับเขา
กรันต์หันขวับมามองเธอ แววตาที่เคยนิ่งสนิทกลับไหววับด้วยประกายบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้เจ็บปวดแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นที่ส่งผ่านความอบอุ่นมาให้
"ตั้งสติรสา เลิกโทษตัวเองแล้วฟังฉัน" น้ำเสียงของเขาเข้มจัด ทรงพลัง และเด็ดขาดจนความตื่นตระหนกในอกของเธอกลั้นหายใจลงไปได้ชั่วขณะ "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นสกปรก เราก็จะเล่นกลับให้ดูว่าสถาปนิกกับมัณฑนากรคู่นี้ ไม่ได้ล้มง่ายๆ แค่กระดาษแผ่นเดียว"
หัวใจของรสาเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่แผ่ออกมาจากผู้ชายปากร้ายคนนี้ ในยามวิกฤตที่คนอื่นสติแตก กรันต์กลับกลายเป็นเสาเข็มต้นใหญ่ที่มั่นคงที่สุดให้เธอยืนพิง
"แล้วเราจะเริ่มจากตรงไหนคะ ในเมื่อแบบแปลนหลักพังไปแล้ว และทีมวิศวกรของบริษัทใหญ่ก็ติดต่อไม่ได้เพราะเป็นวันหยุดยาว" เธอถาม เสียงเริ่มกลับมามั่นคงขึ้นเมื่อเห็นแววตาดุดันที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นของเขา
"เราจะคำนวณใหม่ทั้งหมดด้วยมือ บนโต๊ะตัวนี้ เดี๋ยวนี้" กรันต์ลากเธอนั่งลงที่โต๊ะสนามชั่วคราว ท่ามกลางฝุ่นผงจากการก่อสร้างและแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมาอย่างไม่ปรานี
มือหนาดึงกระดาษไขแผ่นใหญ่กางออก คว้าดินสอกดและไม้บรรทัดสามเหลี่ยมขึ้นมาจรดลงบนกระดาษด้วยความเร็วและความแม่นยำที่น่าทึ่ง รสายเองก็ไม่รอช้า เธอสลัดความกลัวทิ้งไปจนหมดสิ้น สมองฝั่งครีเอทีฟและคำนวณภายในหัวทำงานประสานกันอย่างรวดเร็ว เธอหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมาเปิดไฟล์โมเดลสามมิติสำรองที่เคยทำเก็บไว้แบบออฟไลน์
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีเพียงเสียงขูดขีดของดินสอ เสียงเคาะแป้นพิมพ์รัวเร็ว และเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างลงตัว
"ตรงนี้... ถ้าเราเสริมคานเหล็กกล้าไฮบริดแบบ H-Beam เข้าไปรับน้ำหนักแทนเสาคอนกรีตเดิม จะสามารถลดทอนน้ำหนักลงได้สี่สิบเปอร์เซ็นต์โดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างหลัก" รสาชี้จุดบนจอแท็บเล็ต ดวงตาส่องประกายความฉลาดเฉลียว
กรันต์เหลือบมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้มีคราบฝุ่นบางๆ ติดอยู่ข้างแก้ม มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ ท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายร้ายดี เธอกลับดูมีเสน่ห์จนน่าประหลาดใจ "ความคิดไม่เลวเลยนี่ ยัยปากแซ่บ คิดเหมือนฉันไม่มีผิด"
"นี่ไม่ใช่เวลามาชมนะคะคุณกรันต์" เธอดลสายตาค้อนใส่เขาเบาๆ แต่ใบหน้ากลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่
"ใครชมเธอ ฉันชมไอเดียต่างหาก" เขาปฏิเสธเสียงแข็งกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างในอก ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกันเพื่อชี้จุดคำนวณบนกระดาษ "มองตรงนี้สิ ถ้าเราดัดแปลงมุมองศาของระเบียงยื่นออกไปอีกสิบห้าองศา แรงกดอัดจะถ่ายเทไปที่คานฐานรากด้านล่างพอดีเป๊ะ... ลองคำนวณตัวเลขความต้านทานแรงดึงให้ฉันซิ"
รสาขยับเข้าไปใกล้โดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นและเหงื่อบางเบาจากตัวกรันต์ทำเอาสติของเธอเตลิดไปชั่วขณะ แต่ความรับผิดชอบก็ดึงเธอกลับมาสู่ความเป็นจริง นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์คำนวณตัวเลขทางสถิติอย่างคล่องแคล่ว
"ผ่านค่ะ! ค่าความปลอดภัยอยู่ที่ 1.8 เกินมาตรฐานขั้นต่ำด้วยซ้ำ!" รสาอุทานออกมาด้วยความดีใจ เผลอหันไปคว้าแขนของกรันต์เขย่าด้วยความตื่นเต้น
กรันต์ชะงัก นัยน์ตาคมกริบมองมือที่เกาะแขนเขาอยู่ ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับดวงตาสุกใสที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและชื่นชม ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น เสียงรอบข้างในไซต์งานราวกับถูกปิดสวิตช์ เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นรัวแข่งกัน
รสาเพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้เธอแนบชิดกับเขามากแค่ไหน ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู เธอพยายามจะผละตัวออก แต่กรันต์กลับไว1ก้าว มือหนาเอื้อมมาโอบเอวบางไว้ด้วยสัญชาตญาณ รั้งตัวเธอให้เข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคมคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกที่ซ่อนไว้มานาน
"เก่งมาก... รสา" เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาชิดริมฝีปาก น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนจนคนฟังหัวใจเหลวเป๋ว ปราศจากมาดนิ่งขรึมและวาจาเชือดเฉือนใดๆ
ดวงตาทั้งคู่ประสานกันในความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาล กรันต์ค่อยๆ ก้มหน้าลงช้าๆ ระยะห่างลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่ง...
*ปัง! เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างอวบอ้วนของเตชินท์ที่พุ่งพรวดเข้ามาในห้องทำงานชั่วคราวราวกับพายุ*
"เฮ้ยพวกแก! ฉันหาตัวแทบพลิกแผ่นดิน... เอ๊ย! ฉันขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย!" เตชินท์เบรกเอี๊ยด อ้าปากค้างตาโตเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนสนิทและสถาปนิกหนุ่มที่อยู่ห่างกันไม่ถึงเซนติเมตร รสายรีบผลักอกกรันต์ออกสุดแรงเกิด ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงต้นคอ ส่วนกรันต์ถอนหายใจยาวด้วยความหงุดหงิดระคนเสียดาย ตวัดสายตาดุส่งไปให้เพื่อนสนิททันที
"แกมาทำไมเตชินท์" กรันต์กัดฟันกรอด น้ำเสียงลอดไรฟันบ่งบอกความหัวเสียอย่างชัดเจน
"ฉันไม่ได้อยากมาขัดเวลาสวีทหรอกนะเว้ย แต่ไอ้คนที่ส่งแบบปลอมมาเมื่อคืน... ตอนนี้มันกำลังเดินเข้ามาในตึกนี้แล้ว!" เตชินท์หน้าตาตื่น ยกแท็บเล็ตในมือขึ้นโชว์ภาพจากกล้องวงจรปิดชั้นล่างให้ทั้งคู่ดู
รสาและกรันต์หันขวับไปมองหน้าจอทันที ภาพที่ปรากฏคือร่างของชายในสูทราคาแพงคนหนึ่งกำลังก้าวออกจากลิฟต์ พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งตรงมายังกล้องวงจรปิดราวกับรู้ว่าพวกเขากำลังมองอยู่ และบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญที่เคยประกาศกร้าวว่าจะฮุบโปรเจกต์นี้ให้ได้
เอมเมอรัลด์อายส์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครของเราในตอนนี้นะคะ
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ•ตอนที่ 20
วันที่ทุกอย่างเกือบพัง
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!