เสียงตบมือเกรียวกราวและเสียงหวีดร้องด้วยความโล่งอกดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วพื้นที่หน้าไซต์งานโปรเจกต์หรู รสาถอนหายใจยาวเหยียดจนไหล่ลู่ลง ร่างบางเซถลلاเล็กน้อยด้วยความอ่อนระโหยโรยแรงหลังจากต้องยืนบัญชาการหน้างานแข่งกับเวลาและอุปสรรคสารพัดมาตลอดเจ็ดสิบสองชั่วโมงเต็ม คานเหล็กยักษ์และโครงสร้างกระจกเทมเปอร์ลามิเนตแผ่นสุดท้ายเพิ่งถูกล็อกเข้าที่อย่างสมบูรณ์แบบภายใต้การคำนวณอันแม่นยำไร้ที่ติ
วิกฤตการณ์แผ่นดินไหวเล็กน้อยเมื่อช่วงบ่ายที่ทำเอาทีมงานทุกคนหัวใจแทบวาย ผ่านพ้นไปได้ด้วยความร่วมมือและสติปัญญาของทีมสถาปนิกและมัณฑนากรคู่กัด
"รสา! ระวัง!"
เสียงตะโกนด้วยความตกใจของเตชินท์ดังขึ้นพร้อมกับจังหวะที่เศษวัสดุก่อสร้างชิ้นหนึ่งหลุดร่วงลงมาจากคานด้านบน รสาเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้เธอก้าวถอยหลัง แต่รองเท้าส้นสูงคู่เก่งกลับเหยียบเข้ากับเศษปูนบนพื้นจนข้อเท้าพลิก ร่างเพรียวเตรียมจะล้มพับลงไปกระแทกกับพื้นคอนกรีตแข็งๆ อยู่รอมร่อ
แต่ทว่า... ความเจ็บปวดที่คาดไว้กลับไม่เกิดขึ้น
อ้อมแขนแกร่งที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยกลิ่นหอมสะอาดของสบู่ผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ พุ่งเข้ามารวบเอวบางไว้แน่นด้วยความเร็วแสง แรงเหวี่ยงจากการดึงทำให้รสาเซถลาเข้าไปซบลงกับอกแผ่นกว้างที่กำลังกระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะการเต้นของหัวใจ กรันต์คว้าตัวเธอเข้าสู่อ้อมกอดอย่างไม่ทันคิดชีวิต ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงและติดจะหงุดหงิดอยู่เสมอยามนี้ซีดเผือด แววตาดุคมเข้มที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งกำลังสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด
"เธอคิดจะทำอะไรวะ รสา!" เสียงทุ้มต่ำตวาดแหวใส่ด้วยความโมโหปนความกลัวที่ฉายชัดในน้ำเสียง กรันต์กอดร่างบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา "ถ้าตะกี้นี้หลบไม่พ้น ขาเธอคงหักไปแล้ว รู้ตัวบ้างไหม!"
รสาที่ยังคงอยู่ในอาการช็อกซบหน้าลงกับอกแผ่นแน่นของเขา ได้ยินเสียงหัวใจของสถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่งเต้นรัวเร็วจนน่าตกใจ มันดังตุบตับราวกับกลองเพลิง สะท้อนความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความห่วงใยที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาKดดusดดดดดดดดดดดด... ภายใต้มาดนิ่งขรึม
"ปล่อยเลยนะ ตาบ้า... เจ็บพอนะคะ ไม่เห็นต้องดุซะเสียงดังเลยนี่" รสาพยายามทำเสียงแข็งกลบเกลื่อนความสั่นไหวในหัวใจ ฝ่ามือเล็กดันแผงอกแกร่งเบาๆ แต่มีหรือที่คนตัวโตกว่าจะยอมปล่อย สเต็ปการกอดกระชับแน่นขึ้นไปอีกจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน
"ปากเก่งนักนะ... หน้าซีดเป็นไก่ต้มขนาดนี้ยังจะมีปากมีเสียงอีกเหรอ" กรันต์กัดฟันกรอด สายตาคมกวาดสำรวจไปทั่วใบหน้าหวานและเรียวขาของเธอด้วยความกังวล "เจ็บตรงไหนรึเปล่า... ไหนบอกซิ"
"แหม ทีงี้ทำเป็นมาถามไถ่... เป็นห่วงฉันเหรอคะ คุณสถาปนิกหน้าตาย" รสายกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาระยิบระยับด้วยประกายความซุกซนแม้ขอบตาจะรื้นด้วยหยาดน้ำใสจากความเหนื่อยล้า เธอยังคงไม่วายหาเรื่องหยอกล้อเขาเพื่อซ่อนความเขินอายที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วพวงแก้ม
"ใช่! ฉันห่วง! ห่วงจนประสาทจะกินอยู่แล้ว ยัยมัณฑนากรตัวแสบ!"
กรันต์หลุดปากตะคอกออกมาด้วยความจำยอม ความซึนเดะที่สะสมมานานนับเดือนพังทลายลงในพริบตา ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงผิวปากแซวอย่างสนุกสนานจากทีมงานก่อสร้างและวิศวกรที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่รอบด้าน เตชินท์ยืนกอดอกยิ้มกริ่มอยู่ไม่ไกล ส่งสายตาแซวมาให้เพื่อนสนิทแบบไม่ต้องเกรงใจใคร
รสาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนที่เกือบโดนเศษเหล็กหล่นใส่เสียอีก คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยยอมอ่อนข้อให้ใคร ทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน
ความอบอุ่นจากอ้อมกอดแรกที่มั่นคงและจริงใจที่สุดนับตั้งแต่เริ่มทำงานด้วยกัน ทำให้เธอลืมเลือนความเหนื่อยล้าและแผลใจในอดีตไปจนหมดสิ้น รสายกแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาช้าๆ ซุกซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างอย่างยอมจำนนต่อความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง
"ขอบคุณนะคะ... ที่มารับไว้ทัน" เสียงหวานกระซิบแผ่วเบาข้างหูของคนตัวสูง
กรันต์กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับเส้นผมนุ่มสลวยของเธออย่างลืมตัว เขาเพิ่งรู้ซึ้งในนาทีนี้เองว่า การสูญเสียผู้หญิงปากเก่งคนนี้ไป เป็นสิ่งเดียวในชีวิตที่เขาไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเคมีระหว่างทั้งคู่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของกรันต์ก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นทำลายความเงียบ กรันต์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นควักโทรศัพท์ออกมากดตัดสาย แต่ทว่าหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมากลับแสดงชื่อผู้โทรเข้าที่ทำให้ร่างหนาชะงักกึก สีหน้าที่กำลังอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที
รสาผละออกจากอ้อมอกกว้างด้วยความงุนงง เธอสังเกตเห็นประกายความไหววูบในแววตาของชายหนุ่มยามที่เขาเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงสั่นระรัวไม่ยอมหยุด
"ใครโทรมาเหรอคะ หน้าตาถึงได้เครียดขนาดนั้น" รสาเอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนสังหรณ์ใจแปลกๆ
กรันต์เม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง ดวงตาคมกริบตวัดกลับมามองเธอก่อนจะหลบสายตาไปทางอื่นราวกับกำลังตัดสินใจเรื่องยากลำบากที่สุดในชีวิต และก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปากถามอะไรต่อ กรันต์ก็กดรับสายด้วยน้ำเสียงราบเรียบเย็นชาผิดคาด
"ว่ายังไงครับ... คุณแม่..."
เอมเมอรัลด์อายส์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและใจฟูไปกับโมเมนต์นี้ด้วยกันนะคะ
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ•ตอนที่ 21
กอดแรกที่มั่นคง
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!