กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษไขกลิ่นใหม่ ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องทำงานชั่วคราวหน้าไซต์งานก่อสร้าง แต่บรรยากาศรอบตัวกลับคุกกรุ่นเสียยิ่งกว่าเตาปฏิกรณ์
"ถอยไปค่ะ คุณกรันต์ คุณกำลังยืนทับรัศมีแสงสว่างเดียวที่ดิฉันใช้ดูแปลนห้องอยู่นะคะ"
เสียงใสๆ แต่แฝงด้วยความหงุดหงิดจงใจเอ่ยขึ้น พร้อมกับมือเรียวที่สะบัดปากกาเน้นข้อความในมือลงบนโต๊ะทำงานไม้กระดานอัดเสียงดัง *ฉับ* รสาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ยืนค้ำหัวเธออยู่เลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าเงาทะมึนที่ทาบทับลงมาบนแปลนห้องชุดตัวอย่างขนาดใหญ่ กลับทำให้สมาธิของมัณฑนากรสาวกระเจิงไปไกลตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว
กรันต์ไม่ยอมขยับ เขายังคงยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสุดเนี้ยบกวาดมองตัวเลขและสัดส่วนบนกระดาษด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นเป็นสันนูนนั้น ฟ้องชัดเจนว่าพ่อสถาปนิกหนุ่มมือรางวัลคนนี้กำลังหาเรื่องกวนประสาทเธออีกตามเคย
"แสงสว่างจากโคมไฟโต๊ะทำงานคุณมันแยงตาผมครับ รสา" เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยตอบอย่างไม่ยี่หล่า "แล้วอีกอย่าง... จุดที่ผมยืนอยู่ คือตำแหน่งเสาโครงสร้างหลักที่ผมเป็นคนคำนวณ ถ้าคุณจะวางโซฟาตรงนี้ มีหวังน้ำหนักกดทับเกินเกณฑ์มาตรฐาน แล้วห้องนั่งเล่นของคุณได้พังครืนลงมาฝังกลบตัวคุณเองก่อนจะส่งมอบงานให้ลูกค้าแน่ๆ"
รสาตวัดสายตาขึ้นมองค้อนทันที ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความหมั่นไส้จนแทบจะกินหัวคนพูดได้อยู่แล้ว
"ปากเสียนะคะ! โซฟาตัวนี้บุด้วยนวมขนเป็ดผสมโครงไม้สนน้ำหนักเบาหวิวค่ะคุณกรันต์ ไม่ใช่แท่นหินแกรนิตแกะสลักจากเทือกเขาแอลป์ ถึงได้จะทำให้โครงสร้างตึกถล่มได้น่ะ สมองคุณคิดแต่เรื่องคำนวณจนเพี้ยนไปแล้วหรือไงคะเนี่ย"
"ผมพูดตามหลักวิศวกรรมและความปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทำงานสายศิลป์ฟุ้งซ่านอย่างคุณมักจะมองข้ามอยู่เรื่อย" กรันต์โต้กลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ แต่จังหวะก้าวเท้าเข้าหาเธอกลับฉับพลันและรวดเร็วจนรสาต้องผถอยหลังก้นกระแทกติดพนักเก้าอี้หมุน
ร่างสูงโน้มตัวลงมา มือข้างหนึ่งค้ำขอบโต๊ะทำงานไว้ ส่วนมืออีกข้างเอื้อมมาดึงม้วนกระดาษแปลนสีขาวที่เธอกำลังกางอยู่ให้ออกห่างจากตัว ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอลดลงจนเหลือแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นมี้นต์จางๆ ปะทะเข้ากับแก้มเนียนของรสาอย่างจัง จนหัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติของเธอดิ่งวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อระบบประสาทสัมผัสของเธอเกินไปแล้ว
"ทำ... ทำบ้าอะไรของคุณคะเนี่ย ถอยออกไปเลยนะ!" รสาเอ่ยเสียงตะกوتเล็กน้อย มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของเขาเอาไว้ แต่กล้ามเนื้อแน่นๆ นั้นกลับแข็งราวกับแผ่นปูนซีเมนต์ที่เพิ่งเทเสร็จ ยิ่งเผลอออกแรงดัน เธอกลับยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโอบกอดแผ่นอกของเขาอยู่กลายๆ เสียอย่างนั้น
กรันต์ไม่ถอย แถมยังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก ดวงตาคมปลาบก้มมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ประกายในตาคู่นั้นวาววับขึ้นอย่างน่ากลัว เป็นประกายความรู้สึกแบบที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น... ความดุดันที่ซ่อนความคลั่งไคล้อัดแน่นอยู่เต็มเปี่ยม
"ปากเก่งนักนะรสา" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ชิดริมใบหูของเธอ "เวลาเถียงผมน่ะ เสียงดังฟังชัดดีแท้... แต่ทำไมเวลาอยู่ใกล้ผมทีไร มือไม้ถึงได้สั่นเป็นเจ้าเข้าทุกทีล่ะครับ หึ?"
"ใครสั่นกันคะ! ดิฉันแค่... แค่รำคาญกลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ของคุณต่างหากเล่า!" รสาเถียงกลับเสียงแข็ง ทั้งที่ใบหน้าร้อนผ่าวราวจับไข้ ร่างกายถูกตรึงไว้ด้วยวงแขนแกร่งที่กักตัวเธอไว้กับพนักเก้าอี้ ขยับไปไหนก็ไม่ได้ จะผลักก็ไม่หลุด เคมีบางอย่างระหว่างพวกเขามันพุ่งพล่านเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลงทุกที
เธอกับเขาผ่านร้อนผ่านหนาว แก้ปัญหาหน้างาน ทำสงครามประสาทกันมานับครั้งไม่ถ้วน เส้นแบ่งระหว่าง "เพื่อนร่วมงานคู่กัด" เริ่มปริร้าวและบางลงทุกวันจนแทบมองไม่เห็น และในเสี้ยววินาทีนี้... เธอก็รู้ตัวดีว่าเธอกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะดึงกลับเสียแล้ว
กรันต์จ้องมองมัณฑนากรสาวปากเก่งนิ่งนาน แววตาที่มักจะนิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในยามวิกาล บัดนี้กลับไหวระริกด้วยแรงอารมณ์ที่เจ้าตัวพยายามสะกดกลั้นมานานนับเดือน นิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มละจากขอบโต๊ะ เคลื่อนมาแตะที่ปลายคางมนของเธอเบาๆ สัมผัสอุ่นจัดนั้นทำให้รสาถึงกับสะท้านเฮือก เผลอเผยริมฝีปากออกด้วยความตกใจ
"รสา..." เสียงเรียกชื่อเธอนั้นแผ่วเบา ทว่ากลับทรงพลังราวกับเวทมนตร์ สะกดให้ร่างบางแข็งทื่อ ปลายจมูกโด่งรั้นของเขากำลังจะโน้มลงมาสัมผัสกับแก้มเนียนของเธออยู่รอมร่อ ระยะห่างที่ลดลงเหลือเพียงเสี้ยวเซนติเมตรทำให้เสียงหัวใจของทั้งคู่ดังประสานกันก้องกังวานในความเงียบ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนดังขึ้นขัดจังหวะนรกอย่างไม่รู้เวลาก่ำเวลา ตามด้วยเสียงห้าวคุ้นเคยที่ตะโกนแทรกเข้ามาทันที
"ไอ้กรันต์! คุณรสา! อยู่ข้างในกันไหมวะเนี่ย พอดีแปลนท่อระบายน้ำชั้นสามมีปัญหา นายต้องรีบมาดูด่วนเลย... เฮ้ย โทษที, กูเข้ามาขัดจังหวะอะไรมhจังหวะนี้หรือเปล่าเนี่ยไอ้คุณเพื่อน!"
เตชินท์ผลักประตูกระจกเข้ามาหน้าตาเฉย พร้อมกับเอกสารกองโตในมือ แต่พอสายตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มกวาดมาเห็นภาพตรงหน้า ร่างของเตชินท์ก็ชะתักกึง อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนขบขัน ก่อนจะรีบยกแฟ้มขึ้นมาปิดหน้าตัวเองทันที
"อุ๊บส์! เชิญพวกคุณสถาปนิกกับมัณฑนากรเคลียร์ 'โครงสร้างหัวใจ' กันต่อตามสบายเลยนะเว้ย เดี๋ยวผมขอตัวไปตรวจท่อระบายน้ำรอสามชาติเศษๆ ก่อนก็แล้วกัน ค่อยเรียกนะ!"
รสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลอกรันต์ออกเต็มแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะรีบคว้าสมุดโน้ตบนโต๊ะขึ้นมาปิดหน้าแดงก่ำของตัวเองด้วยความอับอายขายหน้าถึงขีดสุด
กรันต์เสยผมลวกๆ พ่นลมหายใจออกมาอย่างหัวเสียสุดขีด พร้อมกับส่งสายตาดุร้ายชนิดที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อไปให้เพื่อนสนิทตัวดีที่ยืนยิ้มแป้นแล้นอยู่หน้าประตู
เอมเมอรัลด์อายส์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาโดยตลอดนะคะ
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ•ตอนที่ 18
เส้นบางๆ ระหว่างเพื่อนร่วมงาน
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!