กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดระดับสิบในห้องประชุมใหญ่ของไซต์งาน ทำเอารสาอยากจะยกมือขึ้นกุมขมับให้รู้แล้วรู้รอด เอกสารแบบแปลนตกแต่งภายในปึกหนาถูกวางกระแทกเบาๆ บนโต๊ะไม้สักตามแรงอารมณ์ของคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ สถาปนิกหนุ่มหน้าตายอย่างกรันต์ในเวลานี้ไม่ได้ดูหล่อเหลาน่ามองเหมือนทุกที รังสีความหงุดหงิดที่แผ่ออกมาจากตัวเขากำลังทำให้อากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงอย่างน่าประหลาด
"คุณจะแก้โซนนี้อีกรอบเหรอคะคุณกรันต์ นี่เป็นเวอร์ชันที่สี่เข้าไปแล้วนะคะสำหรับห้องรับรองพิเศษ ถ้าเปลี่ยนวัสดุอีก ทีมช่างหน้างานคงได้ถือมีดไล่แทงดิฉันแน่ๆ" รสาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความประชดประชันไว้อย่างแนบเนียน ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้
กรันต์ถอนหายใจยาว พลางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ สีหน้าของเขาเรียบสนิทจนเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ "ถ้างานมันยังไม่ออกมาสมบูรณ์แบบตามที่ผมต้องการ มันก็ต้องแก้ครับ คุณรสา... ไม่อย่างนั้นชื่อเสียงของโปรเจกต์นี้ที่เราช่วยกันสร้างมาคงพังไม่เป็นท่า"
"สมบูรณ์แบบ... คำนี้อีกแล้วนะคะ" รสาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยไหวระริกด้วยความเหนื่อยหน่าย "ชีวิตคนเรามันไม่ได้ถูกตีเส้นตารางสถาปัตยกรรมตลอดเวลาหรอกนะคะคุณกรันต์ บางทีช่องว่างและความไม่สมบูรณ์แบบนี่แหละที่ทำให้เราหายใจได้คล่องขึ้น"
ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมระหว่างสถาปนิกจอมเนี๊ยบกับมัณฑนากรสาวฝีปากกล้าจะดำเนินไปมากกว่านั้น ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่วก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจิดจ้า กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายกลบกลิ่นกาแฟในห้องจนหมดสิ้น
"กรันต์คะ... รอนานไหมเอ่ย พอดีรถติดมากเลยค่ะ"
เสียงหวานหยดย้อยนั้นทำให้รสาถึงกับชะงัก เธอกวาดสายตามองผู้หญิงมาใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้ารูปไข่ที่แต่งแต้มอย่างประณีต ผิวขาวเนียน และท่าทางสนิทสนมเกินงามที่เดินตรงเข้าไปวางมือบนไหล่กว้างของกรันต์ ทำให้มัณฑนากรสาวรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอือจุกอยู่ที่ลำคอโดยไม่มีสาเหตุ
กรันต์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ใบหน้าหล่อเหลาฉายแวบความตกใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด เขารีบขยับตัวหลบสัมผัสนั้นเบาๆ "คุณแพท... มาที่นี่ได้ยังไงครับ ใครบอกที่คุณอยู่ไซท์งานนี้"
"อ้าว ก็คุณแม่บอกแพทนี่คะ ว่ากรันต์มาตรวจงานที่นี่ แถมโปรเจกต์นี้ก็เป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่คุณพ่อตกลงจะให้เรา... เอิ้ม หมายถึงให้บริษัทเรามาร่วมแจมด้วยไม่ใช่เหรอคะ" หญิงสาวที่ชื่อแพทริเซียส่งยิ้มหวานหยดให้กรันต์ ก่อนจะหันมามองรสาด้วยหางตา พร้อมกับสำรวจมัณฑนากรสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินค่า "แล้วนี่... ใครเหรอคะ หรือว่าเป็นเด็กฝึกงานคนใหม่ ดูท่าทางทะมัดทะแมงดีนะคะ"
คำว่า 'เด็กฝึกงาน' กรีดลงบนความรู้สึกของรสาเข้าอย่างจัง ไม่ใช่เพราะเธอแคร์คำดูถูกไร้สาระพวกนั้น แต่เป็นเพราะสายตาที่กรันต์มองมาต่างหาก... สายตาที่นิ่งงันและไร้คำอธิบาย ราวกับเขากำลังลังเลที่จะเปิดเผยความสัมพันธ์หรือสถานะระหว่างเธอกับเขาให้ผู้หญิงคนนี้รู้
รสากลืนก้อนความน้อยใจลงคออย่างยากลำบาก รอยยิ้มหวานหยดแบบฉบับมืออาชีพถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก เธอก้มลงเก็บม้วนกระดาษและแท็บเล็ตบนโต๊ะใส่กระเป๋าสะพายอย่างคล่องแคล่ว
"ถ้าคุณกรันต์มีธุระส่วนตัวกับ... แขกคนสำคัญ ดิฉันขอตัวไปดูหน้างานก่อนนะคะ พอดีทีมช่างทางโซน B กำลังรอคอยการอนุมัติแบบใหม่อยู่ค่ะ เชิญคุยกันตามสบายเลยนะคะ" น้ำเสียงของรสาเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งร่องรอยของความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ แต่กลับเย็นชาจนน่ากลัว
"รสา... เดี๋ยวสิครับ" กรันต์ลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นรสาทำท่าจะเดินเลี่ยงออกไป ดวงตาคมกราบมองเธอด้วยความร้อนรนอย่างที่หาดูได้ยาก แต่มือเรียวบางของแพทริเซียกลับคว้าแขนเสื้อสูทของเขาไว้เสียก่อน
"กรันต์คะ แพทมีเรื่องสำคัญที่คุณพ่อฝากมาคุยด้วยจริงๆ นะคะ เกี่ยวกับสัญญาฉบับใหม่ที่เราต้องเซ็นร่วมกันสัปดาห์หน้าน่ะค่ะ"
รสาหยุดชะงักที่หน้าประตู เธอไม่ได้หันกลับไปมองภาพบาดตานั้น ปล่อยให้ความเงียบและความเจ็บแปลบแปลกๆ เข้ากัดกินหัวใจ เธอบอกตัวเองว่าเธอไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวเขา เธอเป็นแค่มัณฑนากรปากแซ่บที่บังเอิญต้องมาทำงานร่วมกันเท่านั้น เรื่องระหว่างเธอกับเขาก็เป็นเพียงความสัมพันธ์ที่คลุมเครือที่สร้างขึ้นจากความปากแข็งของทั้งคู่
ขาเรียวก้าวเดินออกมาจากห้องประชุมอย่างรวดเร็ว ทิ้งระยะห่างจากความอึดอัดตรงนั้นให้มากที่สุด ปล่อยให้เสียงหัวเราะและบทสนทนาระหว่างกรันต์กับอดีตคู่หมั้นสาวคนสวยเล็ดลอดตามหลังมา
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินเลี้ยวเข้าสู่โซนลิฟต์เพื่อหลົບหนีความรู้สึกพะว้าพะวังในอก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแรงคว้าที่ข้อมือก็ทำให้เธอต้องสะดุ้งสุดตัว
รสาหันกลับไปหวจะสะบัดออกด้วยความโกรธ แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกราบที่ฉายแววร้อนรนและเต็มไปด้วยความอัดอั้นของคนที่วิ่งตามออกมา คำต่อว่าทั้งหมดก็จุกติดอยู่ที่ลำคอ
"ปล่อยค่ะคุณกรันต์... เชิญคุณไปคุยกับคู่หมั้นของคุณต่อเถอะค่ะ ปล่อย!" รสาพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงมหาศาลของสถาปนิกหนุ่มกลับรั้งเธอไว้แนบแน่นจนแทบชิดอกแกร่ง
กรันต์หายใจหอบเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาก้มลงมองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา ก่อนที่ประโยคถัดมาจะทำให้ลมหายใจของรสาต้องสะดุ้งเฮือก
"เธอไม่ใช่คู่หมั้นของผม... และคุณก็ไม่มีสิทธิ์เดินหนีผมไปแบบนี้ รสา!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและหัวใจเต้นแรงไปกับโมเมนต์นี้ด้วยกันนะคะ เอมเมอรัลด์อายส์
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ•ตอนที่ 23
คลื่นใต้น้ำจากคนในอดีต
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!