"ถ้าคุณยังยืนกรานจะวางแปลนห้องน้ำไว้ตรงทิศอัปมงคลนั่น ฉันจะเอาโมเดลบ้านหลังนี้ไปเทปูนซีเมนต์ทับเป็นอนุสาวรีย์ความหัวดื้อของคุณซะตรงนี้เลยนะคะ สถาปนิกกรันต์"
แฟ้มแบบร่างโครงการบ้านพักตากอากาศริมทะเลถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานไม้สักทองเสียงดังลั่นจนกาแฟในแก้วเซรามิกกระฉलक กรันต์เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ช้า ๆ นิ่งสนิท และเยือกเย็นราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาเพื่อทดสอบความดันโลหิตของมัณฑนากรสาวโดยเฉพาะ เขานั่งไขว่ห้าง แขนสองข้างกอดอก ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มเบา ๆ ด้วยความระอาที่ผสมผสานความเอ็นดูไว้อย่างลงตัว—แม้ว่าเขาจะไม่มีวันยอมรับความรู้สึกอย่างหลังให้เธอล่วงรู้เป็นอันขาด
รสาในชุดสูทลินินสีครีมพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก ยืนเท้าเอวจ้องมองเขาด้วยดวงตากลมโตที่ฉายแววพยศ โครงหน้าคมเฉี่ยวเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่าในรอบนี้ แม้ว่าความจริงแล้ว เธอกลั้นหายใจไปครึ่งค่อนวินาทีตอนที่เห็นสันกรามคมกริบขยับยามที่เขากำลังจะเอ่ยปากเถียง
"ฮวงจุ้ยงี่เง่าอะไรของคุณรสา บ้านหลังนี้ออกแบบตามหลักทฤษฎีสถาปัตยกรรมร่วมสมัย เน้นการไหลเวียนของลมและแสงธรรมชาติ ไม่ได้สร้างตามตำราหมอผีสำนักไหน" กรันต์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแฝงความกวนประสาทที่ทำเอารสาคันไม้คันมืออยากจะหยิบกระดาษทรายเบอร์หยาบมาขัดเกลาความปากแข็งของเขาเสียให้เข็ด
"อ๋อเหรอคะ? งั้นทฤษฎีร่วมสมัยของคุณนี่คงชอบกลิ่นอับชื้นจากท่อระบายน้ำที่ตีวงตรงกับห้องนอนใหญ่สินะคะ ถึงได้ดึงดันไม่ยอมขยับไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือสักที หรือว่า... กลัวว่าถ้าฉันชนะการถกเถียงครั้งนี้แล้ว หน้าตาทางสังคมของคุณในฐานะสถาปนิกยอดเยี่ยมสามปีซ้อนมันจะด่างพร้อยกันแน่ล่ะคะ?"
รสาโน้มตัวลงไปใกล้ โน้มใบหน้าเข้าหาโต๊ะทำงานจนปลายจมูกแทบจะชนกับขอบแฟ้ม สายตาท้าทายคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานที่ได้ปั่นป่วนคนเย็นชาให้หลุดจากกรอบอันสมบูรณ์แบบได้สำเร็จ
กรันต์ถอนหายใจยาวนาน เขาขยับแว่นสายตาpowered by custom-made frames บนดั้งโด่งคมสัน ปรายตามองท่าทางพยศของคนที่ยืนค้ำหัวอยู่เหนือโต๊ะ แววตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะเมื่อกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ คล้ายดอกไม้ป่าลอยมาแตะจมูก ทว่าริมฝีปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นนิด ๆ อย่างเหนือชั้น
"คุณรสานี่... ขยันหาเรื่องมาเถียงผมได้ทุกวันไม่เหนื่อยบ้างหรือไงครับ หรือว่าที่จริงแล้ว..." กรันต์เว้นจังหวะ จงใจโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอช้า ๆ จนระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเหลือเพียงคืบเดียว "แอบเอาเวลาคิดเรื่องงานไปแอบมองหน้าผมจนนอนไม่หลับกันแน่"
รสาชะงักกึก หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบไปสามจังหวะ ความร้อนพุ่งซ่านขึ้นมาถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทที่พราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์—รอยยิ้มมุมปากแบบนั้น... รอยยิ้มที่แทบจะไม่เคยปรากฏให้ใครเห็นนอกจากเวลาที่เขาจงใจยั่วโมโหเธอให้สติหลุด
"ใคร... ใครจะไปมองหน้าคุณกันคะ! อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักนะสถาปนิก!" รสาผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว เสียงที่เคยแข็งกร้าวเริ่มสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่
กรันต์เห็นท่าทีลนลานที่พยายามกลบเกลื่อนด้วยการเชิดหน้าใส่ ยิ่งทำให้ริมฝีปากหยักลึกนั้นขยับกว้างขึ้น... กว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่ง—
*พรึบ!*
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลุดออกมาจากลำคอหนาอย่างไม่ทันระวังตัว เป็นเสียงหัวเราะจริงจังครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่รสาเคยได้ยินจากผู้ชายคนนี้ รอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นละลายความเย็นชาทั้งหมดทิ้งไปในพริบตา เหลือเพียงเสน่ห์อันตรายที่ทำเอาห้องทำงานทั้งห้องแทบจะหยุดหายใจ
รสายืนนิ่งค้าง เปลือกตากะพริบปริบ ๆ สมองประมวลผลช้าลงไปถนัดตา ภาพกรันต์ที่กำลังหัวเราะเสียงดังเบา ๆ อย่างผ่อนคลายโดยไม่รักษาฟอร์มมาดนิ่งขรึม ทำเอาเธอลืมบทพูดโต้เถียงที่เตรียมไว้ในหัวจนหมดสิ้น หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
"ตลกดีนะ..." กรันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติ ทว่าดวงตายังคงพราวระยับไม่เลิก ยามที่เขามองมัณฑนากรสาวที่ยืนอ้าปากค้างหน้าแดงแจ๋ "เวลาที่คุณหน้าแดงแล้วเถียงไม่ออกเนี่ย... น่ารักกว่าเวลาถือแฟ้มมาขู่ผมเยอะเลยครับ"
"ฉัน... ฉันไม่ได้หน้าแดงสักหน่อย!" รสาเสียงหลง รีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมแก้มตัวเองที่ร้อนฉ่าราวกับถูกไฟลน เธอเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้นที่ทรงพลังเกินกว่าจะรับไหว "คุณ... คุณแกล้งฉันเหรอเนี่ย!"
"ผมไม่ได้แกล้ง ผมพูดความจริงต่างหาก" กรันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวอย่างคุกคาม รสาถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับชั้นวางหนังสือด้านหลังอย่างจัง ทางหนีทีไล่ถูกปิดตายโดยสมบูรณ์เมื่อวงแขนแกร่งยกขึ้นเท้ากับขอบชั้นหนังสือ กักตัวเธอไว้ในอ้อมกักกลาย ๆ
กลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมกับกลิ่นบุรุษเพศอบอวลอยู่รอบตัว รสาแทบไม่กล้าหายใจแรง สายตาคู่คมที่มองลงมาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะแปลความหมาย มันทั้งอันตรายและชวนให้เคลิบเคลิ้มในเวลาเดียวกัน
"นี่... ถอยไปเลยนะ คุณกรันต์ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า..." รสาพยายามดันอกเสื้อเชิ้ตของเขาออกเบา ๆ ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้ากลับนิ่งสนิทราวกับกำแพงเหล็ก
"ห้องนี้เก็บเสียงเป็นอย่างดีครับ และผมก็ไม่ได้อนุญาตให้ใครเข้ามา..." กรันต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธอ กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่สั่นสะท้อนถึงขั้วหัวใจ "ส่วนเรื่องแปลนห้องน้ำ... ผมยอมแพ้คุณก็ได้ครับ จะให้ย้ายไปทิศไหนก็ตามใจคุณเลย... มัณฑนากรคนเก่ง"
ลมหายใจอุ่น ๆ ที่รดรินอยู่ข้างแก้มทำเอารสาขนลุกซู่ สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกสักอย่าง นอกจากการนับจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองที่ดังแข่งกับนาฬิกาบนผนัง
แต่ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและระอุไปด้วยเคมีอันตรายนั้นเอง
*ก๊อก ๆ ๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กัน ก่อนที่บานประตูไม้สีเข้มจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอรับอนุญาต พร้อมกับร่างสูงโปร่งของวิศวกรหนุ่มเพื่อนสนิทที่เดินยิ้มร่าเข้ามาอย่างไร้มารยาท
"ไอ้กรันต์! แบบแปลนโครงสร้างเสร็จแล้... อุ๊ย! โทษทีครับ ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ย พอดีประตูมันไม่ได้ล็อกว่ะ" เตชินท์ชะงักกึกกลางห้อง ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งกำลังยืนกักตัวมัณฑนากรสาวไว้แนบชั้นวางหนังสือด้วยท่าทางสุดสยิว
รสาผลักอกกรันต์เต็มแรงแล้วมุดลอดแขนเขาพรวดเดียวไปยืนอยู่อีกมุมห้อง ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอ เธอคว้าแฟ้มเอกสารขึ้นมาบังหน้าตัวเองแก้เก้อ
กรันต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลากลับคืนสู่โหมดเย็นชาไร้ความรู้สึกในเสี้ยววินาที เขากวาดสายตาคมกริบมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาพิฆาตที่พร้อมจะส่งเตชินท์ไปนอนโรงพยาบาลได้ทุกเมื่อ
"แกตายแน่... เตชินท์" กรันต์กัดฟันกรอดด้วยความเคืองแค้น
ติดตามความสัมพันธ์ที่ชวนลุ้นระทึกของทั้งคู่ต่อในตอนหน้า... ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เอมเมอรัลด์อายส์ด้วยนะคะ
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ•ตอนที่ 12
รอยยิ้มที่หายาก
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!