สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ•ตอนที่ 13

ศัตรูหัวใจโผล่มาแจม

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
"แกตายแน่... เตชินท์" กรันต์กัดฟันกรอดจนสันกรามคมกริบขึ้นรูปนูนเด่น ดวงตาคมกราบกวาดมองข้อความในสมาร์ทโฟนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้อความเจ้ากรรมจากวิศวกรหนุ่มจอมกวนประสาทที่ส่งมารายงานความคืบหน้าเรื่องหน้างาน แต่มันดันพ่วงท้ายด้วยประโยคกำกวมชวนประสาทกินว่า *'วันนี้มีเซอร์ไพรส์จากลูกค้าเก่าสุดหล่อของยัยรสามาเยี่ยมไซส์งานด้วยว่ะ นายรีบมาเคลียร์ถิ่นด่วน ก่อนที่ฉันจะเชียร์ให้เขาจีบยัยนี่จริงๆ นะเว้ย'* ให้ตายสิ! สถาปนิกหนุ่มมือรางวัลผู้ขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งขรึมและสุขุมเยือกเย็น บัดนี้กลับสลัดคราบความนิ่งสนิททิ้งไปจนหมดสิ้น ร่างสูงใหญ่ก้าวฉับๆ ออกจากห้องประชุมในบริษัทออกแบบของตัวเองอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ลูกน้องยืนอ้าปากค้างกันเป็นแถบด้วยความงุนงง เพราะไม่มีใครเคยเห็นบอสหนุ่มหน้าตายหลุดอาการหัวเสียและเร่งรีบจนน่ากลัวขนาดนี้มาก่อน รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานฝ่าการจราจรใจกลางเมืองด้วยความเร็วที่แทบจะเรียกได้ว่าเหยียบมิดไมล์ กรันต์กำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ในหัวสมองตีรันฟันแทงกับภาพจินตนาการบ้าๆ ที่เตชินท์จงใจป้อนข้อมูลมาทำลายประสาท ลูกค้าเก่าของรสาอย่างนั้นหรือ? ใครกันวะ หน้าตาดีงั้นเหรอ? แล้วทำไมต้องมาหาถึงหน้างาน? ยัยมัณฑนากรปากแซ่บตัวแสบคนนั้นจะยิ้มแย้มต้อนรับมันดีเกินหน้าเกินตาไหมวะเนี่ย! ความคิดฟุ้งซ่านวนเวียนอยู่ในหัวจนกระทั่งรถสปอร์ตสีดำสนิทเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรันต์ดับเครื่องแล้วก้าวลงจากรถด้วยท่าทางเย่อหยิ่งและทรงพลัง สายตาคมกริบกวาดมองหาเป้าหมายทันทีที่เดินลอดผ่านประตูรั้วกั้น เสียงเครื่องมือช่างและเสียงพูดคุยจอแจเงียบลงไปถนัดตาเมื่อร่างสูงสง่าของสถาปนิกเจ้าของโปรเจกต์ปรากฏกายขึ้น รสาที่กำลังยืนถือแท็บเล็ตตรวจดูแปลนสีอยู่กับชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งหันมามองตามเสียงฝีปากและแรงกดดันรอบตัวที่เปลี่ยนไป "อ้าว... คุณกรันต์ มาพอดีเลยค่ะ" เสียงใสๆ ของรสาเอ่ยทักขึ้นด้วยรอยยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทำเอากรันต์รู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะเดินเข้าไปหยิกแก้มใสๆ นั่นสักที สองขาวยาวก้าวฉับๆ ตรงดิ่งเข้าไปหาทันทีโดยไม่สนสายตาใคร ทว่า... สายตาของกรันต์กลับสะดุดกึกเข้ากับผู้ชายแปลกหน้ายืนอยู่เคียงข้างรสา ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทลำลองดูภูมิฐาน หน้าตาจัดว่าหล่อเหลาเอาการแถมยังมีรอยยิ้มพราวเสน่ห์ระบายอยู่บนใบหน้า เขากำลังยืนใกล้รสาในระยะที่กรันต์มองว่ามัน *'ใกล้เกินความจำเป็น'* สำหรับความสัมพันธ์ทางธุรกิจ "สวัสดีครับคุณกรันต์ ผมกรณ์นะครับ เป็นลูกค้าเก่าที่เคยให้น้องรสาออกแบบรีสอร์ทให้ที่ภูเก็ต พอดีผ่านมาแถวนี้เลยแวะมาเยี่ยม แถมตั้งใจจะมาชวนมัณฑนากรคนเก่งไปทานมื้อเที่ยงด้วยกันพอดีเลยครับ" กรณ์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เป็นมิตร และพยายามแสดงความสนิทสนมอย่างออกนอกหน้า รสาทำท่าจะอ้าปากปฏิเสธตามสไตล์คนทำงานยุ่ง "เอ่อ คือว่า..." แต่กรันต์ไว,กว่า เร็วกว่าทั้งคำพูดและปฏิกิริยา มือหนาเอื้อมไปคว้าเอวบางของรสาเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติ แรงดึงนั้นกึ่งบังคับกึ่งแสดงความเป็นเจ้าของจนรสาอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างคาดไม่ถึงเมื่อแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่งของสถาปนิกหนุ่มหน้าตาย "พอดีว่าตารางงานมื้อเที่ยงวันนี้ของรสา... ถูกจองเต็มหมดแล้วครับ" กรันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา และเฉียบคมจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา สายตาคมกริบจ้องมองกรณ์นิ่งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ กรณ์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลงทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่ม "อ๋อ... งั้นเหรอครับ น่าเสียดายจัง พอดีผมคิดถึงฝีมือการออกแบบของคุณรสา ก็เลย..." "ฝีมือการออกแบบ... หรือคิดถึงตัวคนออกแบบกันแน่ครับ?" กรันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความเย้ยหยันและหึงหวงแบบไม่คิดจะปิดบังแม้แต่น้อย "นี่คุณกรันต์!" รสาหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายปนหมั่นไส้ เธอยื่นมือไปหยิกเข้าที่เอวสอบของคนตัวสูงผ่านเนื้อผ้าเต็มแรงเพื่อเป็นการปราม แต่กรันต์กลับไม่สะทกสะท้าน แถมยังกระชับวงแขนที่โอบเอวเธอให้แน่นขึ้นไปอีก จนเธอต้องแอบค้อนวงใหญ่ใส่เขา "ผมว่าคุณกรณ์น่าจะรีบไปทำธุระต่อนะครับ ทางเราต้องทำงานกันต่อ..." กรันต์ปรายตามองนาฬิกาข้อมือราคาแพงก่อนจะไล่แขกทางอ้อมอย่างหน้าตาเฉย "และรสา... ก็มีงานด่วนที่ต้องคุยกับผมสองต่อสอง" กรณ์หัวเราะแห้งๆ ออกมาแก้สถานการณ์ "เอ่อ งั้นผมไม่กวนแล้วครับ ไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะครับคุณรสา ยินดีที่ได้พบอีกครั้งครับคุณกรันต์" ว่าแล้วชายหนุ่มก็รีบหมุนตัวเดินเลี่ยงออกไปทันที เพราะไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวกับเสือหนุ่มที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อทุกเมื่อ บรรยากาศบริเวณมุมเสาโครงสร้างคอนกรีตกว้างขวางกลับมาเงียบสงบลงอีกครั้ง ทว่าหัวใจของรสาเต้นรัวโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ยังคงโอบรอบเอวบางของเธออยู่ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหนี เมื่อเห็นว่าก้างชิ้นโตเดินลับตาไปแล้ว กรันต์จึงยอมคลายอ้อมแขนออกช้าๆ ทว่าดวงตาคมกราบยังคงจ้องมองมัณฑนากรสาวนิ่งสนิท ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิมเสียอีก "ทำหน้าบึ้งเป็นตูดหมึกแบบนี้ แปลว่าอยากโดนหักเงินเดือนหรือไงคะ ท่านสถาปนิก" รสาเชิดหน้าขึ้น เอ่ยแซวกลบเกลื่อนความเขินอزانที่กำลังแผดเผาแก้มเนียนทั้งสองข้าง "ใครทำหน้าบึ้ง" กรันต์ปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่มุมปากยังคงคว่ำสนิท "แล้วก็หัดเว้นระยะห่างจากลูกค้าเก่าให้มันมากกว่านี้หน่อย ไม่ใช่ยืนให้ผู้ชายแทะโลมทางสายตาอยู่ได้" "แทะโลมอะไรเล่า! เขาก็แค่มาชวนไปกินข้าวตามมารยาทไหมคะ อีกอย่าง... ฉันจะไปกินกับใคร มันก็เรื่องของฉันนี่" รสาเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องตอบอย่างไม่ยอมแพ้ "หรือว่า... คุณหึง?" คำถามพุ่งตรงแบบไม่มีกั๊กทำเอากรันต์ชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างรวดเร็ว แม้เขาจะพยายามตีสีหน้าให้เรียบเฉยกลบเกลื่อนมากแค่ไหนก็ตาม "ไร้สาระ ใครจะไปหึงคุณ" ปากแข็ง... เป็นนิสัยประจำตัวของสถาปนิกหนุ่มที่รสาอยากจะฟาดแรงๆ สักที "ปากแข็งจริงนะคะ ระวังเถอะ... ถ้าวันนึงฉันไปรับข้อเสนอของคนอื่นจริงๆ ขึ้นมา อย่ามานั่งน้ำตาตกในทีหลังก็แล้วกัน" รสาแค่นหัวเราะในลำคอ หมุนตัวเตรียมจะเดินหนีไปตรวจงานต่อเพื่อตัดบทสนทนาที่ทำเอาใจสั่นไม่เป็นจังหวะ แต่กรันต์เร็วกว่า เขาคว้าข้อมือเรียวเล็กเอาไว้แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้ร่างบางหันกลับมาประชิดตัวอีกครั้ง ในเสี้ยววินาทีนั้น ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างแนบแน่น ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นไอความเหนื่อยอ่อนจากการทำงานผสมผสานกับความดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวกรันต์ ทำให้รสารู้สึกเหมือนสติหลุดลอยไปชั่วขณะ "คุณไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น..." เสียงทุ้มต่ำเออดลอดไรฟัน แววตาคมกราบที่มองมาฉายความหวงแหนอย่างชัดเจนจนไม่ต้องเอ่ยคำหวานใดๆ ออกมา "เพราะตารางเวลาของคุณ... ทั้งหมด... เป็นของผมคนเดียว" รสาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำพูดเผด็จการแต่แฝงความคลั่งรักแบบไม่เนียนเอาเสียเลยของคนตรงหน้า หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนเธอเกลียดตัวเองที่มักจะพ่ายแพ้ให้กับสายตาคู่นี้ทุกที ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศหวานอมเปรี้ยวจะดำเนินไปไกลกว่านั้น เสียงฝีปากกวนประสาทของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะทันที "อุ๊ย! ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะสวีทกันหรือเปล่าเอ่ย พอดีผม..." เตชินท์โผล่พรวดพราดออกมาจากหลังเสาปูนพร้อมรอยยิ้มกวนบาทาในมือถือม้วนแบบแปลน แต่ยังไม่ทันที่วิศวกรหนุ่มจอมจุ้นจะพูดจบประโยค กรันต์ก็หันขวับไปมองด้วยสายตาดุร้ายราวกับจะกินเนื้อคน พร้อมกับเสียงคำรามลอดไรฟันที่ดังขึ้นในลำคอ "เตชินท์... แกตายแน่!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความซึนของพี่กรันต์ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%