"ถ้าขีดเส้นนี้เบี้ยวอีกนิดเดียวนะคะคุณกรันต์ รสาจะถือว่าคุณแอบแกล้งกันทางอ้อม และโปรเจกต์นี้เราคงต้องเคลียร์กันยาวถึงเช้าวันแต่งงานของคุณแม่บ้านทำความสะอาดออฟฟิศแน่ๆ"
เสียงใสๆ ที่ติดจะห้วนเล็กน้อยตวัดขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงบของชั้นสถาปนิกที่เวลานี้เข็มนาฬิกาดิจิทัลบนผนังได้เคลื่อนผ่านเลขเที่ยงคืนไปไกลแล้ว โต๊ะทำงานตัวยาวเต็มไปด้วยแปลนกระดาษไข กองหนังสือวัสดุ และแก้วกาแฟเย็นชืดที่พร่องไปเกินครึ่ง รสาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูปกำลังยืนเท้าเอว มองสถาปนิกหนุ่มมือรางวัลที่นั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยสายตาคมกริบ
กรันต์ถอนหายใจยาว พลางละมือจากเมาส์แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด แต่ริมฝีปากหยักลึกกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นตามสไตล์คนปากแข็ง
"ถ้าคุณมีเวลามาบ่นผม ยืนกระดิกเท้าสั่งโน่นสั่งนี่ สมองอันปราดเปรื่องของคุณคงจะคิดดีไซน์ผนัง 3D พาร์ทิชันนั่นเสร็จไปสามรอบแล้วนะคะคุณมัณฑนากรปากแซ่บ" กรันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความท้าทาย
"ปากเก่งจังนะคะคุณสถาปนิกหนุ่ม หน้าตาเคร่งเครียดเป็นยักษ์ปักหลั่นแบบนี้ ระวังหน้าแก่ก่อนวัยอันควรนะยะ เดี๋ยวไม่มีใครเอาไม่รู้ด้วย" รสาแหวใส่พลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ยื่นมือไปคว้าแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นมาดูดจนหมดแก้ว ก่อนจะทำหน้าแหยเพราะรสชาติที่ขมปี๋
บรรยากาศในห้องทำงานยามดึกสงัดมีความเงียบงันที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด แต่เป็นความเงียบที่ถูกโอบล้อมด้วยลมหายใจเหนื่อยอ่อนของคนทั้งคู่ โคมไฟตั้งโต๊ะสาดแสงสีส้มอุ่นขับให้ใบหน้าของกรันต์ที่ดูดุดันในยามกลางวัน กลับมีความนุ่มนวลอย่างประหลาดในยามนี้ รสาแอบลอบมองเสี้ยวหน้าคมสันนั้นผ่านแสงไฟสลัว อดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์วุ่นวายตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเขาปะทะคารมกันทุกวัน เถียงกันทุกรายละเอียดของแปลน จนใครๆ ก็คิดว่าพวกเขาคงอยากจะหยิกหัวกันให้ตายไปข้างหนึ่ง
แต่ใครจะรู้เล่า... ว่าภายใต้ความปากร้ายและท่าทีแสนเย็นชาของสถาปนิกหนุ่มคนนี้ กลับมีบางมุมที่ทำให้หัวใจของมัณฑนากรสาวเต้นผิดจังหวะอยู่บ่อยครั้ง
"มองหน้าผมแบบนี้... แปลว่าตกหลุมรักความหล่อเหลาและอัจฉริยภาพของผมเข้าแล้วล่ะสิคะ" กรันต์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาคมจ้องตรงมาที่เธอ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนมุมปาก
"หลงตัวเองขั้นวิกฤตแบบนี้ สงสัยสารเคมีในสมองคุณกรันต์คงตีกันตายเพราะไม่ได้นอนมาสามวันแล้วแน่ๆ ค่ะ" รสาเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน หัวใจกระตุกวูบหนึ่งด้วยความรู้สึกลับๆ ที่ไม่อยากยอมรับ
กรันต์ไม่ตอบโต้ เขาเพียงแค่ส่ายหัวเบาๆ รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่ทำเอารสาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สถาปนิกหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธอ รสาชะงัก ถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาใกล้
กรันต์ไม่ได้พูดอะไร มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรگแกบเนียนของรสาออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มทำเอารสาตัวแข็งทื่อ ลืมหายใจไปชั่วขณะ
"ดึกมากแล้ว... ตาคุณช้ำหมดแล้วรสา"
น้ำเสียงที่เอמהออกมานั้นไม่มีเค้าลางความกวนประสาทหรือคำพูดจาเชือดเฉือนหลงเหลืออยู่เลย มันเป็นน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความห่วงใยไว้อย่างชัดเจนจนคนฟังถึงกับทำตัวไม่ถูก รสาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาคมคายคู่นั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่กรันต์ไม่เคยแสดงออกต่อหน้าใคร
"กรันต์..." รสาพึมพำเบาๆ เสียงขาดหายไปในลำคอ
"ทำงานต่ออีกนิดเดี๋ยวผมช่วยตรวจส่วนที่เหลือให้ คุณไปนอนพักที่โซฟาตรงนั้นก่อนเถอะค่ะ" เขาเอ่ยต่อ น้ำเสียงจริงจังและเด็ดขาดในแบบที่ไม่อนุญาตให้เธอปฏิเสธ
รสาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน เธออยากจะเถียง อยากจะพูดจาแซ่บๆ ใส่เขาเหมือนทุกที แต่ความเหนื่อยล้าประกอบกับแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยคู่นั้น กลับทำให้เธอกลายเป็นคนใบ้กินไปเสียดื้อๆ สุดท้ายเธอก็ทำได้เพียงพยักหน้ารับเบาๆ แล้วเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาหนังยาวที่มุมห้อง โดยมีเสื้อสูทเนื้อดีของสถาปนิกหนุ่มถูกนำมาคลุมให้ด้วยความนุ่มนวล
ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างท่ามกลางแอร์เย็นฉ่ำของออฟฟิศ รสาหลับตาลงด้วยความเพลีย แต่หัวใจกลับตื่นตัวและพAองโตอย่างประหลาด
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ รสาที่เคลิ้มจะหลับสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกดังขึ้น *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ร่างบางขยับตัวลุกขึ้นจากโซฟาด้วยความงงงวย กรันต์ที่กำลังงงกับหน้าจอคอมพิวเตอร์หันขวับไปมองที่ประตูเช่นกัน
บานประตูกระจกถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปรดของใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาทที่คุ้นเคย
"อุ๊ย! ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะเวลาสวีตกันหรือเปล่าเนี่ย พอดีผมลืมกุญแจรถไว้ใต้โต๊ะน่ะ..."
เสียงของเตชินท์ดังขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งคู่ที่ยังคงค้างเติ่งอยู่คนละมุมห้อง!
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เอมเมอรัลด์อายส์ด้วยนะคะ
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ•ตอนที่ 11
ค่ำคืนแห่งการประชุมมาราธอน
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!