สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ•ตอนที่ 2

สถาปนิกหน้านิ่งกับมัณฑนากรตัวจี๊ด

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
“ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้สีเทาปูนเปลือยขัดมันกับห้องรับแขกขนาดสิบห้าตารางเมตรนี้ ฉันเกรงว่าเราคงต้องพาแขกเหรื่อไปกินพาราเซตามولตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าบ้านแล้วล่ะค่ะ ท่านสถาปนิก” รสาตวัดแปรงทาสีขนาดความกว้างสนิ้วในมือลงใส่ถาดรองด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็นเล็กน้อย จนของเหลวสีขาวนวลกระเซ็นโดดเด่นตัดกับพื้นปูนขัดมันเย็นเฉียบ เธอยืนเท้าสะเอว เชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย ดวงตากลมโตเป็นประกายดุดันราวกับแมวป่าพร้อมข่วนทุกเมื่อที่รู้สึกว่าอาณาเขตของศิลปะถูกคุกคาม บรรยากาศภายในห้องโถงกลางของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงเวลานี้ คุกรุ่นยิ่งกว่าเตาอบพิซซ่า กรันต์ถอนหายใจยาวนาน เป็นลมหายใจที่เอมเมอรัลด์อายส์ขอสารภาพตามตรงว่ามันเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายระคนเอือมระอา ร่างสูงสง่าในชุดเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปーンตามแรงอารมณ์ เขาสอดมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋ากางเกงสแล็คอย่างไว้ตัว ดวงตาคมกริบใต้กรอบคิ้วหนาเข้มมองผลงานการเลือกสีผนังของมัณฑนากรสาวตรงหน้าด้วยสายตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความรู้สึกระทึกใจใดๆ ตามแบบฉบับชายหนุ่มผู้บูชาความเรียบง่ายขั้นสุด “มันคือความซื่อสัตย์ต่อวัสดุ มินิมอลแท้ต้องไม่ปรุงแต่ง รสา” เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความถือดีที่ทำเอารสาอยากจะปาถาดสีใส่หน้าหล่อๆ ของเขาให้รู้แล้วรู้รอด “คุณต่างหากที่พยายามยัดเยียดความฟุ้งเฟ้อไร้สาระลงไปในพื้นที่ที่ควรจะสงบเงียบ” “สงบเงียบเหรอคะ? นี่มันบ้านคนนะคะคุณ ไม่ใช่ห้องขังเดี่ยวในเรือนจำความมั่นคงสูง!” รสาเดินดุ่มๆ เข้าไปประชิดตัวเขา ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นหอมสะอาดเจือจางจากน้ำหอมผู้ชายบนตัวกรันต์ปะทะเข้ากับปลายจมูกเธอ แต่นั่นไม่ได้ทำให้สติสัมปชัญญะของมัณฑนากรสาวลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงเงยหน้าขึ้นจ้องตากับเขาตรงๆ “ผนังสีเทาอึมครึม โซฟาหนังสีดำทึบ โคมไฟเส้นลวดดัดเป็นเรขาคณิตแข็งกระด้าง... นี่คุณออกแบบให้ทายาทมาเฟียมาหลบซ่อนตัวหรือไงคะเนี่ย” “ถ้าผมบอกว่าผมชอบแบบนั้นล่ะ” กรันต์ก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดช่องว่างทางสายตา ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนรสาต้องผะงะไปข้างหลังเล็กน้อย แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ เธอจึงฝืนยืนนิ่ง สบตากับเขาโดยไม่หลบเลี่ยง “ความเรียบ นิ่ง และเย็นชา... มันปลอดภัยที่สุดแล้ว รสา” น้ำเสียงที่ทอดลงในช่วงท้ายแฝงร่องรอยบางอย่างที่รสาจับความรู้สึกได้แวบหนึ่ง มันไม่ใช่แค่เรื่องของงานออกแบบ แต่มันเหมือนกำแพงหนาที่ชายหนุ่มสร้างขึ้นเพื่อปกป้องบางสิ่งบางอย่างในใจ ทว่าวินาทีต่อมา กรันต์ก็กระตุกยิ้มมุมปาก ยิ้มเย็นชาที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่เธอเคยพบเจอในรอบปี “แต่ก็นั่นแหละ คนที่ชอบเอาความฉูดฉาดมากลบเกลื่อนความว่างเปล่าข้างในอย่างคุณ คงไม่มีทางเข้าใจความงามในความว่างหรอก” “นี่คุณว่าใครว่างเปล่าไม่ทราบ!” รสายกนิ้วชี้หน้าเขาอย่างเหลืออด ความอดทนที่สะสมมาตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์ระเบิดผึ่งออก “ฉันทำงานด้วยสมองและหัวใจค่ะ ไม่ใช่ใช้แค่ไม้บรรทัดกับตรรกะพังๆ แบบที่คุณกำลังทำอยู่ สีขาวงาช้างผสมครีมเบาๆ ต่างหากที่จะทำให้เจ้าของบ้านรู้สึกเหมือนได้กลับมาซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอุ่นๆ หลังเจอศึกหนักข้างนอก ไม่ใช่เดินเข้าบ้านมาแล้วเจอหน้าบึ้งๆ ของคุณกับผนังปูนเปลือกหอยนี่!” “ปากเก่ง” กรันต์พึมพำลอดไรฟัน ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมชั่วขณะ ประกายความเอ็นดูที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชาแอบวาบผ่านขึ้นมาเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะแสร้งทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อน “ถ้าเถียงเก่งขนาดนี้ เอาเวลาไปตรวจสเปคกระเบื้องห้องน้ำชั้นบนดีกว่าไหม ก่อนที่ผมจะต้องแก้แบบใหม่อีกรอบเพราะความรสนเทศจัดจ้านเกินเบอร์ของคุณ” “เชอะ!” รสาแค่นเสียงฮึดฮัด สะบัดหน้าหนีอย่างหมั่นไส้ เธอยกมือขึ้นกอดอก แน่นอนว่าเธอไม่มีทางยอมแพ้ผู้ชายปากแข็งคนนี้เด็ดขาด ต่อให้ต้องสงครามประสาทกันไปอีกสามเดือน เธอก็จะรื้อสไตล์มินิมอลจอมปลอมนี่ให้ราบคาบไปข้างหนึ่งเลยคอยดู! ทว่า... บรรยากาศแห่งสงครามขนาดย่อมในห้องโถงกลับต้องสะดุดกักขะขณะลงทันที เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนหลายคู่ดังขึ้นที่บริเวณโถงทางเดินด้านนอก ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มทรงอำนาจที่เอמהก้องกังวานเข้ามาในตัวห้อง “กรันต์... แกอยู่ที่นี่สินะ” ร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนในชุดสูทตัดเย็บเนี๊ยบกริบ ทรงผมหวีเรียบร้อยและดวงตาที่ถอดแบบมาจากกรันต์ราวกับพิมพ์เดียวกัน ก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตูห้องที่เปิดกว้าง บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนยืนประกบซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง ทว่าคนที่ยืนอยู่ตรงกลางต่างหาก... คือบุคคลที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องลดอุณหภูมิลดฮวบลงจนติดลบในทันที รสาหันไปมองหน้าชายผู้มาใหม่สลับกับกรันต์ที่ยืนนิ่งค้างไปชั่วขณะ ขากรรไกรแกร่งของสถาปนิกหนุ่มขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาที่เคยราบเรียบกลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความเกรี้ยวกราดและความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด “คุณพ่อ...” กรันต์พึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและสั่นพร่าเล็กน้อย ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที ไม่มีใครคาดคิดว่าการเปิดศึกเรื่องสีผนังในวันนี้ จะนำพาอดีตอันดำมืดและบุคคลที่กรันต์พยายามหนีมาตลอดชีวิตให้ก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาในระยะเผาขนแบบนี้ รสาเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่กำลังยืนเกร็งไปทั้งร่าง มือหนาที่ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่า... กำแพงที่กรันต์สร้างขึ้นไม่ได้มีไว้แค่กันคนอื่นออกไป แต่มันมีไว้เพื่อกักขังปีศาจในอดีตของเขาเองด้วย และวินาทีนี้ ปีศาจตนนั้นกำลังเดินเข้ามาหาเขาถึงที่ ดวงตาคมกริบของผู้อกุศลผู้มาใหม่กวาดตามองสภาพห้องที่ยังรีโนเวทไม่เสร็จ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของรสาแวบหนึ่ง แล้วจึงเลื่อนกลับไปจ้องหน้าบุตรชายด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่ชวนให้ขนลุกซู่ “ไง... ลูกชายตัวดี เลิกเล่นขายของพวกนี้แล้ว กลับไปรับผิดชอบในสิ่งที่แกควรทำได้แล้วมั้ง กรันต์” หัวใจของรสาเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อเธอเห็นกรันต์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นพ่อ แววตาคู่นั้น... เต็มไปด้วยความพังทลายที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากความเย็นชาอย่างแนบเนียน และเธอก็รู้ทันทีว่า ต่อจากนี้ไป เกมการรีโนเวทบ้านหลังนี้ จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาติดกับดักความซึนของสถาปนิกหนุ่มคนนี้ด้วยกันนะคะ - เอมเมอรัลด์อายส์ -
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%