"ถ้าคุณรื้อผนังตรงนี้ออกตามแปลนที่เสนอมา โครงสร้างรับน้ำหนักของโรงแรมห้าดาวแห่งนี้คงพังครืนลงมาเป็นอนุสาวรีย์แห่งความโง่เขลาในคืนเปิดตัวค่ะ คุณมัณฑนากร"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเยาะหยันดังขึ้นทันทีที่รสาผลักประตูห้องโถงหลักของโครงการรีโนเวต ‘The Grand Heritage’ เข้ามา กลิ่นอับของฝุ่นปูนและกลิ่นสีใหม่คละคลุ้งอยู่ในบรรยากาศ แต่สิ่งที่เตะจมูกเธอเสียยิ่งกว่าคือความเย่อหยิ่งที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปรดในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแล็คสีเข้ม
รสาชะงักเท้า ส้นสูงสี่นิ้วหยุดกริบลงบนพื้นคอนกรีตเปลือยเปล่า เธอยกมือขึ้นกอดอก ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดที่ถูกดันขึ้นไปไว้บนกลุ่มผมลอนยาวตวัดมองชายหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนอยู่ก่อนแล้ว
กรันต์... สถาปนิกหนุ่มมือรางวัลผู้ได้ชื่อว่าเย็นชาและเคี่ยวที่สุดในวงการ ผู้ชายที่อีเมลโต้แย้งกันมาตลอดสามสัปดาห์ด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนพริบตา แต่การเจอตัวจริงในระยะประชิดแบบนี้กลับทำให้เธอรู้ว่าเขามีออร่าความน่าหมั่นไส้รุนแรงกว่าในตัวอักษรเป็นร้อยเท่า
"แปลนนั้นฉันเป็นคนร่างขึ้นมาเองค่ะคุณสถาปนิก และยืนยันตรงนี้เลยว่ามันผ่านการคำนวณสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยมาอย่างดีเยี่ยม ไม่ใช่สักแต่จะเอาเสาปูนแท่งมหึมามาตั้งขวางทางเดินจนแขกโรงแรมเดินชนหัวแตกตายหรอกนะคะ" รสาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงใสแต่คมกริบชนิดที่กรีดลงบนความนิ่งขรึมของอีกฝ่ายได้ทันที
กรันต์หรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้า เลนส์แว่นสายตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟนีออนชั่ววูบ รสาในชุดสูทเข้ารูปสีเบจกับกางเกงสแล็คขาบานดูคล่องแคล่วและดุดัน ไม่เหมือนมัณฑนากรสาวสายหวานที่เขาจินตนาการไว้เลยแม้แต่น้อย เธอยืนเผชิญหน้ากับเขาโดยไม่มีท่าทีหวั่นเกรงแม้แต่น้อย แถมริมฝีปากอิ่มสีพีชนั่นยังขยับเถียงฉอดๆ โดยไม่เว้นจังหวะให้หายใจ
"คุณกำลังเอาความสวยงามจอมปลอมมาแลกกับความปลอดภัยของอาคาร" กรันต์ผละตัวออกจากเสา ก้าวเท้าเข้าประชิดด้วยความสูงที่ได้เปรียบจนรสาต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย "ผนังรับน้ำหนักตรงนั้นไม่ใช่เรื่องที่คุณจะมาตามใจชอบได้เพื่อเอาใจเจ้าของโรงแรมที่อยากได้ห้องสูทแบบเปิดโล่ง ถ้าเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาจริงๆ คนที่ต้องติดคุกไม่ใช่คุณ... แต่เป็นผม"
"โอ้โห! พูดจาได้น่าประทับใจมากค่ะ คิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่ผู้พิทักษ์ตึกราชาหรือไงคะ?" รสาหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววเย้ยหยันไม่แพ้กัน "ถ้าคุณอ่านรายงานการตรวจสอบโครงสร้างล่าสุดให้ละเอียดกว่าการนั่งกอดอกทำหน้าเครียดอยู่ในห้องแอร์ คุณจะรู้ว่าคอนกรีตตรงนั้นถูกเสริมความแข็งแรงไว้ล่วงหน้าแล้ว และดีไซน์ของฉันแค่ต้องการดึงแสงธรรมชาติเข้ามา... เข้าใจคำว่า ‘ธรรมชาติ’ ไหมคะ หรือว่าอยู่ในโลกแคบๆ ของคอนกรีตมานานเกินไปจนลืมไปแล้วว่ามนุษย์ต้องการออกซิเจน"
บรรยากาศในไซต์งานอุณหภูมิลดฮวบลงทันที รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสองจนช่างก่อสร้างที่กำลังแบกปูนเดินผ่านต้องรีบจ้ำอ้าปากค้างแล้วเดินหลบฉากออกไปอย่างรู้ความ
กรันต์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นIสันนูน ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสม
ปนเประหว่างความฉุนเฉียวและความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับ แปลก... ผู้หญิงส่วนใหญ่เวลาเจอเขาต่อว่าด้วยเหตุผลทางวิศวกรรมมักจะเงียบและพยักหน้ารับอย่างเจียมตัว แต่นี่ยัยมัณฑนากรปากเก่งคนนี้กลับเถียงฉอดๆแถมยังกล้าท้าทายอำนาจของเขาซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการนี้อย่างโจ่งแจ้ง
"คุณรสา" กรันต์เรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน ก้าวเข้าไปใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือจางกลิ่นฝุ่นปูนลอยเข้าจมูกเขา "จำใส่สมองไว้นะครับว่าที่นี่คือไซต์งานของผม แปลนทุกแปลน คำสั่งทุกคำสั่ง ถ้าผมไม่อนุญาต มันก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้"
"แล้วก็จำใส่สมองของคุณไว้เหมือนกันนะคะคุณกรันต์ ว่าถ้าไม่มีงานตกแต่งภายในที่ฉลาดเฉลียวและมีรสนิยมของฉัน โรงแรมหรูระดับห้าดาวแห่งนี้ก็เป็นได้แค่แท่งปูนดิบๆ ที่ไม่มีใครอยากแม้แต่จะชายตาแล!" รสาไม่ถอยหลังแม้แต่น้าวเดียว เธอเอียงคอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ปลายนิ้วเรียวชี้ไปที่อกเสื้อเชิ้ตของเขาอย่างถือดี "เพราะฉะนั้น เลิกทำตัวเป็นพ่อพระผู้เคร่งครัดแล้วเปิดใจมองดีไซน์ใหม่ซะ... ไม่อย่างนั้นฉันนี่แหละจะเป็นคนฟ้องคุณกับเจ้าของโครงการเองว่าคุณทำงานไม่มีความยืดหยุ่น!"
จังหวะนั้นเอง กรันต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน รสาชะงักไปชั่ววินาที ลลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับผิวแก้มทำให้หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติเมื่อครู่กระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว ดวงตาสีเข้มของเขาดุดันแต่กลับลึกล้ำจนเธอดึงสายตาหนีไม่ได้
"อยากลองฟ้องไหมล่ะครับ..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก "ผมยินดีเปิดห้องประชุมส่วนตัวให้คุณฟ้องได้ทั้งวัน... แต่บอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่เคยยอมแพ้ใครบนโต๊ะเจรจา"
รสาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นโครมครามขึ้นมาเสียดื้อๆ กับความใกล้ชิดที่รวดเร็วและอันตรายเกินต้านทานนี้ เธอกำหมัดแน่นเตรียมจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบสักชุดใหญ่เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรี
"เอ่อ... ขอโทษนะครับคุณกรันต์ คุณรสา"
เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังแทรกขึ้นมาจากทางประตูทางเข้าทำให้ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว กรันต์ถอยหลังกลับไปยืนท่าเดิมอย่างรวดเร็ว ส่วนรสาแสร้งทำเป็นเสมองไปทางเสาปูนข้างๆ แล้วสะบัดหน้าหนีด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว
เตชินท์ วิศวกรหนุ่มเพื่อนสนิทของรสาและเป็นตัวประสานงานของโครงการนี้เดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมม้วนกระดาษแปลนในมือ สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองเพื่อนสาวกับสถาปนิกหนุ่มสลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่ปิดไม่มิด
"ผมไม่ได้ขัดจังหวะอะไรสำคัญใช่ไหมครับเนี่ย... พอดีทางท่านประธานใหญ่โทรมาแจ้งด่วนน่ะสิครับว่า..." เตชินท์เว้นจังหวะ ยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่ส่งมาจากกรันต์ "ท่านจะเดินทางมาตรวจไซต์งานด้วยตัวเองในอีกสิบนาทีนี้!"
รสาเบิกตากว้าง หันขวับกลับมามองหน้าเตชินท์ทันที
"...และที่สำคัญที่สุด ท่านบอกว่าอยากเห็น 'ผลงานชิ้นโบแดง' จากการร่วมมือกันของสถาปนิกมือหนึ่งกับมัณฑนากรสุดแซ่บ ที่เพิ่งเถียงกันเสียงดังลั่นล็อบบี้เมื่อกี้ด้วยครับ"
เตชินท์พยักพเยิดไปทางด้านหลังของตนเอง
ณ ประตูทางเข้าหลักที่เพิ่งเปิดกว้างขึ้น ร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบ พร้อมด้วยบอดี้การ์ดและเลขาฯ ส่วนตัว กำลังก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตูพอดี
เอมเมอรัลด์อายส์ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันเสมอนะคะ
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ•ตอนที่ 1
ศึกแรกพบที่หน้างาน
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยมัณฑนากรปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!