"สิทธิ์ในการครอบครองผลงานระดับบอสฟิลด์ SSS 'ราชันย์เงาอัสนี' ตกเป็นของ 'กิลด์อัสนีคำราม' แต่เพียงผู้เดียว โดยมีหัวหน้ากิลด์ดนัย เป็นผู้สังหารและรับมอบสิทธิ์โดยชอบธรรมครับ!"
เสียงประกาศก้องกังวานจากจอภาพยนตร์ขนาดยักษ์กลางมหานครเซนต์เทรียร์ดังสะท้อนก้องไปทั่วลานกิจกรรมกลางแจ้ง ผู้คนนับหมื่นต่างส่งเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีให้กับภาพความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของกิลด์แถวหน้า แสงแฟลชจากกล้องนับร้อยตัวสาดส่องไปยังชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเกราะฮันเตอร์เคลือบทองคำขาว D-Rank ผู้กำลังยกย่องสรสร้อยคอเพชรเม็ดโตขึ้นรับแสงด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่ง
ดนัย หัวหน้ากิลด์อัสนีคำราม กวาดสายตามองฝูงชนด้วยความกระหายในชื่อเสียง มือขวาของเขากำดาบยาวที่เปื้อนคราบเลือดปลอมๆ เพื่อเรียกเรตติ้งจากสื่อมวลชน ทุกสำนักข่าวต่างพากันพาดหัวข่าวใหญ่โตยกย่องเขาให้เป็น "วีรบุรุษผู้พิชิตดันเจี้ยนเดี่ยว"
ทว่า ในมุมมืดของร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม ลินิน ฮันเตอร์สาวผู้มีรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปาก กำลังกำแก้วกาแฟในมือแน่นจนข้อพาสีขาวซีด ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือดเมื่อมองภาพชายคนที่เธอกับคินน์ร่วมกันเสี่ยงชีวิตต่อสู้กับมันมาด้วยกัน แต่กลับถูกแย่งชิงความดีความชอบไปหน้าตาเฉย
"พวกมัน... พวกมันทำได้อย่างหน้าไม่อายที่สุดเลยค่ะ... เอ๊ย... ครับ!" ลินินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามผิดพลาด เธอรีบหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
คินน์ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟจากจอ LED ยักษ์ ใบหน้าของเขาไม่มีความโกรธเกรี้ยวให้เห็นแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่ลึกล้ำจนน่าขนลุก
"ใจเย็นๆ ครับลินิน ความจริงก็คือความจริง วันนี้แหละคือวันที่ละครฉากใหญ่ของพวกเขาต้องปิดฉากลงอย่างถาวร"
เสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลของคินน์เปรียบเสมือนกระแสลมเย็นที่ช่วยดับเพลิงโทสะในอกของหญิงสาว ลินินสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอมองใบหน้าด้านข้างของชายผู้เป็นที่รัก แม้เขาจะเคยเป็นแค่ฮันเตอร์แรงก์ F ที่ไร้ค่าในสายตาคนอื่น แต่ในยามนี้ รัศมีความเยือกเย็นและอำนาจบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด
บนเวทีใหญ่ ดนัยกำลังถือไมโครโฟนกล่าวสุนทรพจน์ด้วยความลำพองใจ
"การพิชิตดันเจี้ยนในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ! ผมต้องเสี่ยงชีวิตเผชิญหน้ากับราชันย์เงาอัสนีตามลำพัง ลูกน้องที่พาไปเป็นเพียงหน่วยสนับสนุนที่อ่อนแอและเสียชีวิตระหว่างทางด้วยความประมาท... แต่ด้วยความเด็ดเดี่ยวของผม ทำให้เราคว้าชัยชนะมาได้!"
เสียงปรบมือดังกระหึ่มยิ่งขึ้นไปอีก แต่ทว่า ทันใดนั้นเอง...
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินดังขึ้นพร้อมกันบนสมาร์ตโฟนของฮันเตอร์นับหมื่นคนในบริเวณนั้น รวมถึงสื่อมวลชนทุกสำนักที่กำลังไลฟ์สดอยู่ หน้าจอขนาดยักษ์ที่เคยฉายภาพหน้าของดนัย จู่ๆ ก็กะพริบเป็นสีดำสนิท ก่อนจะแทนที่ด้วยสัญลักษณ์รูปการ์ดสีดำขอบทองอร่าม พร้อมกับตัวอักษรวิ่งขนาดใหญ่
[ระบบมหาเศรษฐีตรวจพบการละเมิดลิขสิทธิ์สิทธิ์ความเป็นเจ้าของดันเจี้ยน]
[กำลังถ่าย2ทอดความจริงสู่ทุกโครงข่ายเน็ตเวิร์กทั่วโลก...]
ดนัยบนเวทีชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างทันที เขาส่งสัญญาณมือให้ทีมเทคนิคด้านหลังจัดการปิดระบบอย่างลนลาน แต่ทว่า หน้าจอกลับไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป
ภาพบนจอตัดเข้าสู่คลิปวิดีโอความคมชัดระดับ 8K ที่บันทึกเหตุการณ์ภายในห้องบอสเมื่อสามวันก่อนอย่างชัดเจนทุกกระเบียดนิ้ว!
ภาพนั้นปรากฏร่างของคินน์ในชุดฮันเตอร์แรงก์ F ขาดวิรุษ กำลังใช้มือเปล่ารับการโจมตีของราชันย์เงาอัสนีเพื่อปกป้องลินิน ก่อนที่คินน์จะใช้สกิลลับที่ไม่มีใครเคยเห็น ซัดดาบพลังงานสีดำทมิฬทะลวงร่างบอสจนสลายกลายเป็นผุยผงด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
และสิ่งที่ทำให้ผู้คนทั่วทั้งลานกว้างต้องอ้าปากค้างจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลงก็คือ เสียงสนทนาที่ถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
*(เสียงในคลิป)*
*"หัวหน้าดนัยครับ! รีบหนีออกไปก่อน เรารับมือมันไม่ไหวหรอก!" ลูกน้องคนสนิทของดนัยตะโกน*
*"หนีบ้าอะไรล่ะ! แกดูไอ้สวะคินน์นั่นสị มันกำลังจะตายอยู่แล้ว! รอให้มันจัดการบอสให้เสร็จ แล้วพวกเราค่อยเข้าไปจัดการเก็บกวาดทีหลัง! แค่นี้เราก็ได้เครดิตทั้งหมดแล้วฮ่าๆๆ!" เสียงของดนัยหัวเราะลั่นอย่างชั่วร้ายในคลิป ก่อนที่เขาจะแอบลอบทำร้ายตลบหลังด้วยการผลักร่างของคินน์ให้ร่วงหล่นลงไปในเหวลึกของดันเจี้ยน!*
ความเงียบงันราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมลานกว้างขนาดใหญ่ในชั่วพริบตา เสียงลมหายใจของฝูงชนนับหมื่นหยุดชะงัก สายตาทุกคู่ที่เคยชื่นชมดนัย เปลี่ยนเป็นความรังเกียจ เดียดฉันท์ และช็อกตาค้างจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ดนัยหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เหงื่อกาฬไหลพรากท่วมแผ่นหลัง เขาทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นเวที มือสั่นเทาชี้ไปที่จอภาพด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"มะ... ไม่จริง! นั่นมันภาพตัดต่อ! ฝค! มันเป็นคลิปปลอมที่สร้างขึ้นมาใส่ร้ายผม!" ดนัยแผดเสียงตะโกนลั่นด้วยความสติแตก
ในวินาทีนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องเหนือท้องฟ้า เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวหรูหราพ่นสีดำสนิทสลักลายโลโก้รูปบัตรเครดิตสีทองอร่าม บินลดระดับลงมาจอดนิ่งสนิทเหนือลานกว้าง ประตูห้องโดยสารเปิดออกพร้อมกับร่างของชายหนุ่มผู้สวมสูทสั่งตัดเข้ารูปราคาแพงระยับ ก้าวเดินออกมาอย่างมั่นคง ท่ามกลางการอารักขาของหน่วยรบพิเศษรับจ้างแรงก์ SSS ที่ยืนเรียงแถวรอรับอย่างนอบน้อม
คินน์ก้าวลงจากเฮลิคอปเตอร์ ถอดแว่นกันแดดราคาแพงออกช้าๆ เผยให้เห็นรอยยิ้มสุภาพแต่แฝงด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็นที่สั่นประสาทผู้คนได้ทั้งเมือง เขากวาดสายตามองดนัยที่กำลังสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ก้องกังวานผ่านไมโครโฟนทรงพลัง
"ภาพตัดต่ออย่างนั้นหรือครับ หัวหน้าดนัย... งั้นลองดูหลักฐานชิ้นต่อไป ที่ผมเป็นคนโอนเงินซื้อ 'กิลด์อัสนีคำราม' ของคุณมาเป็นกรรมสิทธิ์ของผมทั้งหมด เมื่อห้าวินาทีที่แล้ว..."
คินน์ยกสมาร์ตโฟนสีดำสนิทขึ้นมา กดปุ่มยืนยันการทำธุรกรรมท่ามกลางสายตาทุกคู่
*ติ๊ง!*
เสียงรูดบัตรเครดิตสีดำไร้ขีดจำกัดวงเงินดังสะท้อนก้องกังวานผ่านลำโพงสนามบินและระบบเครือข่ายทั่วประเทศ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีทองสว่างวาบขึ้นว่า...
[การซื้อกิจการเสร็จสิ้น: ปัจจุบัน "คุณคินน์" คือเจ้าของและผู้ถือหุ้นใหญ่ 100% ของกิลด์อัสนีคำรามอย่างเป็นทางการ]
ดนัยเบิกตาโพรงด้วยความสิ้นหวัง ร่างกายล้มพับลงไปกองกับพื้นเวทีอย่างหมดสภาพ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสะใจไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ
---
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันกับ "เงาฮันเตอร์ไร้เงา" นะครับ)
ฮันเตอร์แรงก์ศูนย์ กับสกิลโกงที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 4
การเปิดโปงครั้งแรก
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์แรงก์ศูนย์ กับสกิลโกงที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!