"เอกสารในมือคุณตอนนี้... คงไม่ใช่แค่กระดาษเปล่าๆ ที่รอการอนุมัติแล้วกระมังครับ คุณรินทร์"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความเย็นชาดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องทำงานกระจกนิกรีนปิดสนิท พยัคฆ์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือด้วยซ้ำ แต่แรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ภายใต้สูทคัตติ้งเนี้ยบกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
รินทร์ชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ ดวงตากลมโตตวัดมองคนตัวโตกว่าด้วยความไม่พอใจทันที ร่างบางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงออกถึงการไม่ยอมจำนนต่ออำนาจมืดที่อีกฝ่ายชอบหยิบยกมาใช้อยู่เรื่อย
"ถ้าหมายถึงเรื่องเอกสารโปรเจกต์ลับที่เพิ่งรั่วไหลไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ผมก็เพิ่งรู้พร้อมคุณนี่แหละครับท่านประธาน" รินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เจือความประชดประชันอย่างไม่คิดจะเกรงกลัว "หรือว่าคุณพยัคฆ์มีทฤษฎีสมคบคิดอะไรในหัวอีกแล้วล่ะครับ? จะกล่าวหาว่าผมเป็นหนอนกระบองเพชรที่แอบคายความลับให้คู่แข่งอีกรอบหรือไง"
พยัคฆ์วางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะเสียงดัง *ปัง* แรงกระแทกนั้นทำเอารินทร์สะดุ้งเล็กน้อยแต่วินัยในการเก็บอาการยังคงยอดเยี่ยม ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวคนปากเก่งอย่างรวดเร็ว จนรินทร์ต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานของตัวเองโดยอัตโนมัติ
"ผมยังไม่ได้พูดสักคำว่าคุณเป็นคนทำ" พยัคฆ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกัน ความใกล้ชิดนี้ไม่ได้ทำให้ใจเต้นด้วยความโรแมนติก แต่มันคือสนามรบย่อมๆ ที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต "แต่ปฏิกิริยาป้องกันตัวเป็นขนเม่นของคุณเนี่ย... มันน่าสงสัยเป็นพิเศษนะครับ"
"ผมแค่ปกป้องสิทธิ์ของตัวเองครับ! ในเมื่อหลักฐานมันยังคลุมเครือ ทำไมคุณถึงชอบใช้อำนาจเผด็จการตัดสินคนอื่นก่อนเสมอ" รินทร์เงยหน้าสบตาคมกريบของอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายต่อความรู้สึก "แล้วก็ถอยออกไปหน่อยครับ ผมหายใจไม่ออก... ไม่ใช่เพราะกลัวคุณนะ แต่เหม็นหน้าคนชอบหาเรื่อง"
พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความหมั่นไส้ระคนระอา มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือบางไว้ทันทีเมื่อเห็นว่ารินทร์ทำท่าจะเบี่ยงตัวหนี
"วันนี้คุณไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น" พยัคฆ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงขาดห้วงและจริงจัง "ยกเลิกนัดข้างนอกทั้งหมดซะ"
"นี่คุณบ้าไปแล้วหรือไง! ผมมีนัดคุยงานกับซัพพลายเออร์ตอนบ่ายนะ จะให้เบี้ยวสุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไง" รินทร์ยื้อข้อมือกลับสุดแรง แต่แรงบีบของอีกฝ่ายราวกับคีมเหล็กที่ไม่ยอมปล่อยให้หลุดรอด
"ผมไม่ได้ให้คุณไปคุยงาน ผมสั่งให้คุณอยู่เคลียร์ปัญหานี้ที่นี่" พยัคฆ์กดเสียงต่ำลง ดวงตาคมกริบฉายแววบางอย่างที่ซ่อนเร้น มันไม่ใช่แค่ความโมโหเรื่องงาน แต่มันคือประกายความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนไว้อย่างมิดชิด "โดยเฉพาะกับไอ้ผู้บริหารหนุ่มบริษัทคู่แข่งที่โทรเข้ามือถือคุณเมื่อเช้า... มันนัดคุณไปกินข้าวใช่ไหมล่ะครับ"
รินทร์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะแอบเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของตน พวงแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธปนความอับอายที่ถูกจับได้ไล่ทัน
"คุณก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของผมเกินไปแล้วนะพยัคฆ์!" รินทร์ตادเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ "ผมจะไปกินข้าวกับใคร จะคุยกับใคร มันก็เรื่องของผม คุณเป็นแค่... เป็นแค่เจ้านายจอมเผด็จการ ไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตส่วนตัวของผม!"
"ถ้าผมเป็นแค่เจ้านาย... ทำไมคุณต้องหน้าแดงทุกครั้งที่ผมเข้าใกล้ด้วยล่ะครับ" พยัคฆ์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้รินทร์อยากจะยกมือขึ้นไปตบสักฉาดให้หายหมั่นไส้ "จำไว้ว่าตราบใดที่โปรเจกต์นี้ยังไม่เคลียร์ คุณต้องอยู่ภายใต้สายตาของผม ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด"
พูดจบ พยัคฆ์ก็หมุนตัวเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ราวกับประกาศิตคำสั่งนั้นเด็ดขาดและไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง รินทร์กำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ กำลังจะอ้าปากพ่นคำด่าชุดใหญ่ออกมาเพื่อให้สมกับความปากหมาของคนตรงหน้า
แต่ทว่า...
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้อุปกรณ์สื่อสารหรือเลขานุการอนุญาต ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ายวน
"สวัสดีค่ะคุณพยัคฆ์... ว้าว ดูเหมือนว่าดิฉันจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย"
มินตราเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย สายตาคู่คมกวาดมองรินทร์ที่ยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างโต๊ะสลับกับพยัคฆ์ด้วยประกายตารู้ทัน รินทร์ชะงักค้าง กลืนคำด่าทั้งหมดลงคอทันทีเมื่อเห็นว่าแขกไม่ได้รับเชิญคือใคร
พยัคฆ์ขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกจากตัวเขาอีกครั้งเมื่อเห็นอดีตคนรักยืนอยู่ตรงหน้า
"คุณเข้ามาได้ยังไงมินตรา ผมบอกแล้วว่าช่วงนี้ไม่รับแขก" พยัคฆ์เอ่ยเสียงแข็ง
มินตราหัวเราะเบาๆ เดินนصفน่องเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น มือเรียวยาววางซองเอกสารสีน้ำตาลลงตรงหน้าพยัคฆ์ ช้าๆ และจงใจให้อีกฝ่ายเห็นชัดเจน
"มินตราแค่นำของสำคัญมาคืนค่ะ... ของที่ทำให้คุณกับ 'เด็กใหม่' คนนี้ อาจจะต้องเคลียร์กันยาวเลยก็ได้นะคะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและแวะเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจกันเสมอนะครับ
ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 9
เมื่อคนปากหมาเริ่มหึง
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!