ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 10

ค่ำคืนที่พายุฝน

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
เสียงกระแทกประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทดังสะท้อนก้องในโสตประสาท พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ยังคงอบอวลชวนคลื่นไส้ในความรู้สึกของรินทร์ ประโยคทิ้งท้ายของมินตราเมื่อครู่ยังคงบาดลึกอยู่ในอกราวกับรอยแผลสด แต่สิ่งที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าไม่ใช่คำพูดเหน็บแนมของผู้หญิงคนนั้น หากแต่อุณหภูมิในร่างกายของเขาเองที่จู่ๆ ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ พิษไข้จากการตากฝนและยืนปะทะคารมกับคนใจร้ายเมื่อหลายชั่วโมงก่อนเริ่มเล่นงาน รินทร์ทรุดตัวลงพิงบานประตูห้องนอนของตัวเอง ลมหายใจร้อนผ่าวถูกพ่นออกมาทางริมฝีปากที่แห้งผาก ดวงตาคู่หวานพร่ามัวจนมองเห็นภาพตรงหน้าเป็นสองชั้น มือเรียวยกขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ ราวกับมีค้อนมาทุบซ้ำๆ "ให้ตาย... มาเป็นเอาตอนนี้เนี่ยนะ" เสียงแหบพร่าหลุดลอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก รินทร์พยายามพยุงร่างอันไร้เรี่ยวแรงของตัวเองให้เดินไปยังเตียงนอน แต่ก้าวไปได้เพียงสองก้าว เข่าเจ้ากรรมก็ทรุดฮวบลงกับพื้นพรมหนานุ่ม แอ๊ด... เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของพยัคฆ์ที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบตึงเป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพห้องที่เงียบเชียบ ก่อนจะมาสะดุดเข้ากับร่างโปร่งที่นอนขดตัวอยู่ข้างเตียง พยัคฆ์ชะงักไปเล็กน้อย หัวใจที่เคยนิ่งสงบมารอดตลอดยามค่ำคืนกลับกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาส้าวเท้ายาวๆ เข้าไปหาทันที "รินทร์!" เสียงทุ้มต่ำเอدرเรียกด้วยความตกใจ แม้จะพยายามควบคุมน้ำให้ราบเรียบที่สุดแล้วก็ตาม รินทร์ปรือตามองเจ้าของร่างสูงที่ยืนค้ำหัวอยู่ มือเรียวยกขึ้นปัดป้องราวกับแมวขู่ยามเจ็บป่วย "ถอยไป... อย่ามาแตะตัวผม" "ดื้อด้านไม่เข้าเรื่อง ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้" พยัคฆ์ขมวดมุ่นจนคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม เขาไม่สนใจคำปฏิเสธ รวบร่างที่ร้อนราวจับไข้ขึ้นมาอุ้มแนบอกอย่างถือวิสาสะ "ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไงคุณพยัคฆ์ ไอ้ยักษ์บ้า ปล่อยผมลงเดี๋ยวนี้!" รินทร์ทั้งทุบทั้งดันอกแกร่งตามสัญชาตญาณความพยศ แต่แรงอันน้อยนิดในตอนนี้กลับเทียบไม่ได้กับการสะกิดเสียด้วยซ้ำ พยัคฆ์ทำเพียงแค่ก้มลงมองคนในอ้อมแขนด้วยแววตาที่ฉายความกังวลลึกๆ แต่ปากกลับพ่นคำพูดขวานผ่าซากออกมาตามนิสัย "ถ้าไม่อยากให้ฉันอุ้มไปโยนลงสระน้ำข้างล่าง ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ ซะ ไข้ขึ้นสูงขนาดนี้ยังจะมีแรงมาอาละวาดอีกนะรินทร์" พยัคฆ์วางร่างบางลงบนเตียงนอนนุ่มอย่างเบามือที่สุดเท่าที่คนปากแข็งอย่างเขาจะทำได้ รินทร์หอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยพิษไข้จนน่ากลัว ริมฝีปากที่เคยต่อปากต่อคำเก่งกาจตอนนี้เม้มเข้าหากันแน่นเพื่ออดกลั้นความทรมาน ชายหนุ่มร่างสูงยืนมองผลงานตัวเองครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปคว้ากล่องปฐมพยาบาลและอ่างน้ำอุ่นผืนเล็กที่แม่บ้านเตรียมไว้ให้ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้มาวางไว้ข้างเตียง มือหนาหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำ บิดพอหมาด แล้วเอื้อมไปหมายจะเช็ดหน้าเช็ดตาให้คนป่วย "อย่า..." รินทร์เบือนหน้าหนีสัมผัสเย็นเฉียบ ปรือตาขึ้นมองด้วยความไม่ไว้วางใจ "ผมทำเองได้... แค่ไข้หวัด ไม่ได้พิการ" "อย่าเรื่องมากน่ารินทร์ อยู่นิ่งๆ" พยัคฆ์กดเสียงต่ำ ดึงคางมนให้หันกลับมาทางเดิมอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมเข้มที่มักจะมองคู่ค้าทางธุรกิจด้วยความเฉชาดตอนนี้กลับฉายแววอ่อนลงอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่ทันรู้ตัว ปลายผ้าขนหนูค่อยๆ แตะซับลงบนหน้าผากมนอย่างเบามือที่สุด กลัวเหลือเกินว่าคนตรงหน้าจะเจ็บ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับคำพูดร้ายกาจทำให้รินทร์ชะงัก หัวใจที่เต้นรัวด้วยพิษไข้กลับเต้นระรัวยิ่งกว่าเดิมด้วยเหตุผลอื่น ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ ไอร้อนจากตัวของทั้งคู่แผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบกายเริ่มร้อนรุ่มขึ้นมาดื้อๆ "ทำไม... ถึงใจดีกับผมล่ะครับ" รินทร์เอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ร่องรอยความพยศเลือนหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงความอ่อนล้าที่น่าสงสาร "ไหนคุณบอกว่าเกลียดผมนักหนาไง" พยัคฆ์ชะงักมือที่กำลังเช็ดกรอบหน้าให้คนป่วย สายตาคมกริบหลบวูบไปทางอื่นชั่ววินาที ก่อนจะหันกลับมาสบตาตรงๆ ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "ใครบอกว่าฉันใจดี..." พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ ปากก็ยังคงแข็งไม่ยอมรับ "ฉันแค่ไม่อยากให้ลูกน้องในปกครองมาตายคาบ้านให้เป็นภาระเฉยๆ หรอกนะ" รินทร์แค่นยิ้มสมเพชตัวเองในใจ รู้สึกอยู่แล้วเชียวว่าคนอย่างพยัคฆ์ไม่มีทางพูดจาหวานหูใส่เขาได้ ความรู้สึกน้อยใจพุ่งแปลบขึ้นมาในอกจนต้องเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ปล่อยให้น้ำตาคลอเบ้าโดยไม่ยอมให้ร่วงหล่นลงมาให้คนใจร้ายเห็น "ถ้าหมดธุระแล้ว... ก็เชิญออกไปได้แล้วครับ ผมอยากพักผ่อน" รินทร์ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปง ไล่ทางอ้อมอย่างชัดเจน พยัคฆ์มองก้อนผ้าที่ขดอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกหงุดหงิดในอก มือหนาวางผ้าขนหนูลงบนโต๊ะข้างเตียง เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างจนปัญญาที่จะต่อกรกับคนป่วยดื้อรั้นคนนี้ ชายหนุ่มตัดสินใจทิ้งตัวลงนั่งลงที่ขอบเตียง มือใหญ่ดึงผ้าห่มผืนนั้นออกเผยให้เห็นใบหน้าหวานที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนคราบน้ำตา "ร้องไห้ทำไม เจ็บแผลตรงไหน" พยัคฆ์เอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความอ่อนโยนลงไปโดยไม่รู้ตัว นิ้วมือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากให้แผ่วเบา "ไม่ได้ร้อง... ฝุ่นเข้าตาต่างหากเล่า" รินทร์พยายามเถียงเสียงอู้อี้ ทั้งที่จมูกแดงก่ำ ฟ้องชัดเจนว่ากำลังสะอื้น พยัคฆ์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอก เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มเนียน รินทร์ผวาเฮือก หัวใจกระหน่ำรัวราวกองศึกเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร "ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะน่า..." พยัคฆ์กระซิบแผ่วเบาชิดริมหิมะฝีปากของคนป่วย ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าพิษไข้ "เวลาป่วยแล้วทำตัวน่ารังแกแบบนี้ ระวังตัวไว้เถอะ... ฉันอาจจะไม่ได้ใจดีแค่เช็ดตัวให้แค่นี้แน่" รินทร์เบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ใบหน้าที่ร้อนอยู่แล้วกลับทวีความร้อนขึ้นไปอีกหลายเท่าเมื่อปลายจมูกของคนร่างสูงเกือบจะชนกับจมูกของเขาอยู่รอมร่อ ความใกล้ชิดนี้ทำเอาสติที่เหลืออยู่น้อยนิดกระเจิงหายไปหมดสิ้น ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศหวานอมเปรี้ยวในห้องนอนอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามมาด้วยเสียงหวานแหลมคุ้นหูที่ดังทะลุเข้ามาทันทีโดยไม่รอให้อนุญาต "คุณพยัคฆ์คะ... มินตลืมกระเป๋าเอกสารไว้ในห้องทำงานค่ะ ขอรบกวนเข้าไปหาหน่อยนะคะ!" รินทร์สะดุ้งสุดตัว สติที่พร่าเลือนตื่นเต็มตาขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น ดวงตากลมโตหันขวับไปมองหน้าพระเอกหนุ่มที่ตอนนี้ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน พยัคฆ์ผละออกจากร่างบางอย่างหัวเสีย เขากำมือแน่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากไล่แขกไม่ได้รับเชิญ เสียงบิดลูกบิดประตูก็ดังขึ้น... ประตูห้องนอนของรินทร์ถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของมินคนที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่หน้าห้อง! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%