ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 25

ค่ำคืนที่ลึกซึ้งกว่าเดิม

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความเงียบงันยามดึกในห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรู คือพยานปากเอกว่าความตึงเครียดไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เหตุการณ์เผชิญหน้ากับมินตราเมื่อช่วงหัวค่ำ รินทร์ยืนกอดอกพิงขอบกระจกใสบานยักษ์ เบื้องล่างคือมหานครที่ยังคงสว่างไสวด้วยแสงไฟจากตึกสูงระฟ้า ทว่าความสนใจทั้งหมดของเขากลับถูกดึงดูดให้อยู่ที่ร่างสูงใหญ่ของคนที่กำลังยืนประจันหน้ากันห่างออกไปไม่กี่ก้าว "คุณจะยืนมองผมอีกนานไหมครับ คุณพยัคฆ์" รินทร์เปิดฉากทำลายความเงียบ น้ำเสียงติดจะประชดประชันตามนิสัยเวลาที่อีกฝ่ายทำตัวน่ารำคาญ "ถ้าเรียกผมขึ้นมาบนนี้เพื่อจะยืนเงียบใส่กันเฉยๆ ผมจะได้กลับห้องไปนอน พรุ่งนี้ผมมีประชุมแต่เช้า" พยัคฆ์ถอนหายใจยาว ดวงตาคมกราบกรานคู่นั้นมองสำรวจคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยายเป็นคำพูด ชายหนุ่มขยับตัวเข้าหาช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับเสือดาวที่กำลังตีวงล้อมเหยื่อตัวแสบที่ไม่มีทางหนีพ้น "ประชุมอะไร... กับไอ้ผู้บริหารหน้าอ่อนคนนั้นน่ะเหรอ" พยัคฆ์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ เจือความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนแต่ไม่เคยเนียนเลยสักครั้ง "อย่าคิดว่าผมไม่เห็นนะว่ามันมองคุณยังไงตอนอยู่ในงานเลี้ยง" รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างไม่เกรงกลัว "หึงเหรอครับ? หรือว่าแค่เสียฟอร์มที่คนของคุณดันเผลอแสดงอาการหึงหวงออกนอกหน้าจนเด็กอนุบาลยังดูออกกันแน่" "รินทร์" พยัคฆ์กดเสียงต่ำลงเตือนสติ ทว่าก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวจนร่างเพิ่งจะพ้นระยะห่าง รินทร์ต้องเงยหน้าขึ้นมองเพราะส่วนสูงที่ต่างกันเล็กน้อย แต่เจ้าตัวก็ยังรักษาสีหน้าดื้อรั้นไว้ได้เป็นอย่างดี ไม่มีแววตาหวาดหวั่นให้เห็นเลยแม้แต่น้อย "ทำไมครับ? พูดจี้ใจดำหรือไง" รินทร์เชิดหน้าขึ้นท้าทาย "เรื่องมินตรา... คุณเคลียร์ไม่ขาดเองจนทำให้ผมต้องกลายเป็นตัวตลกในงานวันนั้น แล้วยังจะมีหน้ามาตามจิกผมเรื่องคนอื่นอีกเหรอครับ คุณพยัคฆ์" คำพูดนั้นทำให้พยัคฆ์ชะงักไป ดวงตาคมกริบไหววูบชั่วขณะ ความรู้สึกผิดที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งหัวใจถูกสะกิดขึ้นมาอย่างแม่นยำ มือหนายื่นออกไปคว้าข้อแขนเรียวรั้งให้เข้ามาใกล้กว่าเดิมโดยไม่ทันตั้งตัว แรงปะทะทำให้รินทร์เซถลาเข้าไปแนบชิดแผ่นอกกว้างโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับความอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของคนตรงหน้าทำเอาหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรง "ปล่อยนะครับ..." รินทร์พยายามขืนตัวออก แม้ปากจะสั่งแบบนั้น แต่หัวใจกลับเต้นรัวจนน่าโมโห "คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับผมนะ" "ผมไม่มีสิทธิ์เหรอ?" พยัคฆ์ทวนคำ เสียงพร่าต่ำและใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนปัดป่าวอยู่ข้างแก้มใส "แล้วใครกันล่ะที่มีสิทธิ์? คนที่คอยปั่นหัวผมจนนอนไม่หลับมาเป็นอาทิตย์อย่างคุณเนี่ยเหรอ ถึงจะเรียกว่ามีสิทธิ์" รินทร์นิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคมที่ฉายแววความจริงจังและอ่อนล้าอย่างที่หาดูได้ยาก ไม่มีคราบนักธุรกิจผู้เย่อหยิ่ง ไม่มีรอยยิ้มเยาะหยัน มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่หนักแน่นและจริงใจจนน่าตกใจ "ผมไม่ได้ตั้งใจจะปั่นหัวคุณ..." รินทร์พึมพำเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปไหนหมดก็ไม่ทราบได้ เมื่อปลายนิ้วอุ่นของพยัคฆ์เอื้อมขึ้นมาเกลี่ยเส้นผมที่ระกรอบหน้าให้อย่างแผ่วเบา "ผมเหนื่อยนะรินทร์" พยัคฆ์เอ่ยสารภาพออกมาราวกับคนจนตรอก ความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนับแรมเดือนถูกระบายออกมาผ่านน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและจริงจัง "เหนื่อยที่ต้องคอยฟอร์มจัดใส่คุณ เหนื่อยที่เห็นคุณไปยิ้มให้คนอื่น และเหนือสิ่งอื่นใด... เหนื่อยที่ต้องทนเก็บความรู้สึกบ้าๆ นี่ไว้คนเดียว" รินทร์นิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้ยินคำสารภาพนั้น ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว กำแพงหนาเตอะที่เขาสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองถูกพังทลายลงทีละน้อยด้วยสายตาคู่ที่กำลังมองมา "คุณ... พูดอะไรออกมาเนี่ย" รินทร์หลบสายตา ใบหน้าเนียนเริ่มมีริ้วสีแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด แม้จะเป็นคนปากเก่งแค่ไหน แต่เจอไม้นี้เข้าไปก็ทำเอาไปไม่เป็นเหมือนกัน "ผมบอกว่าผมชอบคุณ..." พยัคฆ์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มบางเบาที่นานๆ ทีจะได้เห็น "ชอบจนแทบคลั่ง เวลาที่คุณทำหน้าดื้อใส่ เวลาที่คุณเถียงผมไม่ยอมหยุด... มันทำให้ผมรู้ว่า โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องธุรกิจและการแข่งขันอีกต่อไปแล้ว" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงอึกทึกครึกโครมของเมืองใหญ่ด้านนอกเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นรำไปพร้อมๆ กันในความเงียบงัน รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตื่นเต้นที่ตีรวนอยู่ในอก "ปากร้ายแบบนี้นี่นะ... ชอบผมลงได้ยังไง" รินทร์พึมพำเบาๆ พร้อมกับช้อนตาขึ้นมองอีกครั้งด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู "ตาถึงจริงๆ นะครับเนี่ย" พยัคฆ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี มือหนาเปลี่ยนจากการจับข้อมือมาเป็นการโอบกระชับเอวบางไว้แน่น รั้งให้ร่างโปร่งเข้ามาแนบชิดสนิทจนแทบหลอมรวมเป็นคนเดียวกัน "นั่นสิครับ สงสัยผมคงตาถั่วจริงๆ ถึงได้หลงเด็กปากจัดคนนี้หัวปักหัวปำ" พยัคฆ์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอารินทร์ต้องค้อนให้อย่างหมั่นไส้ "ถ้าพูดมากอีกคำเดียว ผมจะ..." คำขู่ถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อพยัคฆ์ก้มลงมาปิดกั้นริมฝีปากของเขาด้วยความนุ่มนวลแต่หนักแน่น สัมผัสอุ่นร้อนที่ทาบทับลงมาทำให้รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆ ปิดลงรับสัมผัสที่เต็มไปด้วยความโหยหาและการรอคอย ความหวานล้ำที่แทรกซึมเข้ามาลบเลือนความบาดหมางและทิฐิทั้งหมดที่มี ปลายนิ้วเรียวเผลอขยุ้มเสื้อเชิ้ตของคนตรงหน้าไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยวในยามที่สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน ท่ามกลางความเงียบสงบและค่ำคืนที่ลึกซึ้งกว่าทุกครั้ง ระยะห่างระหว่างหัวใจสองดวงได้ถูกพังทลายลงอย่างไร้เงื่อนไข... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างโปร่งบางของมินตราก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้า ก่อนที่เธอจะชะงักกึกเมื่อเห็นภาพคนทั้งคู่ยืนกอดจูบกันแนบชิดอยู่กลางห้อง "อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาผิดเวลาสินะคะ" มินตราแค่นหัวเราะ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและริษยา "แต่พอดีมีเรื่องด่วนที่พยัคฆ์ต้องรู้ตอนนี้เลยค่ะ... เรื่องที่คุณอาจจะคาดไม่ถึงเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของเด็กคนนี้" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับโมเมนต์ฟินๆ ของทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%