"คุณจะดึงแขนผมให้ขาดเลยไหมครับคุณพยัคฆ์ หรือแค่อยากจะแสดงความเป็นเจ้าของผ่านรอยช้ำบนผิวหนังผมกันแน่?"
รินทร์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานหรูหราของประธานหนุ่ม เขาไม่ได้ขัดขืนการจับกุม แต่สายตาที่จ้องมองกลับไปนั้นคมกริบราวกับใบมีดที่ถูกลับจนได้ที่ พยัคฆ์ชะงักฝีเท้าที่กำลังลากพาอีกฝ่ายเข้ามาในห้องก่อนจะเหวี่ยงร่างบางลงบนโซฟาหนังสีเข้มอย่างไม่เบามือนัก
"ปากดีให้มันตลอดเถอะรินทร์ อย่าให้เห็นว่าพอเป็นเรื่องของคนอื่นแล้วจะทำตัวเป็นพ่อพระขึ้นมา" พยัคฆ์แค่นยิ้มหยัน กอดอกมองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก "มินตราเขาแค่มาหาในฐานะแขกที่รู้จักกันมานาน ผมไม่จำเป็นต้องรายงานตารางเวลาชีวิตให้คุณทราบทุกฝีก้าวหรอกนะ"
"แขกเหรอครับ?" รินทร์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างรู้ทัน "แขกที่เดินเข้าออกห้องทำงานส่วนตัวคุณเหมือนเป็นเจ้าของบ้าน แขกที่จงใจวางสร้อยข้อมือทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานให้ผมเห็นตอนเดินเข้าไปเสิร์ฟกาแฟ... คุณเรียกคนแบบนั้นว่าแขก หรือเรียกคนแบบนั้นว่า 'ของเก่าที่ยังไม่ยอมทิ้ง' กันแน่"
พยัคฆ์ขมวดคิ้วแน่น สันกรามหนานูนขึ้นจากการขบฟัน เขาไม่ชอบความรู้สึกที่ถูกรินทร์อ่านเกมขาด แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธว่ามินตรากำลังทำอะไร สิ่งที่เขาสนใจมากกว่าคือท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนตรงหน้า รินทร์ไม่ได้โวยวายด้วยความงี่เง่า แต่กลับใช้ความนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังเสียการควบคุม
"อย่าคิดไปเองให้มันมากนัก ผมกับเขามันจบไปนานแล้ว"
"จบไปนานแล้ว แต่มินตราเขายังไม่จบนะครับ" รินทร์ลุกขึ้นยืนประจันหน้า อีกฝ่ายตัวสูงกว่าเขาพอสมควร แต่รินทร์ไม่เคยหวั่นเกรง เขาขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ไม่ใช่กลิ่นประจำตัวของพยัคฆ์ "เขากำลังปั่นหัวคุณ และเขาก็ใช้คุณมาปั่นหัวผมอีกทีหนึ่ง คุณเองก็ฉลาดพอที่จะดูออก พยัคฆ์... แต่ทำไมคุณถึงยอมให้เขาทำ? หรือจริงๆ แล้วคุณก็ยังแอบพอใจที่มีคนมาแย่งกัน?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง พยัคฆ์กระชากต้นคอเสื้อรินทร์เข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงลมหายใจกั้น สายตาของพยัคฆ์วูบไหวด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน แต่ก่อนที่บทสนทนาจะเดือดดาลไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูที่จังหวะนุ่มนวลแต่ทำลายบรรยากาศก็ดังขึ้น
"ขอโทษนะคะพยัคฆ์ พอดีมินลืมของไว้... อ้าว รินทร์อยู่ด้วยเหรอคะ?"
มินตราก้าวเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา เธอปรายตามองรินทร์ที่ยังถูกพยัคฆ์กักตัวไว้ด้วยสายตาที่แสดงความเหนือกว่าเล็กน้อย ก่อนจะเดินตรงเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอย่างถือวิสาสะ
รินทร์นิ่งเงียบ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยทันที เขาแกะมือของพยัคฆ์ที่คอเสื้อออกช้าๆ อย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับมินตราด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ผู้มาใหม่ถึงกับชะงัก
"ของที่ลืมไว้เหรอครับคุณมินตรา?" รินทร์เดินไปที่โต๊ะ หยิบสร้อยข้อมือเส้นหรูที่วางอยู่ข้างกองเอกสารขึ้นมาถือไว้ "ผมกะว่าจะเอาไปคืนให้ที่ประชาสัมพันธ์อยู่พอดีเชียวครับ พอดีช่วงนี้พยัคฆ์เขายุ่งๆ ไม่อยากให้มีของส่วนตัววางเกะกะบนโต๊ะงานสำคัญ จะได้ไม่มีใครเข้าใจผิดว่านี่คือ 'ห้องนอนส่วนตัว' ของใครน่ะครับ"
มินตราหุบยิ้มลงทันที มือของเธอสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นรินทร์ยื่นสร้อยให้ด้วยท่าทีที่ดูสุภาพจนน่าหมั่นไส้ "ขอบใจนะจ๊ะรินทร์... แต่จริงๆ พยัคฆ์ไม่ได้รำคาญมินขนาดนั้นหรอกใช่ไหมคะ?"
มินตราหันไปหาพยัคฆ์ ส่งสายตาออดอ้อนหวังให้อีกฝ่ายช่วยกู้สถานการณ์ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความนิ่งเฉย พยัคฆ์ไม่ได้ปฏิเสธ และไม่ได้ยอมรับ เขายังคงมองรินทร์ด้วยสายตาที่ซับซ้อน
รินทร์วางสร้อยลงบนมือมินตราเบาๆ แล้วกระซิบที่ข้างหูเธอด้วยเสียงที่เบาพอให้ได้ยินกันแค่สามคน "เกมปั่นหัวคนอื่นน่ะมันสนุกนะครับคุณมินตรา แต่ระวังเถอะ... เพราะบางทีคนที่คุณพยายามจะปั่นน่ะ เขาอาจจะกำลังรอจังหวะรวบหัวรวบหางคุณทิ้งให้จบๆ ไปเหมือนกัน"
มินตราหน้าถอดสี รินทร์ไม่รอให้สถานการณ์อึดอัดไปมากกว่านี้ เขาเดินเลี่ยงไปที่ประตู แต่ก่อนจะพ้นขอบประตูไป เขาก็หยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมา
"อ้อ... พยัคฆ์ครับ" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "เย็นนี้ผมมีนัดทานข้าวกับคุณอาร์ทที่ร้านเดิม ถ้าคุณไม่ว่าง ก็ไม่เป็นไรนะครับ ผมไปกับเขาได้"
พยัคฆ์ตาค้าง แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้นมาทันที "คุณว่าไงนะ?"
รินทร์ไม่ตอบ เขาทำเพียงแค่ยักไหล่เบาๆ แล้วก้าวออกไปจากห้อง ทิ้งให้พยัคฆ์ยืนกำหมัดแน่นอยู่กับที่ โดยมีมินตราที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มที่เธอเพิ่งพยายามจะดึงตัวกลับมา
เสียงฝีเท้าของรินทร์ห่างออกไปจนเงียบสนิท ทิ้งไว้เพียงความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ พยัคฆ์หันขวับมามองมินตราด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าความอดทนสุดท้ายของเขาได้ขาดสะบั้นลงแล้ว
"ออกไปจากห้องผมซะ มินตรา..." พยัคฆ์เอ่ยด้วยเสียงต่ำพร่าที่สั่นด้วยความโกรธ "ก่อนที่ผมจะลืมไปว่าเราเคยเป็นอะไรกัน"
มินตราเบิกตากว้าง เธอไม่คิดว่ารินทร์จะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของพยัคฆ์ได้มากขนาดนี้ แต่ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยคำแก้ตัว ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาอีกครั้งโดยคนที่ไม่ควรจะปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้
"ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญเข้าให้แล้วนะครับ"
อาร์ทก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้วางใจ สายตาของเขาจับจ้องไปที่พยัคฆ์อย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันไปหามินตราด้วยท่าทีที่เหมือนกำลังต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ ในขณะที่พยัคฆ์หน้าแดงก่ำด้วยความเดือดดาลที่รินทร์เดินไปนัดแนะกับศัตรูหัวใจของเขาในระยะประชิดแบบนี้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะครับ เมทริกซ์ซีโร่จะพาทุกท่านไปต่อในตอนหน้าครับ
ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 26
มินตรายังไม่ถอย
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!