แก้วกาแฟในมือของพยัคฆ์แทบจะแหลกคามือ แรงบีบที่ส่งผ่านปลายนิ้วสะท้อนถึงอุณหภูมิความเดือดดาลภายในอกที่พุ่งทะยานจนเกินขีดจำกัด ภาพตรงหน้าคือรินทร์—คนที่เขายอมลดอีโก้ลงมาง้อทีละน้อย—กำลังยืนโน้มตัวเข้าหาอาร์ท ศัตรูหัวใจที่เขาเกหน้าขนานแท้ ใบหน้าหวานฉ่ำนั้นอยู่ใกล้กับอีกฝ่ายเสียจนระยะห่างแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศแทรกผ่าน ไหนจะรอยยิ้มบางเบาที่รินทร์มักจะสงวนไว้ให้คนสนิทเท่านั้น ทำไมถึงไปคลี่คลายมอบให้ไอ้หน้าตัวเมียคนนั้นได้ล่ะ
"หึ สนุกกันใหญ่เลยสินะครับ" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ มันไม่ใช่ความหึงหวงธรรมดา แต่มันคือไฟนรกที่พร้อมจะเผาลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า
มินตราที่ยืนอยู่ข้างกาย ส่งยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจอย่างมิดชิด หล่อนขยับตัวเข้ามาใกล้พยัคฆ์อีกนิด สัมผัสเบาๆ ที่ต้นแขนแกร่งเพื่อราดน้ำมันลงบนกองเพลิง
"พี่พยัคฆ์คะ... รินทร์เขาก็คงมีเหตุผลส่วนตัวแหละค่ะ อย่าคิดมากเลยนะคะ บางทีความสัมพันธ์แบบนี้... เขากםอาจจะคุ้นชินอยู่แล้วก็ได้" น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่เจือความเยาะเย้ยอยู่ในที ยิ่งทำให้พยัคฆ์สติขาดผึ่ง
ดวงตาคมกราบกวาดมองภาพในมุมอับสายตาที่อาร์ทยื่นแท็บเล็ตให้รินทร์ดู รินทร์เอื้อมมือไปสัมผัสข้อมือของอาร์ทแวบหนึ่งเพื่อชี้จุดบางอย่าง—ภาพที่ถูกบิดเบือนด้วยมุมกล้องและจังหวะเวลา ทำให้ใครก็ตามที่มองเข้ามาจากด้านหลังย่อมตีความไปเป็นอื่นไม่ได้เลย นอกเสียจากว่า... คนทั้งสองกำลังรื้อฟื้นความสัมพันธ์ลับๆ ต่อหน้าต่อตาเขา
"ถอยไปครับ มินตรา" พยัคฆ์สะบัดแขนออกอย่างไร้เยื่อใย ก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปประชิดวงสนทนานั้นทันทีโดยไม่รอให้ความยับยั้งชั่งใจใดๆ มาห้ามปราม
รินทร์ที่เพิ่งตกลงเรื่องเอกสารโครงการกับอาร์ทเสร็จเงยหน้าขึ้น สัญชาตญาณเตือนภัยบอกให้รู้ว่าบรรยากาศรอบตัวกำลังติดลบ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าถมึงทึงของพยัคฆ์ สันจรามของอีกฝ่ายนูนเด่นด้วยแรงขบกราม และดวงตาคู่นั้น... มันกำลังแผดเผาเขาเป็นจุล
"พยัคฆ์ คือว่า..." รินทร์อ้าปากจะอธิบาย แต่ถูกตัดบทด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ไม่ต้องอธิบายครับ! ผมตาไม่บอด" พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองรินทร์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาสสมเพชแกมตัดพ้อ "เก่งมากนี่ครับ... เล่นละครตบตาผมมาตลอด ทำเป็นเล่นตัว ทำเป็นเกลียดผม ที่แท้ก็มีตัวเลือกสำรองไว้รอท่าอยู่แล้วนี่เอง"
รินทร์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความรู้สึกร้อนผ่าวตีตื้นขึ้นมาที่ขอบตาไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความคับแค้นใจที่พุ่งพล่าน "คุณพูดบ้าอะไรของคุณพยัคฆ์! ใช้สมองส่วนไหนคิดเนี่ย ถึงได้พูดจาดูถูกคนอื่นแบบนี้!"
"ผมดูถูกเหรอครับ?" พยัคฆ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวรินทร์ในระยะประชิด มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกเรียวอย่างแรงโดยไม่สนสายตาใคร "แล้วที่เห็นเมื่อกี้มันคืออะไรล่ะครับ! จับมือถือแขน แนบชิดสนิทสนมขนาดนั้น จำเป็นต้องให้ผมเอาภาพมาแปะหน้าผากไหม ถึงจะยอมรับว่าคุณมันก็ไม่ได้ต่างจากคนอื่น!"
อาร์ทที่ยืนมองสถานการณ์อยู่ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขาทำท่าจะก้าวเข้ามาแทรกกลาง "ใจเย็นก่อนครับคุณพยัคฆ์ รินทร์เขาแค่..."
"เสือกอะไรด้วยครับ! เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของคุณ" พยัคฆ์หันขวับไปตวาดอาร์ทเสียงกร้าว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนมินตราต้องถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ
"พอได้แล้วพยัคฆ์!" รินทร์สะบัดแขนหลุดจากการพันธนาการด้วยแรงทั้งหมดที่มี ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความโกรธขึงจนสั่นระริก "ถ้าคุณจะเที่ยวใช้สายตาต่ำๆ ตัดสินคนอื่นแบบนี้ ก็เชิญกลับไปซะ! ไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก!"
"หึ! ไล่ผมเหรอครับ?" พยัคฆ์ยิ้มเยาะ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความเจ็บปวดที่ถูกแปลงเป็นความเกรี้ยวกราด "กลัวความจริงมันจะแฉออกมาสินะครับ ถึงได้รีบไล่ผมกลับนัก... ดี! ในเมื่อคุณเลือกทางนี้แล้ว ก็จำคำพูดตัวเองไว้ให้ดีก็แล้วกัน!"
สิ้นคำพูดนั้น พยัคฆ์ก็หมุนตัวเดินดุ่มๆ ออกไปจากห้องทันทีอย่างไร้เยื่อใย แผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและทิฐิสะท้อนความดุดัน แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้ความเกรี้ยวกราดนั้น หัวใจของเขากำลังแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแค่ไหน
มินตราบีบยิ้มหวานหยดเดินตามหลังพยัคฆ์ออกไป ทิ้งให้รินทร์ยืนหอบหายใจด้วยความคับแค้นใจอยู่ลำพัง ท่ามกลางสายตาของทีมงานที่มองมาอย่างอึดอัด
รินทร์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความน้อยใจตีรวนขึ้นมาจุกอกจนพูดไม่ออก เขาไม่คิดเลยว่าผู้ชายคนนั้นจะไม่เชื่อใจเขาเลยแม้แต่น้อย ความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมา... มันไม่มีความหมายอะไรเลยใช่ไหม
แต่แล้ว ในจังหวะที่รินทร์กำลังจะหันหลังกลับเพื่อเก็บข้าวของและเดินหนีความอפרsยนี้ อาร์ทก็ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาตรงหน้า น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบสนิท ไร้ซึ่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
"รินทร์... นายแน่ใจเหรอว่าที่เขาเข้าใจผิดแบบนี้ มันเป็นแค่เรื่องของมุมกล้องบังเอิญจริงๆ?"
รินทร์ขมวดคิ้ว ปลายตาตวัดมองอาร์ทอย่างไม่ไว้ใจ "นายหมายความว่ายังไง?"
อาร์ทหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา กดเปิดหน้าจอวิดีโอวงจรปิดของห้องนี้ให้ดู ภาพบนจอแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ก่อนที่พยัคฆ์จะก้าวเข้ามาในห้องไม่ถึงสองวินาที มีใครบางคนจงใจเดินมาสะกิดไหล่พยัคฆ์และชี้ชวนให้มองมาทางที่เขากับอาร์ทยืนอยู่... และคนๆ นั้น ก็ยืนอยู่ข้างพยัคฆ์มาตลอดเวลา
ดวงตากลมโตของรินทร์เบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของคนร้ายในจอ...
ขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามที่มีให้กันเสมอนะครับ
ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 27
ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!