ดวงตากลมโตของรินทร์เบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของคนร้ายในจอแท็บเล็ต แสงสีฟ้าจากหน้าจาสะท้อนแววตาระทึกขวัญที่ฉายชัดความตกใจระคนหวาดหวั่น เส้นเลือดที่ขมับของเขาเต้นตุบยามที่สมองพยายามประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน ใบหน้านั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นภาพเงาสะท้อนจากอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันลงไปในหลุมศพแห่งความทรงจำ...
ตึก... ตึก... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลัง รินทร์ยังไม่ทันได้ขยับตัวเพื่อซ่อนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในมือ ร่างสูงใหญ่ของพยัคฆ์ก็โน้มตัวลงมาคร่อมกักขังเขาไว้กับโต๊ะทำงาน บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายเย็นเยียบของอีกฝ่ายโชยเข้าแตะจมูก ทว่าในวินาทีนี้ ไม่มีช่องว่างให้หัวใจได้เต้นผิดจังหวะด้วยความเสน่หาแม้แต่น้อย เมื่อดైกตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ร้ายกวาดมองหน้าจอแท็บเล็ตสลับกับใบซีดเผือดของคนตรงหน้า
"นายกำลังดูอะไรอยู่... รินทร์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน มันไม่ได้นุ่มนวลเหมือนทุกครั้ง หากแต่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกวาดมองภาพบนจอที่หยุดนิ่งอยู่ตรงใบหน้าของบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีกรีนักเรียนนอกคนสนิทของมินตรา ภาพนั้นฟ้องชัดเจนว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการปล่อยข่าวฉาวและพยายามทำลายบริษัทของพยัคฆ์จากภายใน
รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น สมองหมุนเร็วจี๋เพื่อหาคำอธิบายที่ดีที่สุด "มันไม่ใช่..."
"ไม่ใช่แล้วมันคืออะไร!" เสียงทุ้มตวาดลั่นห้องทำงานส่วนตัวจนกระจกแทบสั่นสะเทือน พยัคฆ์กระชากแท็บเล็ตออกจากมือบางด้วยความรุนแรง ความหึงหวงและโทสะที่สะสมมานานระเบิดออกมาเป็นเปลวเพลิงแผดเผาทุกอย่างในพริบตา เขามองภาพนั้นสลับกับใบหน้าตื่นตระหนกของรินทร์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและเกรี้ยวกราด "ภาพหลุดในโกดังร้างนั่น... คลิปเสียงเจรจาระหว่างเธอกับมัน แล้วไหนจะท่าทีลุกลี้ลุกลนตอนที่ฉันเข้ามานี่อีก! รินทร์... เธอติดต่อไอ้สารเลวนั่นลับหลังฉันงั้นเหรอ!"
"คุณพยัคฆ์ ตั้งสติแล้วฟังผมก่อนนะ!" รินทร์ผุดลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความโกรธกรำเมื่อโดนปรักปรำโดยปราศจากเหตุผล ดวงตาคู่สวยรื้นหยดน้ำด้วยความคับ Dใจแต่ก็ยังเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "ผมเพิ่งเปิดเจอพร้อมกับคุณเมื่อกี้! ผมไม่รู้เรื่องอะไรด้วยทั้งนั้น ทำไมคุณถึงชอบใช้อคติตัดสินผมก่อนตลอดเลยวะ!"
"หึ! ไม่รู้เรื่องงั้นเหรอ?" พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปากหยักลึกที่เคยเอื้อนเอ่ยถ้อยคำร้ายกาจ วันนี้มันกลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความดูแคลน "หลักฐานคาตาขนาดนี้ยังกล้าปฏิเสธ หน้าตาก็ดูฉลาดเป็นกรด แต่เรื่องชั่วๆ ลับหลังคนอื่นนี่เก่งเป็นที่หนึ่งสินะ! เธอกับมันคงนัดแนะกันวางแผนตลบหลังฉันให้กลายเป็นตัวตลกใช่ไหม ถึงได้ยอมเอาตัวเข้าแลกกับข่าวบ้าๆ นั่น!"
เพี้ยะ!
เสียงฝ่ามือกระทบแก้วหน้าคมเข้มดังสนั่นห้อง รินทร์หอบหายใจตัวโยน ฝ่ามือบางสั่นระริกด้วยความโกรธและเสียใจจนแทบสิ้นสติ หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักลงมาอาบแก้ม แต่เจ้าตัวกลับเชิดหน้าขึ้นสูง ไม่ยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรมนี้แม้แต่น้อย
"ถ้าคุณคิดว่าผมมันต่ำตมขนาดนั้น ก็เชิญไสหัวออกไปจากชีวิตผมซะ!" รินทร์ตะโกนกลับเสียงดังลั่น น้ำเสียงสั่นเครือแต่เปี่ยมไปด้วยแรงพยศ "ผมไม่ใช่คนของเล่นที่คุณจะนึกอยากด่าหรือใช้คำพูดหยาบคายใส่ยังไงก็ได้! ถ้าสมองของคุณมันคิดได้แค่นี้ ก็เชิญอยู่กับความระแวงบ้าบอของคุณคนเดียวไปเลย!"
พยัคฆ์หันกลับมาตามแรงตบ ใบหน้าคมมีรอยแดงปรากฏเด่นชัด ทว่าแววตาของเขากลับวาวโรจน์ยิ่งกว่าเดิม ความโกรธขีดสุดทำให้สติสัมปชัญญะขาดผึ่ง เขาคว้าต้นแขนเรียวทั้งสองข้างไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก บีบมันจนรินทร์นิหน้าด้วยความเจ็บปวดแต่พยายามกัดฟันไม่ยอมร้องไห้ออกมาให้อีกฝ่ายสมเพช
"เก่งมากนี่! กล้าตบฉันเหรอ!" พยัคฆ์กัดฟันกรอด ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตา "คิดว่าทำตัวเป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์แล้วฉันจะใจอ่อนเหรอ รินทร์? เธอมันก็แค่เด็กกะโหลกะกะลาที่เข้ามาหวังผลประโยชน์! อย่ามาทำเป็นถือดีให้มันมากนัก เพราะถ้าฉันจะทำลายคนอย่างเธอ มันง่ายยิ่งกว่าดีดนิ้วซะอีก!"
คำพูดเชือดเฉือนและแววตารังเกียจคู่นั้นกรีดลึกลงไปในกลางใจของรินทร์ ราวกับมีใครเอาเข็มมาทิ่มแทงซ้ำๆ จนชาไปทั้งร่าง ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาบตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก คำว่ารักที่เคยคิดว่ามันอาจจะมีหลงเหลืออยู่บ้างในใจของคนตรงข้าม บัดนี้มันถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีด้วยอารมณ์ชั่ววูบและความหึงหวงที่ไร้เหตุผล
"ปล่อยผม..." รินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสดใสในยามปกติบัดนี้แดงก่ำเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและรอยร้าวลึก "ถ้าเกลียดผมขนาดนี้... ทำไมไม่ปล่อยผมไปตั้งแต่แรกวะ!"
พยัคฆ์ชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมาเป็นทาง ความเจ็บปวดบางอย่างวาบผ่านดวงตาคมกริบ แต่มันทิฐิและโทสะกลับบดบังทุกสิ่ง เขาแค่นเสียงเยาะเย้ยใส่หน้าคนตัวเล็กเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก
"ปล่อยเหรอ? ฝันไปเถอะ..." พยัคฆ์โน้มใบหน้ากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม "ในเมื่อเธอเป็นคนก้าวเข้ามาในเกมนี้เอง รินทร์... เธอก็ต้องอยู่ชดใช้ความผิดที่เธอก่อไปจนกว่าฉันจะเบื่อ ถึงวันนั้น ฉันนี่แหละจะเป็นคนเขี่ยเธอทิ้งลงถังขยะเอง!"
บรรยากาศในห้องเงียบสงบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันด้วยบาดแผลฉกรรจ์ในใจ พยัคฆ์คลายมือออกจากต้นแขนเรียวด้วยความกระแทกกระทั้น ก่อนจะหมุนตัวเตรียมก้าวเดินออกไปสะสางบัญชีแค้นกับไอ้คนที่กล้าแตะต้องของของเขา
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างเพรียวบางของมินตราก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก ในมือของเธอกำโทรศัพท์มือถือหน้าจอเปิดค้างไว้ แสดงภาพข่าวสารล่าสุดที่กำลังสั่นสะเทือนวงการธุรกิจ
"พยัคฆ์คะ... แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..." มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกแสร้งทำเป็นร้อนรน "หุ้นของบริษัทเรากำลังดิ่งลงเหว เพราะมีคนปล่อยคลิปเสียงลับของคุณกับ... กับคนที่คุณก็รู้ว่าใคร ออกสู่สาธารณชนแล้วค่ะ!"
รินทร์เบิกตากว้างขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น สัญชาตญาณบอกเขาทันทีว่าเกมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องหึงหวงส่วนตัวอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือแผนการฆาตกรรมทางธุรกิจที่ถูกชักใยจากเงาเบื้องหลัง และคนที่ซวยที่สุดในตอนนี้... คือตัวเขาเองที่ตกเป็นแพะรับบาปอย่างสมบูรณ์แบบ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความดราม่าเดือดๆ ในตอนนี้ด้วยนะครับ
ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 28
ระเบิดความหึงหวง
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!