"พยัคฆ์! เปิดประตูให้แม่เดี๋ยวนี้! แม่รู้ว่าลูกซ่อนใครไว้ข้างใน!"
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินไหวขนาดย่อม แรงสั่นสะเทือนจากบานประตูไม้สักทองราคาแพงส่งตรงมาถึงฝ่าเท้าของรินทร์ที่ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้องนอน ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเจ้าของห้องชะงักกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นทันทีเมื่อสมองประมวลผลได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ผู้หญิงที่อยู่หลังบานประตูนั้นไม่ใช่ใครอื่น... คุณหญิงรัชนี มารดาบังเกิดเกล้าของท่านประธานหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่งคนนี้นี่เอง
รินทร์หันขวับไปมองหน้าพยัคฆ์ทันที คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม ขณะที่เจ้าของห้องซึ่งควรจะลนลานกลับยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าคมสันฉายแววหงุดหงิดระคนรำคาญอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบกวาดมองรินทร์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
"มองหน้าผมทำไม รีบไปใส่กางเกงให้เรียบร้อยสิครับ" พยัคฆ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกใดๆ ราวกับเสียงทุบประตูนั่นเป็นเพียงเสียงลมพัดผ่าน
"นี่คุณ!" รินทร์แทบอยากจะกรี๊ดใส่หน้าคนตรง The Cool Guy ให้รู้แล้วรู้รอด "แม่คุณกำลังจะพังประตูลูกชายสุดที่รักอยู่แล้วนะ! แล้วดูคุณทำหน้าเข้าสิ... หรือว่านี่คือแผนที่คุณเตรียมไว้จะแบล็กเมล์ผมตั้งแต่แรกหะ?"
"ผมไม่ได้ว่างขนาดนั้นนะครับรินทร์" พยัคฆ์ถอนหายใจยาว พลางก้าวเข้ามาประชิดตัวรินทร์ด้วยความรวดเร็วชนิดที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามือหนาคว้าเอวบางไว้ตามสัญชาตญาณ ดึงรั้งเข้าหาตัวจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับอกอุ่นของอีกฝ่าย รินทร์สะดุ้งสุดตัว มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกแกร่งไว้แทบไม่ทัน
"ทำบ้าอะไรของคุณ ปล่อยนะ!" รินทร์กระซิบลอดไรฟัน ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงไอSอุ่นและกลิ่นกายสะอาดๆ ของอีกฝ่ายที่ลอยวนอยู่ปลายจมูก
"ถ้าไม่อยากให้แม่ผมพังประตูเข้ามาเห็นสภาพที่เราไม่น่าอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คุณก็หุบปากแล้วยืนนิ่งๆ ครับ" พยัคฆ์กระซิบตอบชิดใบหู เสียงทุบด้านนอกเงียบลงไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูดังแกรกกราก
รินทร์กัดริมฝีปากล่างอย่างเจ็บใจ ตาโตๆ จ้องเขม็งไปยังใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันแค่คืบ ไอความใกล้ชิดนี้มันชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด พยัคฆ์ไม่ได้ดูร้อนรนเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ดวงตาคมคู่นั้นกำลังพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของรินทร์ราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง สายตาที่มองมาในตอนนี้มันไม่มีความกวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันมีความลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้รินทร์ต้องหลบสายตา
ตึง! ตึง! ตึง!
"พยัคฆ์! ถ้าแกไม่เปิด แม่จะเรียก รปภ. มาไขกุญแจสำรองแล้วนะ!" เสียงคุณหญิงรัชนีแผดลั่นมาอีกระลอก พร้อมกับเสียงไขกุญแจดังขึ้นที่รูกุญแจด้านนอกจริงๆ
พยัคฆ์สบถเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววรำคาญจัด เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ร่างสูงก้มลงกระซิบข้างหูรินทร์ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งร่าง
"ห้องแต่งตัวอยู่ทางนั้น เข้าไปหลบก่อนครับ"
"แล้วทำไมผมต้องหลบด้วยล่ะ ในเมื่อเราไม่ได้ทำอะไร..."
"ถ้าไม่อยากให้แม่ผมเข้าใจผิดว่าคุณเป็นเด็กเสี่ยที่ผมเลี้ยงไว้แก้เหงา ก็รีบเข้าไปครับ" พยัคฆ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่เล็กน้อยแต่นัยน์ตากลับจริงจัง "เว้นแต่ว่า... คุณอยากจะออกไปทักทายแม่ผมในสภาพที่ใส่เสื้อเชิ้ตตัวเดียวแถมไม่ได้ใส่กางเกงแบบนี้"
รินทร์ก้มมองสำรวจตัวเองแล้วก็ได้แต่เม้มปากแน่นอย่างจำยอม เขากัดฟันกรอดส่งค้อนวงใหญ่ให้คนตัวโตไปหนึ่งที ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วพุ่งตัวหายเข้าไปในห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ทันทีโดยไม่ลืมทิ้งท้ายเสียงลอดไรฟัน "ฝากไว้ก่อนเถอะคุณพยัคฆ์!"
แกรก... เสียงปลดล็อกประตูดังขึ้นพร้อมกับการผางเปิดออกอย่างแรงของคุณหญิงรัชนี
พยัคฆ์ยืนจัดปกเสื้อเชิ้ตของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาหันไปเผชิญหน้ากับมารดาที่ยืนหายใจฮึดฮัด ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความโกรธขึงและไม่พอใจอย่างรุนแรง ด้านหลังของคุณหญิงยังมีเงาร่างคุ้นตาของใครอีกคนก้าวตามเข้ามาด้วย... มินตรา
อดีคนคนรักเก่าของพยัคฆ์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเรียบร้อย แต่สายตากวาดมองสำรวจไปรอบห้องนอนราวกับเรดارกำลังค้นหาหลักฐานบางอย่าง
"มีอะไรครับคุณแม่ ถึงกับต้องพังประตูห้องลูกชายขนาดนี้?" พยัคฆ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสะทกสะท้าน
"แกซ่อนใครไว้ในห้องนี้ พยัคฆ์!" คุณหญิงรัชนีชี้หน้าบุตรชายด้วยความโกรธ "แม่ได้ยินเสียงคนคุยกันในห้องนี้ตั้งนานแล้ว ทำไม? ลูกผู้ชายอย่างแกคิดจะซ่อนผู้หญิงไว้กินชั่วครั้งชั่วคราวรึไง ถึงได้ทำตัวลับๆ ล่อๆ แบบนี้ มินตราเขาอุตส่าห์แวะมาหาแกที่บ้าน แต่แกกลับปล่อยให้รอนานเป็นชั่วโมงเพราะมัวแต่..."
"คุณป้าคะ ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ" มินตราเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความจงใจจะขุดคุ้ย เธอเดินเข้ามาใกล้พยัคฆ์ รอยยิ้มหวานหยดถูกส่งให้ชายหนุ่มอย่างมีความหมาย "พี่พยัคฆ์อาจจะแค่เหนื่อยจากงานแล้วนอนหลับลึกก็ได้นะคะ คุณป้าอย่าเพิ่งโมโหไปเลยค่ะ"
พยัคฆ์ปรายตามองมินตราด้วยแววตาว่างเปล่า รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากนิดๆ ก่อนจะหันกลับไปสบตากับมารดา
"ผมจะอยู่กับใคร มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของผมนะครับคุณแม่" พยัคฆ์ตอบเสียงเรียบ แต่เด็ดขาด "อีกอย่าง... บ้านหลังนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของผม ผมมีสิทธิ์จะให้ใครเข้าออกหรืออยู่ร่วมด้วยก็ได้ โดยที่แม่ไม่ต้องมาคอยเช็คสต็อก"
"แก! ไอ้ลูกคนนี้นี่!" คุณหญิงรัชนีหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด "แกกล้าพูดจาแบบนี้กับแม่เรอะ เพราะผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม... ไหนล่ะ หลบอยู่ไหน! ออกมาพบฉันเดี๋ยวนี้!"
คุณหญิงรัชนีสะบัดตัวเดินดุ่มๆ ไปทางโซนห้องแต่งตัวทันทีโดยไม่รอให้ลูกชายอนุญาต พยัคฆ์ขมวดคิ้วมุ่นเป็นครั้งแรก รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกจากร่างสูง เขารีบก้าวเท้าตามมารดาไปอย่างรวดเร็ว ส่วนมินตราก็ยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ รีบเดินตามเข้าไปติดๆ เพื่อหวังจะดูหน้า 'เหยื่อ' ของพยัคฆ์ให้เต็มตา
ภายในห้องแต่งตัว รินทร์ที่แอบฟังบทสนทนาทั้งหมดผ่านบานประตูกระจกฝ้าหัวใจเต้นรัวด้วยความระทึก เขารู้ดีว่าหากถูกจับได้ในสภาพนี้คงหาข้อแก้ตัวยากยิ่งกว่าขึ้นศาลไคเป่าเสียอีก สายตากวาดมองไปรอบห้องเพื่อหาทางหนีทีไล่ แต่ทว่า... ไร้ทางออกอื่นนอกจากประตูบานหลักที่ตอนนี้คุณหญิงรัชนีพุ่งตรงเข้ามาใกล้ทุกที
ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกอย่างแรง!
คุณหญิงรัชนีชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อพบว่าภายในห้องแต่งตัวไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่คิด รินทร์ยืนพิงเคาน์เตอร์เก็บนาฬิกาอยู่ สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งที่สวมอยู่ถึงแม้จะดูเหมือนชุดนอนทั่วไป แต่สภาพเส้นผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยกับร่องรอยความยับยู่ยี่บนเนื้อผ้าก็เพียงพอที่จะจินตนาการไปไกลถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้ไม่ยาก
มินตราที่เดินตามเข้ามาถึงกับหน้าถอดสี ดวงตาคู่คมจ้องมองรินทร์ด้วยความริษยาและตกใจระคนกัน
"แก... เป็นใคร?" คุณหญิงรัชนีเค้นเสียงถามด้วยความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด
รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตั้งใจจะเปิดฉากสวนกลับตามสัญชาตญาณดิบของคนปากจัด แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากจะได้ขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกไป...
หมับ!
ฝ่ามือหนาของพยัคฆ์ก็คว้าหมับเข้าที่เอวบางของรินทร์อย่างรวดเร็ว แรงดึงกระชากทำให้ร่างโปร่งเซเข้าไปปะทะแผงอกแกร่งของชายหนุ่มโดยอัตโนมัติ ก่อนที่พยัคฆ์จะก้มลงกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่รินทร์คาดไม่ถึง
"ถ้าไม่อยากโดนแม่ผมซักฟอกจนยาว... ก็ช่วยทำตัวเป็น 'เด็กดื้อ' ของผมให้สมบทบาทหน่อยนะครับ"
รินทร์เบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าพยัคฆ์ทันทีด้วยความตกใจระคนหมั่นไส้ แต่ก่อนที่เขาจะได้อ้าปากด่าคนเจ้าเล่ห์ พยัคฆ์กลับตวัดสายตาคมกริบมองมารดาและอดีคนคนรักเก่าด้วยแววตาเจ้าเข้าเจ้าของอย่างชัดเจน พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับอึ้งกิมกี้
"แม่ครับ... นี่รินทร์... 'ภรรยา' ในอนาคตที่ผมกำลังจะพาไปจดทะเบียนสมรสครับ"
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 4
ปากร้ายก็ต้องเจอคนปากจัด
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!