เสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับซอกคอขาวผ่อง ทำให้รินทร์ต้องรีบเบี่ยงหน้าหนีตามสัญชาตญาณ ทว่าแรงบิดที่ข้อแขนจากอุ้งมือหนาของพยัคฆ์กลับตรึงร่างระหงให้แนบชิดติดกับแผงอกกว้างยิ่งกว่าเดิม ในเสี้ยววินาทีที่บานประตูห้องชุดหรูหราถูกผลักเปิดผางเข้ามา เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนก็ดังแทรกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที
"พยัคฆ์คะ... ทำไมโทรหาแล้วไม่รับสาย..."
เสียงหวานหยดย้อยที่จงใจลากเสียงยาวเคลือบด้วยความออดอعนดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของมินตรา อดีตคนรักเก่าในชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเพลิง เธอชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อดวงตากลมโตคู่คมกวาดมาเห็นภาพบาดตาบาดใจ—ภาพที่ประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกำลังกึ่งโอบกอดรั้งร่างของหนุ่มหน้าหวานคนหนึ่งไว้แนบกายอย่างสนิทสนม
รินทร์ลอบถอนหายใจยาวในใจ ดวงตาเรียวรีฉายแววเย้ยหยันขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนต่อหน้าผู้หญิงคนนั้น กลับเลือกที่จะยืนนิ่ง ปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในสถานะ 'ผู้บุกรุกพื้นที่ส่วนตัว' ตามที่อีกฝ่ายเคยประกาศกร้าวไว้ เพื่อรอดูว่านักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลอย่างพยัคฆ์จะแก้สถานการณ์นี้อย่างไร
พยัคฆ์ขมวดมولเข้าหากันจนเป็นปมแน่น ความหงุดหงิดฉายชัดผ่านสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่น เขาไม่ได้คลายวงแขนที่โอบรอบเอวบางออกทันที กลับยิ่งกระชับมันให้แน่นขึ้นไปอีกราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของต่อหน้าผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ
"คุณเข้ามาได้ยังไง มินตรา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบสนิท แต่น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบจนกดดันให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันตาเห็น
"ก็... มินตราเป็นห่วงคุณนี่คะ เห็นช่วงนี้งานยุ่ง แล้วนี่..." มินตราก้าวเข้ามาใกล้ ปรายตามองรินทร์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตารังเกียจที่ปิดไม่มิด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงตัดพ้อ "พาใครมาที่ห้องด้วยเหรอคะ หน้าตาดูคุ้นๆ นะ... เหมือนเด็กฝึกงานที่คุณเพิ่งเซ็นอนุมัติรับเข้าแผนกโปรเจกต์พิเศษเมื่อสัปดาห์ก่อนไม่ใช่เหรอคะ?"
รินทร์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหลุดพ้นจากการเกาะกุม แต่พยัคฆ์กลับกดน้ำหนักมือลงที่สะโพกเขาเบาๆ เป็นเชิงปรามไม่ให้ขยับ
"ถ้าสายตาคุณยังปกติพอจะแยกแยะออก ก็น่าจะเห็นนะครับว่าผมกำลังทำอะไรอยู่" รินทร์เอ่ยสวนขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน ปรายตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว "ส่วนเรื่องงาน... ผมคิดว่ามันจบลงตั้งแต่หมดเวลาทำการแล้วนะครับคุณมินตรา หรือคุณมีความจำเป็นอะไรเป็นพิเศษ ถึงต้องตามติดชีวิตส่วนตัวของเจ้านายเก่าขนาดนี้?"
"นี่คุณ!" มินตราหน้าเสีย สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนย้อนเกล็ดต่อหน้าผู้ชายที่เธอกำลังพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์ "พยัคฆ์ค่ะ ดูเด็กนี่สิคะ ปากคอเราะร้าย ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย คุณพาคนแบบนี้เข้ามาในห้องส่วนตัวได้ยังไงคะ"
พยัคฆ์ปรายตามองหญิงสาวนิ่งนาน แววตาคมกริบไร้ซึ่งความรู้สึกอาลัยอาวรณ์เหมือนในอดีต เขาก้าวขาบังร่างของรินทร์ให้พ้นจากรัศมีการคุกคามของมินตราอย่างเป็นธรรมชาติ แม้การกระทำนั้นจะไม่ได้นุ่มนวลนัก แต่มันก็ชัดเจนพอที่จะทำให้อดีตคนรักหน้าชา
"ห้องนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของผม ผมจะพาใครเข้ามาก็ได้ และคนที่ไม่มีมารยาทที่ควรเคารพความเป็นส่วนตัวของคนอื่น... น่าจะเป็นคุณมากกว่านะมินตรา" พยัคฆ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ไร้เยื่อใย "ถ้าไม่มีเรื่องงานสำคัญ กรุณากลับไปก่อนครับ ผมไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายเวลาส่วนตัว"
มินตราเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ดวงตาสั่นระริกด้วยความแค้นเคือง เธอมองหน้าพยัคฆ์สลับกับรินทร์ที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ด้านหลัง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีด้วยความอับอายแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้อง พร้อมกับเสียงปิดประตูดังปั้งสะท้อนก้องไปทั่วห้องชุดหรู
บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบงัดอีกครั้ง รินทร์รีบศอกกลับเบาๆ ที่ชายโครงของคนตัวโตกว่าทันทีที่ประตูห้องปิดสนิท พยัคฆ์ยอมปล่อยมือออกอย่างไม่เต็มใจนัก ชายหนุ่มลูบสีข้างตัวเองเบาๆ แต่ริมฝีปากหยักกลับกระตุกยิ้มมุมปาก
"มือหนักเป็นบ้า... นี่คือกตัญญูที่ผมช่วยคุณไล่แขกไม่ได้รับเชิญออกไปว่างั้น?" พยัคฆ์เลิกคิ้วถาม น้ำเสียงเจือความระอาแกมเอ็นดูกลั้วความหงุดหงิด
"ใครขอให้คุณช่วยกันล่ะครับ?" รินทร์ก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างทันที ดวงตากลมโตตวัดมองไปรอบห้องชุดขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มหรูหราสไตล์โมเดิร์น "ปล่อยให้เธอยืนโวยวายจนน้ำลายแตกฝอยตรงนั้นก็สนุกดีออก... อ้อ ยินดีต้อนรับสู่กรงทองของคุณสินะครับ ดูท่าทางแล้ว... น่าอึดอัดกว่าที่คิดแฮะ"
พยัคฆ์หรี่ตามองร่างบางที่เดินสำรวจห้องนั่งเล่นอย่างถือวิสาสะ รินทร์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือเกรงกลัวต่อความหรูหราตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย กลับมีท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังเดินเลือกซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต
"ถ้าคิดว่านี่คือกรงทอง คุณก็คงเป็นนกปากดีที่พร้อมจะบินหนีตลอดเวลาสินะ" พยัคฆ์สาวเท้าเข้ามาประชิดตัวรินทร์อย่างรวดเร็ว จนคนตัวบางต้องถอยหลังไปชนกับกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนจากมุมสูง
รินทร์เชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ที่โน้มตัวลงมาใกล้ "นกเขาไม่เคยอยากอยู่ในกรงหรอกครับ... โดยเฉพาะกรงที่มีเจ้าของนิสัยเผด็จการ ปากร้าย และชอบบังคับคนอื่นแบบคุณ"
"ปากดีแบบนี้... ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะรินทร์" พยัคฆ์โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนรินทร์เผลอขนลุกซู่ "สัญญาดีลของเราเริ่มต้นขึ้นแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์หนีไปไหนทั้งนั้นจนกว่าผมจะเบื่อ"
รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะสัมผัสใกล้ชิดที่อันตรายเกินไปต่างหาก เขารวบรวมสทั้งหมดแล้วดันแผงอกอีกฝ่ายออกเต็มแรง "ถอยไปห่างๆ เลยครับ ผมเหนื่อยและอยากพักผ่อน ห้องนอนผมอยู่ไหน?"
พยัคฆ์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจกับท่าทางพยศเหมือนแมวขู่ฟ่อ เขายอมถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวแต่โดยดี ก่อนจะผายมือไปยังประตูห้องนอนฝั่งซ้าย "เชิญครับ... ห้องนอนใหญ่ของคุณ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่มีนโยบายแยกห้องนอนกับ 'คู่สัญญา' หรอกนะ"
รินทร์ชะงักกึก หันขวับกลับมามองหน้าอีกฝ่ายทันทีด้วยความตกใจ "ว่ายังไงนะ? แยกห้องนอนอะไรกัน คุณไม่ได้บอกผมเรื่องนี้!"
"ผมเพิ่งบอกเมื่อกี้นี้ไงครับ" พยัคฆ์ยิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตาส่อแววเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด "หรือคุณคิดว่าผมจะยอมให้คุณนอนสบายใจเฉิบคนเดียว ส่วนผมต้องนอนทรมานใจข้างนอก? ฝันไปเถอะรินทร์... เราต้องทำความคุ้นเคยกันอีกเยอะ"
รินทร์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนอยากจะกระโดดกัดคอคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอด แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้อ้าปากด่าทอด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ เสียงกริ่งหน้าประตูก็แผดเสียงดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
พยัคฆ์ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เขากวาดสายตามองหน้าจออินเตอร์คอมข้างผนังเพื่อดูว่าใครคือผู้มาเยือนยามวิกาล ทว่าเมื่อภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงใบหน้าของแขกคนใหม่ชัดเจน ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนสงสัย
รินทร์สังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของพยัคฆ์ เขาจึงก้าวเข้าไปชะโงกหน้ามองจออินเตอร์คอมด้วยความอยากรู้อยากเห็น และภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอนั้นเอง... ก็ทำให้ลมหายใจของเขากระตุกวูบไปทันที
ร่างของหญิงสูงวัยในชุดหรูหราท่าทางทรงอำนาจ กำลังยืนกดกริ่งหน้าห้องซ้ำๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเย็นชา... และเธอก็คือมารดาบังเกิดเกล้าของพยัคฆ์ ผู้หญิงที่ไม่ควรจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในเวลานี้เด็ดขาด!
"แม่...?" พยัคฆ์พึมพำออกมาเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความระแวง ขณะที่ประตูห้องด้านนอกถูกเคาะซ้ำอย่างแรง พร้อมกับเสียงหวานทรงอำนาจที่ดังทะลุผ่านลำโพงอินเตอร์คอมเข้ามาว่า
"พยัคฆ์! เปิดประตูให้แม่เดี๋ยวนี้! แม่รู้ว่าลูกซ่อนใครไว้ข้างใน!"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เมทริกซ์ซีโร่" เสมอมานะครับ
ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 3
ยินดีต้อนรับสู่กรงทอง
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!