เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นพร้อมกับจังหวะก้าวเท้าที่เร่งรีบจนแทบจะกลายเป็นวิ่ง สติของรินทร์ที่หลุดลอยไปชั่วขณะดึงกลับมาสู่ความเป็นจริงในเสี้ยววินาที
“คุณพยัคฆ์คะ! แย่แล้วค่ะ... คุณมินตรากำลังจะขึ้นมาบนห้องนี้แล้วค่ะ!”
เสียงของเลขาหน้าห้องที่ดังลอดเข้ามาผ่านบานประตูไม้เนื้อดีหนาหนัก ไม่ได้ทำให้เจ้าของห้องขยับเขยื้อนเคลื่อนกายแม้แต่น้อย พยัคฆ์ยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม สายตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ซุ่มล่าเหยื่อทอดมองร่างโปร่งของคนที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ชายหนุ่มไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ราวกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้เป็นเพียงเรื่องสนุกที่เขากำลังนั่งชมละครฉากหนึ่ง
ในขณะที่รินทร์หน้าซีดเผือด หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครง หากมินตรา อดีตคู่หมั้นสาวไฮโซผู้เย่อหยิ่งและจอมบงการคนนั้นก้าวเข้ามาเห็นเขายืนอยู่ในห้องส่วนตัวของพยัคฆ์ในยามวิกาลแบบนี้ ข่าวลือเสียๆ หายๆ คงแพร่สะพัดไปทั่วตระกูลใหญ่และหน้าสังคมไฮโซภายในเวลาไม่ถึงสاعات และนั่นคือสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด—การตกเป็นเบี้ยล่างและถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี
รินทร์หันขวับกลับมามองหน้าคนตัวโตที่ยังนั่งเอกเขนกอย่างสบายอารมณ์ ดวงตากลมโตฉายแววโกรธขึงจนแทบจะมีเปลวไฟพ่นออกมา
“คุณนี่มัน... เย็นชาเป็นบ้าเลยนะ!” รินทร์กัดฟันกรอด เสียงกระซิบลอดไรฟันเต็มไปด้วยความเดือดดาล “แฟนเก่าคุณกำลังจะมาถึงหน้าห้องอยู่แล้ว แทนที่จะลุกไปจัดการให้เรียบร้อย มานั่งทำหน้าเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ได้!”
“ทำไมผมต้องร้อนรน ในเมื่อคนที่ยืนอยู่ผิดที่ผิดทางมันไม่ใช่ผม” พยัคฆ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย แววตาสีเข้มไหววูบด้วยประกายเจ้าเล่ห์ชวนหมั่นไส้ “อีกอย่าง... คุณต่างหากล่ะรินทร์ ที่ควรจะคิดว่าจะหาทางออกไปจากสถานการณ์นี้ยังไง ไม่ให้ผู้หญิงคนนั้นเข้าใจผิดคิดว่าคุณแอบย่องเบาขึ้นมาขโมยหัวใจผม”
“หลงตัวเองเป็นบ้า!” รินทร์สวนกลับทันควันแทบจะไม่ต้องคิด ใบหน้าหวานเห่อร้อนด้วยความโมโหปนความอับอาย “ใครจะไปอยากได้หัวใจคนใจร้ายอย่างคุณ เก็บไว้ให้ตัวเองเถอะครับ! เปิดประตูให้ผมออกไปทางหนีไฟเดี๋ยวนี้เลยนะ”
พยัคฆ์ไม่ขยับ เขายกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองประตูห้องที่เสียงฝีเท้าข้างนอกเริ่มใกล้เข้ามาทุกที เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *คลิก... คลิก... คลิก...* ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง
“ทางหนีไฟล็อกตายตั้งแต่ห้ามนายเข้าตึกแล้วครับ” พยัคฆ์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้มิดชิด “ทางเดียวที่คุณจะรอดจากการโดนคุณมินตราอาละวาด... คือต้องทำตามข้อเสนอของผม”
รินทร์ชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกレイ “ข้อเสนออะไรของคุณอีก!”
“เป็นของผม”
คำพูดสั้นๆ ห้วนๆ แต่ทรงพลังทำเอาห้องทั้งห้องเงียบกริบลงทันตาเห็น พยัคฆ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมส่วนก้าวเข้ามาประชิดตัวรินทร์อย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนรินทร์ต้องผถอยหลังไปจนติดพนักโซฟา
“คุณ... คุณพูดบ้าอะไรออกมานะ!” รินทร์เสียงสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความประหลาดใจและแรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ที่โน้มตัวลงมาครอบ
“ผมไม่ได้พูดเล่น” พยัคฆ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาสีเข้มคมกริบคู่นั้นจริงจังและดุดันจนรินทร์ไม่กล้าสบตาตรงๆ “พี่ชายคุณเอาเงินบริษัทไปล้างผลาญจนหมดตัว ยักยอกเงินกองทุนไปแปดหลัก ถ้าพรุ่งนี้เช้าไม่มีเงินก้อนนี้มาคืน บัญชีทุกเล่มจะถูกอายัด และพี่คุณจะต้องไปนอนในคุก... คิดว่าครอบครัวคุณจะเหลือหน้าตาอยู่ในสังคมไหมล่ะ”
หัวใจของรินทร์กระตุกวูบ ข้อมูลเรื่องหนี้สินก้อนโตของพี่ชายเป็นความลับที่เขาพยายามปกปิดมาตลอด แต่พยัคฆ์กลับสืบทรู้ทุกอย่างอย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
“คุณมัน... คนฉวยโอกาส” รินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตคลอเร่อด้วยความอัดอั้นตันใจ มือเรียวำกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ “เอาเรื่องนี้มาขู่ผม เพื่อแลกกับการเอาตัวผมมาบำเรอกามเนี่ยนะ คุณคิดว่าผมเป็นคนยังไง!”
“ผมไม่ได้บังคับให้คุณเลือก” พยัคฆ์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธอย่างพินิจพิจารณา “คุณจะปล่อยให้พี่ชายติดคุก ครอบครัวล้มละลาย แล้วแบกหน้าอับอายไปตลอดชีวิต... หรือจะยอมเซ็นสัญญาเป็นคู่นอนของผมแค่หกเดือน เพื่อล้างหนี้ทั้งหมดให้เกลี้ยง... เลือกเอาสิครับรินทร์”
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงหวานแหลมที่ตะโกนเรียกชื่อเจ้าของห้องเข้ามาจากด้านนอก
“คุณพยัคฆ์คะ! เปิดประตูให้มินตราหน่อยค่ะ มินร่ารู้ว่าคุณอยู่ในนั้น ทำไมไม่ยอมเปิดประตูคะ!”
เสียงนั้นทำให้รินทร์สะดุ้งสุดตัว เวลาหมดลงแล้ว ไม่มีทางเลือกอื่นให้เดินอีกต่อไปแล้ว ระหว่างศักดิ์ศรีที่ไร้ค่าในวันที่ครอบครัวล่มจม กับการก้มหัวให้ปีศาจตรงหน้า
พยัคฆ์จ้องมองปฏิกิริยาของคนตรงหน้า รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เขารู้ดีว่าเด็กดื้อคนนี้ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยอมจำนนต่ออำนาจของเขา
“เวลาหมดแล้วครับคนสวย... จะเลือกทางไหนดีล่ะ”
รินทร์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกสะกดกลั้นความหยิ่งทะนงทั้งหมดที่มีในชีวิต ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าคนเผด็จการด้วยความแค้นเคืองปนร้าวราน ก่อนจะริมฝีปากอิบจะขยับเอ่ยคำพูดที่เปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
“ก็ได้... ผมตกลง”
พยัคฆ์แย้มยิ้มพอใจในทันที ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยอะไรต่อ มือเรียวของรินทร์ก็เอื้อมไปผลักอกแกร่งให้ออกห่างอย่างแรง พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากของชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงเยועยวนและดุดันไม่แพ้กัน
“แต่จำไว้เลยนะพยัคฆ์... ต่อให้ผมต้องมาเป็นคู่นอนขัดดอกให้คุณ แต่ผมไม่มีวันเอาใจลงมาเล่นกับคนสารเลวอย่างคุณแน่!”
พูดจบ รินทร์ก็ไม่รอให้พยัคฆ์ได้ตอบโต้ ชายหนุ่มหมุนตัวเตรียมจะเดินเลี่ยงไปทางประตูอีกด้านเพื่อหลบเลี่ยง แต่ทว่า...
*แกร็ก!*
เสียงบิดลูกบิดประตูด้านนอกดังขึ้นพร้อมกับกลอนประตูที่กำลังถูกไขออกด้วยกุญแจสำรอง!
พยัคฆ์เบิกตาขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจที่คาดไม่ถึง เขากระชากแขนเรียวของรินทร์กลับเข้ามาอย่างแรงในจังหวะเดียวกับที่บานประตูหน้าห้องกำลังถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ
ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 2
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!