กลิ่นหอมเจือจางของกาแฟคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของผู้ชาย เป็นสิ่งแรกที่ปลุกสติสัมปชัญญะของรินทร์ให้กลับคืนมาทีละน้อย
ดวงตากลมโตที่มักจะฉายแวววาวด้วยความเจ้าเล่ห์และทันคน ค่อยๆ ปรือเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่เพดานห้องนอนสีครีมคุ้นตาของตัวเอง แต่มันคือโคมระย้าคריสตัลดีไซน์โมเดิร์นที่สะท้อนแสงไฟสีสวลีอ่อนๆ จากภายนอก
ความปวดหนึบที่แล่นแปลบขึ้นมาบริเวณท้ายทอยและกล้ามเนื้อช่วงไหล่ ทำให้รินทร์ต้องนิหน้าด้วยความขัดแย้งใน0อารมณ์ เขากวาดสายตามองไปรอบห้องที่กว้างขวางราวกับห้องชุดในโรงแรมระดับหกดาว โทนสีห้องเป็นสีเทาเข้มและดำสนิท สะท้อนรสนิยมดิบกระด้างแต่ทรงอำนาจ
และก่อนที่สมองอันปราดเปรื่องจะทันได้ประมวลผลว่าเขามานอนอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์นี่ได้อย่างไร น้ำหนักยวบยาบที่ยุบลงบริเวณปลายเตียง พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคน ก็ทำให้รินทร์ต้องดีดตัวลุกขึ้นนั่งโดยอัตโนมัติ
ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เมื่อพบว่าตัวเองสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่กระดุมหลุดลุ่ยจนเผยให้เห็นไหปลาร้าและผิวเนียนละเอียด
"ตื่นแล้วเหรอครับ... นึกว่าจะต้องใช้วิธีสาดน้ำปลุกเสียอีก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และติดจะเยียบเย็นเสียดแทงดังขึ้นจากมุมห้อง ร่างสูงของ 'พยัคฆ์' ก้าวออกมาจากความสลัวของแสงไฟยามเช้าตรู่ ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสากลที่ไร้รอยยับ แม้เนคไทจะถูกปลดออกไปแล้ว แต่มันกลับยิ่งขับเน้นความอันตรายและทรงเสน่ห์แบบดิบเถื่อนออกมาอย่างเต็มเปี่ยม ในมือหนากำแก้วกาแฟสีดำสนิทเอาไว้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตานิ่งสนิทคาดเดาไม่ได้
รินทร์รู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นเพราะความโกรธเกรี้ยวและสัญชาตญาณการป้องกันตัวที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด
"คุณ..." รินทร์กัดฟันกรอด ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจจะเต้นรัวระรัวเหมือนกลองเพล "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่... แล้วเสื้อผ้าของผมไปไหน"
พยัคฆ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างเย้ยหยัน ชายหนุ่มยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ราวกับเรื่องตรงหน้าเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่เขาไม่ได้ใส่ใจนัก
"จำไม่ได้เหรอครับ... หรือว่าเมื่อคืนคุณเมาจนสมองกลับไปแล้ว? ก็น่าแปลกนะ คนที่ประกาศกร้าวในงานเลี้ยงฉลองความร่วมมือว่าจะล้มบริษัทผมให้ได้ ทำไมถึงได้หมดสภาพเร็วจนน่าขัน... มานอนซมร้องไห้งอแงอยู่บนเตียงของศัตรูซะได้"
"หุบปากนะ!" รินทร์สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล "ผมไม่ได้เมาขนาดนั้น และผมไม่มีทางร้องไห้ให้คนอย่างคุณเห็นแน่! เลิกพูดจาถางถางแล้วบอกมาสิว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา... อย่าบอกนะว่า..."
คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อพยัคฆ์วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างแรง เสียงกระทบดัง *กริ๊ก* สะท้อนก้องความเงียบในห้อง ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดเตียงด้วยความเร็วที่รินทร์ไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งยันลงกับฟูกที่นอน กักขังร่างของรินทร์ให้อยู่ในอาณัติทันที
ระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปทำให้รินทร์ได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ มันเป็นกลิ่นที่ทรงพลังและชวนให้หายใจติดขัด รินทร์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมของพยัคฆ์อยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่คืบ มองสำรวจใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธอย่างพินิจพิเคราะห์
"กลัวเหรอครับ?" พยัคฆ์กระซิบถาม เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าอยู่ใกล้ใบหู "ทีเมื่อคืนตอนดึงเสื้อผมไว้ไม่ยอมปล่อย... ทำเป็นเก่งนักไม่ใช่เหรอ คุณรินทร์"
"ผมเนี่ยนะดึงเสื้อคุณ!" รินทร์เถียงเสียงแข็ง พยายามผลักอกแกร่งออกห่างแต่failsไม่เป็นท่า เพราะอีกฝ่ายมั่นคงราวกับกำแพงหิน "คุณอย่ามาใส่ร้ายผมนะ! คนอย่างผมต่อให้ตายก็ไม่มีทางแตะต้องตัวคนปากเสียอย่างคุณหรอก!"
"ปากดีจังนะครับ..." พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธของคนตัวเล็ก "แต่เสียดายที่หลักฐานมันคาตา... เมื่อคืนคุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าเกลียดผมนัก... แต่ทำไมตอนอยู่บนเตียงถึงได้ครางเรียกชื่อผมล่ะครับ?"
"ไอ้...!" รินทร์หน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู ความอับอายและโมโหตีรวนกันจนพูดไม่ออก มือเรียวเงื้อขึ้นหมายจะตบสั่งสอนสักฉาด แต่กลับถูกมือหนาคว้าข้อมือเอาไว้ได้อย่างรวดเร็วกว่า พยัคฆ์รวบข้อมือทั้งสองข้างของรินทร์ตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวได้อย่างง่ายดาย
แรงกดดันจากร่างกายที่ทาบทับลงมาทำให้รินทร์รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เคมีที่ปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างความเย็นชาของพยัคฆ์และความพยศของรินทร์แผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ
"ปล่อยผมนะไอ้คนฉวยโอกาส! ถ้าพี่ชายผมรู้เรื่องนี้ เขาเอาคุณตายแน่!" รินทร์ขู่เสียงกร้าว แม้ลึกๆ จะเริ่มตระหนักแล้วว่าสถานการณ์ตอนนี้มันแย่แค่ไหน
พยัคฆ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาคมกริบฉายประกายความหึงหวงลึกซึ้งที่ซ่อนภายใต้หน้ากากความเยเย็นชา
"พี่ชายคุณเหรอ? คิดว่าเขาจะช่วยอะไรคุณได้... ในเมื่อตอนนี้ คนที่กุมความลับทั้งหมดและถือไพ่เหนือกว่า... คือผม"
รินทร์จ้องมองนัยน์ตาคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัดจากความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป "คุณต้องการอะไรกันแน่ พยัคฆ์? เงิน? หุ้นบริษัท? หรือว่าศักดิ์ศรีที่คุณอยากเหยียบย่ำผมให้จมดิน?"
พยัคฆ์ไม่ตอบทันที ชายหนุ่มไล่สายตามองสำรวจริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ปลายนิ้วกร้านลูบไล้ข้อมือบางที่อยู่ในอุ้งมือเบาๆ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับแววตาดุดันนั้นทำให้รินทร์ชะงักไปชั่วขณะ
ก่อนที่พยัคฆ์จะทันได้เอ่ยปากตอบคำถาม เสียงเคาะประตูดัง *ก๊อกๆๆ* รัวเร็วก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
ตามมาด้วยเสียงตะโกนร้อนรนจากด้านนอกที่ทำให้เลือดในกายของรินทร์เย็นเฉียบลงในพริบตา
"คุณพยัคฆ์คะ! แย่แล้วค่ะ... คุณมินตรากำลังจะขึ้นมาบนห้องนี้แล้วค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความแซ่บและปมเดือดในตอนแรกนี้นะครับ
ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 1
ความผิดพลาดในคืนเดียว
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!