ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 17

ปากเสียทำให้เสียเรื่อง

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"คิดจะหนีไปไหน... คุณรินทร์?" เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างใบหูเมื่อครู่ ยังคงทิ้งร่องรอยความสั่นไหวไว้บนผิวเนื้อราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูง รินทร์ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องทำงานเย็นเฉียบ ดวงตากลมโตตวัดมองผู้ชายตรงหน้าด้วยความขุ่นเคือง พยัคฆ์ยังคงยืนค้ำฟ้าด้วยท่าทีนิ่งขรึม ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้ม แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายความอิ่มเอมที่ต้อนให้คนปากเก่งจนมุมได้สำเร็จ "ปล่อยผมนะ... คุณพยัคฆ์ เล่นบ้าอะไรเนี่ย!" รินทร์สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมทันทีที่อีกฝ่ายยอมคลายแรง ปากบางขยับบ่นอุบอิบพร้อมกับจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ "คนฉวยโอกาส" "ผมยังไม่ได้ทำอะไรคุณสักหน่อย แค่ทักทายตามประสา... คู่ค้า" พยัคฆ์ลากเสียงยาวตรงคำว่าคู่ค้า พร้อมกับยักคิ้วกวนๆ ใส่ ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งจากนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ มีเพียงรินทร์คนเดียวเท่านั้นแหละที่ดึงด้านกวนประสาทนี้ออกมาจากตัวเขาได้ บรรยากาศตึงเครียดที่ค้างคามาจากค่ำคืนก่อนกำลังจะคลี่คลายลงในทิศทางที่ดี ทว่า... ประตูห้องทำงานกระจกฝ้ากลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต "พยัคฆ์คะ... รอนานไหมเอ่ย พอดีมินตราแวะไปซื้อกาแฟโปรดของคุณมาให้..." เสียงหวานหยดย้อยที่จงใจลากเสียงให้ดูสนิทสนมดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับการปรากฏตัวของมินตราในชุดเดรสเข้ารูปดูแพง อดีตคนรักเก่าก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีราวกับเป็นเจ้าของพื้นที่ ก่อนที่ดวงตาสีเข้มจะชะงักกึกเมื่อเห็นว่าในห้องไม่ได้มีแค่พยัคฆ์ตามลำพัง รินทร์หันไปมองผู้มาใหม่ ใบหน้าหวานฉายแววเรียบเฉยทันที ความรู้สึกอึดอัดพุ่งเข้ามาแทนที่บรรยากาศผ่อนคลายเมื่อครู่ รินทร์ไม่อยากเอาตัวเข้าไปพัวพันกับละครฉากเก่าของคนทั้งคู่ จึงขยับตัวเตรียมจะเดินเลี่ยงออกไปจากห้อง "จะรีบไปไหนล่ะครับ คุณรินทร์" พยัคฆ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทแต่กลับแฝงไปด้วยความตั้งใจบางอย่างที่ทำให้รินทร์ต้องหยุดชะงักเท้า "อยู่ฟังเรื่องของเราก่อนสิครับ เผื่อคุณจะได้รู้ว่า... คนบางคน ต่อให้พยายามวิ่งเข้ามาแทรกกลางแค่ไหน ก็เป็นได้แค่ส่วนเกิน" ประโยคพูดจาเชือดเฉือนและประชดประชันนั้นไม่ได้พุ่งเป้าไปที่มินตราเพียงคนเดียว แต่สายตาคมกริบของพยัคฆ์กลับมองตรงมาที่รินทร์ด้วยความหมายที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา มินตราหน้าเสียไปเล็กน้อย รอยยิ้มพยายามปั้นแต่งบนใบหน้าเริ่มสั่นระริก เธอหันมามองรินทร์ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ก่อนจะหันไปออดอ้อนพยัคฆ์ "พยัคฆ์พูดอะไรแบบนั้นล่ะคะ มินตราก็แค่อยากแวะมาหา... หรือว่าเพราะมี 'เด็กฝึกงาน' คนนี้คอยตามติด คุณเลยเปลี่ยนไป" "อย่าใช้คำว่าตามติดเลยครับคุณมินตรา" รินทร์หันกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างนิ่มนวลแต่เจ็บแสบ "เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงนี้... มีสถานะทางธุรกิจที่ชัดเจนกว่าใครบางคน ที่ชอบเดินกลับเข้ามาในที่ที่เขาไม่ต้อนรับเสียอีก" พยัคฆ์หรี่ตามองรินทร์ที่กล้าต่อปากต่อคำอย่างไม่เกรงกลัว มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ในความพยศและนึกสนุกที่ได้เห็นคนปากเก่งสู้คน แต่กระนั้น ความหึงหวงที่ถูกกระตุ้นจากสถานการณ์รอบตัวก็ทำให้เขาเลือกใช้คำพูดที่คมกริบยิ่งกว่าเดิมเพื่อตัดปัญหา "พอได้แล้วครับทั้งสองคน" พยัคฆ์ตัดบทด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น สายตาคมกวาดมองรินทร์นิ่งนานราวกับจะสื่อสารบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูดใจร้าย "คุณรินทร์ก็เหมือนกัน... ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญเกี่ยวกับดีลนี้แล้ว ก็เชิญกลับออกไปทำงานของคุณเถอะครับ อย่ามาทำตัวเป็นภาระเกะกะสายตาผมเลย" คำว่า 'ภาระเกะกะสายตา' หลุดออกมาจากปากของคนที่เพิ่งจะกระซิบคำหวานใส่เขาเมื่อไม่กี่นาทีមុន รินทร์ชะงักไป หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกจุกหน่วงที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก ความโกรธผสมปนเปกับความน้อยใจตีรวนจนพูดไม่ออก ดวงตากลมโตจ้องมองพยัคฆ์เขม็งเพื่อค้นหาความจริงใจในแววตานั้น แต่สิ่งที่เห็นกลับมีเพียงความว่างเปล่าที่ถูกสร้างขึ้นมากลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่าง รินทร์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาไหววับ "อ๋อ ครับ... งั้นผมคงต้องขอตัวไปทำหน้าที่ 'ภาระ' ของผมต่อข้างนอกสินะครับ เชิญพวกคุณตามสบายเลยครับ" ร่างบางหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องทำงานไปทันทีด้วยความเร็ว โดยไม่ยอมเหลียวหลังกลับมามองอีกเลย แรงกระแทกของประตูกระจกที่ปิดลงเบาๆ สะท้อนความหงุดหงิดในใจของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี ภายในห้องเหลือเพียงความเงียบงัน มินตราลอบยิ้มด้วยความได้ใจ ขยับเข้าไปใกล้พยัคฆ์แล้วเอื้อมมือจะแตะแขนเขา "พยัคฆ์คะ มินตราว่าเด็กนั่นดูปีนเกลียวคุณเกินไปแล้วนะ..." "ถอยไปครับ มินตรา" พยัคฆ์ปัดมือเธออกทันที น้ำเสียงเย็นเยียบไร้เยื่อใยจนผู้หญิงสาวหน้าเสีย "ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าล้ำเส้น... และที่สำคัญ คุณไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์คนของผม" พูดจบ พยัคฆ์ก็ไม่รอให้มินตราได้เอ่ยอะไรต่อ ขายาวก้าวพรวดพราดตามรินทร์ออกไปทันทีด้วยความร้อนรนในใจ ทิ้งให้อดีตคนรักยืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องเพียงลำพัง พยัคฆ์เปิดประตูกระจกห้องทำงานผลักออกสู่โซนด้านนอก กวาดสายตามองหาเป้าหมายที่เพิ่งเดินหนีมา แต่ทว่า... โต๊ะทำงานของรินทร์กลับว่างเปล่า ไร้เงาร่างบางที่ควรจะนั่งสะสางเอกสารอยู่ตรงนั้น มีเพียงกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่แปะไว้หน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมลายมือหวัดๆ ว่า 'เชิญทำงานตามสบายครับคุณชาย' เมื่อก้าวเดินไปสำรวจที่ระเบียงทางเดินยาวเชื่อมต่อกับลิฟต์ พยัคฆ์ก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นไฟแสดงสถานะของลิฟต์กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่างสุด และที่แย่ไปกว่านั้น... หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเขาส่งเสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่ขึ้นมาพอดี *ข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย ปรากฏภาพถ่ายของรินทร์กำลังก้าวขึ้นรถยนต์สีดำคันหนึ่งของชายหนุ่มแปลกหน้าหน้าตาสะออดสะอ้านที่จอดรออยู่ริมถนนใหญ่ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่อ่านแล้วทำให้เลือดในกายของพยัคฆ์เดือดพล่านขึ้นมาทันที— "เด็กของคุณ... ท่าทางจะมีคนอื่นจองคิวต่อคิวยาวเหยียดนะครับคุณพยัคฆ์"* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%