กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มในแก้วเซรามิกราคาแพงไม่ได้ช่วยลดทอนอุณหภูมิความคุุกรุ่นที่กำลังแผ่ซ่านอยู่กลางห้องทำงานส่วนตัวแม้แต่น้อย รินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชา ทอดสายตาออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ราวกับว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่เบื้องนอก—มินตรา—เป็นเพียงฝุ่นละอองไร้ค่าชิ้นหนึ่งบนโลกใบนี้
ทั้งที่เมื่อครู่... พยัคฆ์เพิ่งจะขบกรามแน่นจนสันนูน ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นคมปลาทูจ้องมองคนนอกคนนั้นด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล แต่ในวินาทีต่อมา รินทร์กลับเลือกใช้ "ความเงียบ" เป็นอาวุธที่เชือดเฉือนยิ่งกว่ามีดโกนอาบน้ำผึ้ง
การเมินเฉยไม่ใช่ความอ่อนแอ... แต่มันคือการประกาศสงครามที่เหนือชั้นกว่าการกรีดร้องโวยวายหลายเท่าตัว
"รินทร์"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของคนตัวโตกว่าดังขึ้น ทว่าไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ จากร่างบางที่ยังคงนั่งนิ่งสนิท ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองข้อความในแท็บเล็ตในมืออย่างตั้งอกตั้งใจ ราวกับว่าตัวตนของพยัคฆ์และผู้หญิงที่กำลังเคาะกระจกเรียกอยู่ด้านนอกเป็นเพียงธาตุอากาศที่มองไม่เห็น
พยัคฆ์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังตีรวนอยู่ในอก เขาเกลียดความรู้สึกไร้การควบคุมแบบนี้ที่สุด โดยเฉพาะเมื่อมันเกิดขึ้นต่อหน้าคนดื้อรั้นที่กำลังทำเป็นหูทวนลมอยู่ตรงหน้า
"ผมเรียกคุณไม่ได้ยินหรือไง" พยัคฆ์ก้าวเข้าไปประชิดโซฟา ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาด้วยแรงกดดันมหาศาล แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้รินทร์สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ร่างบางเพียงแค่เงยหน้าขึ้นช้าๆ ปรายตามองเจ้าพ่อวงการธุรกิจด้วยหางตา ก่อนจะระบายยิ้มเย็นชาที่มุมปาก
"อ้าว... คุณยังอยู่นี่อีกเหรอครับ นึกว่าเดินออกไปต้อนรับแขกคนสำคัญที่ยืนรออยู่หน้าห้องนานแล้วเสียอีก"
น้ำเสียงใสทว่าราบเรียบไร้ซึ่งความรู้สึกประชดประชัน แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง พยัคฆ์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน
"อย่ามาประชดน่ารินทร์ คุณก็รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ธุระอะไรของผม"
"อ๋อเหรอครับ?" รินทร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปิดหน้าจอแท็บเล็ตในมือด้วยเสียงที่ดังพอสมควรเพื่อแสดงความหงุดหงิดที่ถูกรบกวน "ถ้าไม่ใช่ธุระ แล้วทำไมคุณต้องทำหน้าเครียดเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบตอนที่เห็นเธอด้วยล่ะครับ หรือว่าถ่านไฟเก่ามันกำลังจะคุขึ้นมาอีกรอบ ถึงได้มายืนทำหน้ายักษ์ใส่ผมอยู่ตรงนี้"
"รินทร์!" พยัคฆ์ขึ้นเสียงอย่างเหลืออด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวไว้โดยสัญชาตญาณ แต่รินทร์กลับสะบัดออกอย่างไร้เยื่อใยราวกับโดนของร้อน
"อย่ามาแตะต้องตัวผม!" รินทร์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาวาวโรจน์จ้องมองกลับอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณมีเวลาว่างมานั่งเคลียร์ความสัมพันธ์รกรุงรังของตัวเองนัก ก็เชิญออกไปเคลียร์ข้างนอกโน่นครับ อย่ามาเสียเวลาอยู่กับคนไร้สาระแบบผมเลย เสียเวลาทำมาหากินเปล่าๆ"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ทว่าความตึงเครียดระหว่างคนทั้งคู่กลับพุ่งสูงจนแทบจะระเบิด พยัคฆ์ขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อกระตุก เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ เขาไม่เคยจนมุมกับใครหน้าไหน ไม่เคยต้องมานั่งอธิบายความบริสุทธิ์ใจให้ใครฟัง แต่กับรินทร์... คนปากร้ายที่ชอบทำตัวเป็นหนามยอกอกคนนี้ กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนคนโง่ที่พูดอะไรก็ผิดไปหมด
"คุณกำลังหึง" พยัคฆ์เค้นเสียงพูดออกมาทีละคำ ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังท่าทีเยชา
รินทร์ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่เป็นจังหวะ แต่ด้วยศักดิ์ศรีและความพายามที่จะไม่ยอมตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ รินทร์จึงรีบปั้นหน้าหยิ่งยโสใส่ทันที
"หึง? เหอะ! คุณเอาสมองส่วนไหนคิดครับเนี่ย ผมเนี่ยนะจะหึงคนอย่างคุณ ฝันไปเถอะครับพยัคฆ์ คนอย่างรินทร์ต่อให้บนโลกนี้เหลือผู้ชายคนเดียวคือคุณ ผมก็ยอมขึ้นคานทองดีกว่าจะเอาหัวใจมาแขวนไว้กับคนปากเสียอย่างคุณหรอก!"
คำพูดเชือดเฉือนพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากบางราวกับติดเครื่องยนต์ พยัคฆ์รู้สึกเหมือนโดนหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่จนจุกพูดไม่ออก ความหึงหวงที่เขามีต่อรินทร์มันพลุ่งพล่านจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่ทิฐิและฟอร์มที่ค้ำคอทำให้เขาเลือกที่จะตอบโต้ด้วยถ้อยคำเจ็บแสบกลับไปเช่นกัน
"ปากเก่งนักนะ... หวังว่าเวลาที่ผมเอาคืนคุณ จะยังปากดีได้แบบนี้ก็แล้วกัน"
"เชิญป่าวประกาศความกร่างของคุณไปตามสบายเถอะครับ เพราะต่อให้คุณจะเอาอะไรมาแลก ผมก็จะไม่สนใจคุณอีกแล้ว..." รินทร์เชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย ก่อนจะหันหลังเดินเลี่ยงไปยังประตูห้องทำงาน เพื่อจะออกไปให้พ้นจากบรรยากาศชวนอึดอัดนี้
แต่ทว่า... ในจังหวะที่มือเรียวกำลังจะเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูนั้นเอง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้มาเยือนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะกล้าอาจหาญก้าวเข้ามาในอาณาจักรส่วนตัวแห่งนี้
รินทร์ชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตู ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตู
มินตรา... ยืนส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินทร์เย็นเฉียบลงในพริบตา
"พยัคฆ์คะ... มินมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับ 'สัญญาฉบับนั้น' ที่คุณยังเคลียร์กับมินไม่จบ... อยากจะคุยให้มันรู้เรื่องกันไปเลยค่ะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 19
ความเงียบที่น่ากลัว
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!