เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่เป็นครั้งที่สี่ในรอบสิบนาที ดังสะท้อนก้องห้องทำงานกระจกใสบานกว้างที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนระยิบระยับ แต่ต่อให้ทัศนียภาพข้างนอกจะงดงามแค่ไหน มันก็ไม่อาจดึงดูดสายตาคมกริบของพยัคฆ์ให้ละออกจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือได้เลย
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบทเป็นรอบที่ร้อย มือหนาวางปากกาหมึกซึมราคาแพงลงบนโต๊ะทำงานไม้โอークเนื้อดีอย่างแรงจนเกิดเสียงทึบๆ
"น่าหงุดหงิดชะมัด"
พยัคฆ์สบพึมพำกับความว่างเปล่า สายตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองข้อความในแอปพลิเคชันแชทที่ค้างคาไว้ร่วมสามชั่วโมง รินทร์... คนที่ปกติไม่ว่าจะส่งข้อความอะไรไปจะต้องมีคำพูดจิกกัด ย้อนศร หรือส่งสติกเกอร์หน้ากวนประสาทกลับมาภายในสามวินาที แต่วันนี้... อีกฝ่ายอ่านแล้ว แต่ไม่ตอบ!
แถมประโยคทิ้งท้ายก่อนแยกกันเมื่อตอนบ่ายของมินตรา ที่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ยิ่งทำให้ไฟความหงุดหงิดในอกของชายหนุ่มลุกโชนขึ้นอย่างไร้สาเหตุ
*"มินมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับ 'สัญญาฉบับนั้น' ที่คุณยังเคลียร์กับมินไม่จบ..."*
สัญญาบ้าบออะไรนั่น เขาสะสางมันจบไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้ว มินตราต่างหากที่พยายามดึงดันจะรื้อฟื้นมันขึ้นมาใหม่เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างที่เขาขี้اضจะคาดเดา แต่สิ่งที่ทำให้พยัคฆ์กระวนกระวายใจยิ่งกว่าเรื่องงาน กลับไม่ใช่คำพูดน่ารำคาญของอดีตคนรักเก่า หากแต่เป็นภาพใบหน้าหวานของรินทร์ที่นิ่งเงียบ ผิดวิสัย จนน่ากลัวต่างหาก
รินทร์ในวันนี้... ไม่เหมือนรินทร์คนเดิม
ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววท้าทายหรือความดื้อรั้นที่เขาคุ้นชิน รอยยิ้มมุมปากที่เคยทำให้เขาคันมืออยากจะเข้าไปดึงแก้วันนี้หายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความว่างเปล่าและการสงบเสงี่ยมที่พยัคฆ์เกลียดเข้าไส้
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองครั้ง ก่อนที่ร่างโปร่งบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกจะก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ รินทร์เดินเข้ามาด้วยฝีเท้าสม่ำเสมอ สีหน้าเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก ผิดกับทุกทีที่จะต้องมีคำทักทายกวนๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อนั้นก่อนเสมอ
"เอกสารงบประมาณไตรมาสหน้า ผมตรวจทานให้เรียบร้อยแล้วครับท่านประธาน" รินทร์วางแฟ้มลงบนโต๊ะด้วยความนุ่มนวลเกินเหตุ น้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น
พยัคฆ์เงยหน้าขึ้นมอง ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย ประเมินท่าทีของคนตรงหน้า "นายเป็นอะไร"
รินทร์ชะงักมือที่กำลังจะดึงกลับ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจ แต่ก็ยังคงรักษารอยยิ้มจอมปลอมที่พยัคฆ์เห็นแล้วอยากจะคว้าตัวมาเขย่าแรงๆ ให้หายหมั่นไส้
"ผมไม่ได้เป็นอะไรนี่ครับ ทุกอย่างก็ปกติสุขดี งานเดิน เอกสารครบถ้วน หรือท่านประธานคิดว่าผมบกพร่องตรงไหนล่ะครับ" รินทร์ตอบกลับด้วยเสียงที่สุภาพเกินความจำเป็น สุภาพจนหูของพยัคฆ์ร้อนผ่าว
"ปกติสุขงั้นเหรอ?" พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่รินทร์ยืนอยู่ "เรียกผมว่า 'ท่านประธาน' แถมยังพูดจาห่างเหินแบบนี้ นายเรียกว่าปกติ?"
"แล้วจะให้ผมเรียกว่าอะไรล่ะครับ... คุณพยัคฆ์? หรือต้องให้เรียกว่า 'ที่รัก' แบบที่คุณเคยชินกับคนอื่น ถึงจะเรียกว่าปกติในนิยามของคุณ" รินทร์สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดขึ้นสบตาคมกริบอย่างไม่เกรงกลัว ในที่สุด... หน้ากากความสงบเสงี่ยมก็หลุดร่อนออก เผยให้เห็นเขี้ยวเล็บที่พยัคฆ์คุ้นเคยและโหยหาอย่างไม่รู้ตัว
แต่คำพูดนั้นกลับไปสะกิดต่อมความหึงหวงที่ซ่อนอยู่ลึกใต้ความนิ่งขรึมของพยัคฆ์เข้าอย่างจัง
"หึง?" พยัคฆ์โน้มตัวเข้าไปใกล้ รุกไล่จนรินทร์ต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน "นายกำลังพูดถึงใคร มินตรางั้นเหรอ? หึงเหรารินทร์ ถึงได้ทำตัวแปลกๆ ตั้งแต่บ่ายจนถึงตอนนี้"
"ฮh! หึงเนี่ยนะ?" รินทร์หัวเราะในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกจี้ใจดำ "อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยครับคุณพยัคฆ์ ผมจะไปหึงคุณทำไม ในเมื่อสถานะของเรามันก็แค่นายจ้างกับลูกน้อง... อ๊ะ!"
ยังไม่ทันที่รินทร์จะพูดจบ พยัคฆ์ก็คว้าข้อมือเรียวบางไว้ทันที แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่มันเด็ดขาดและตรึงร่างของรินทร์ให้อยู่กับที่ ดวงตาคมกริบของคนตัวโตกว่าจดจ้องใบหน้าหวานที่เริ่มขึ้นสีแดงด้วยความโกรธ
"ถ้าแค่นายจ้างกับลูกน้อง... ทำไมนายถึงมองข้ามผม ตั้งแต่ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาในห้องทำงานเมื่อตอนบ่าย" พยัคฆ์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ชิดริมหูจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาว "ทำไมนายถึงเงียบ ทำไมถึงไม่เถียงผมเหมือนทุกที รู้ไหมว่าความเงียบของนายมัน..."
พยัคฆ์กลืนคำพูดที่เหลือลงคอ เขาเกือบจะหลุดปากพูดออกไปแล้วว่า *'มันทำให้ผมนอนไม่หลับและกระวนกระวายใจจนแทบคลั่ง'* แต่ความถือดีและฟอร์มจัดที่มีมาทั้งชีวิต ทำให้ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันแน่น
รินทร์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ยามที่ได้สบตากับประกายความร้อนรุ่มในดวงตาของคนปากร้าย ตรงหน้า ความโกรธที่สั่งสมมาตั้งแต่บ่ายมลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในท้อง
นี่เขา... กำลังทำให้พยัคฆ์หงุดหงิดเพราะหึงเขาจริงๆ งั้นเหรอ?
"ปล่อยผมครับ" รินทร์พยายามดึงข้อมือกลับ น้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว "เราไม่มีสิทธิ์มา..."
"ใครบอกว่าไม่มีสิทธิ์" พยัคฆ์สวนขึ้นทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนรินทร์ต้องชะงัก "สัญญาบ้าบอนั่น ฉันจัดการเคลียร์ให้มันจบตั้งแต่อดีตไปนานแล้ว และผู้หญิงคนนั้นก็เป็นแค่..."
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะบรรยากาศที่กำลังมาคุและร้อนแรงในห้องทำงานอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา
พยัคฆ์สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหัวเสียอย่างถึงที่สุด เขายังไม่ทันได้เคลียร์ความรู้สึกกับคนปากเก่งตรงหน้าให้รู้เรื่องเลยแท้ๆ
"เข้ามา!" พยัคฆ์ตะโกนสั่งเสียงเข้มด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งทะลุขีดจำกัด
ประตูบานใหญ่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิง ใบหน้าสวยเฉี่ยวระบายด้วยรอยยิ้มมั่นใจ แต่วินาทีที่รินทร์หันไปมองผู้มาใหม่ หัวใจของเขากลับกระตุกวูบ
มินตราก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ หล่อนส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้พยัคฆ์ ก่อนจะหันมาสบตากลับรินทร์ด้วยแววตาที่ซ่อนความเยาะเย้ยไว้ลึกๆ
"พยัคฆ์คะ... มินเกรงว่าเรื่อง 'สัญญาฉบับนั้น' มินจำเป็นต้องคุยกับคุณให้ละเอียดต่อหน้า 'เลขาฯ' คนนี้เลยดีกว่าค่ะ เพราะดูท่าทางเขา... น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อตกลงลับที่เรากำลังจะทำกันต่อจากนี้ไม่น้อยเลยล่ะค่ะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "เมทริกซ์ซีโร่" เสมอมานะครับ
ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 20
คนปากร้ายเริ่มอยู่ไม่สุข
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!