ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 12

ช่องว่างที่เริ่มลดลง

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
ความเงียบงันภายในห้องพักกว้างขวางไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับทำหน้าที่เหมือนตัวขยายเสียงก้องกังวานของจังหวะหัวเต้นระรัวในอก รินทร์ยังคงยืนนิ่งค้างอยู่ ณ จุดเดิม ดวงตากลมโตมองสบกับนัยน์ตาคมกริบของพยัคฆ์ที่อยู่ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ ไอร้อนจากคำสารภาพเมื่อครู่ยังคงอวลไออยู่ในอากาศ บรรยากาศที่ควรจะอึดอัดและเต็มไปด้วยการปะทะคารม กลับถูกแปรเปลี่ยนเป็นความความกดดันอีกรูปแบบหนึ่ง—ความกดดันที่เกิดจากช่องว่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขายามนี้ที่ใกล้กันเกินไป "มองอะไรเล่า..." รินทร์เป็นฝ่ายทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่พยายามดึงความแข็งกร้าวกลับมา ทว่าความสั่นระริกที่ปลายเสียงกลับทรยศเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง "ถ้าจะพูดอะไรไม่เข้าท่า... ก็ไม่ต้องพูดซะจะดีกว่าครับ" พยัคฆ์ไม่ตอบทันที ชายหนุ่มเพียงแต่ปรายตามองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ นั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตากลับขึ้นมาประสานกับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววระแวดระวัง ใบหน้าคมคายนั้นยังคงเรียบเฉย แต่หากสังเกตให้ดีจะเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นอย่างพยายามอดกลั้น "ผมก็แค่จะบอกว่า..." พยัคฆ์ก้าวเข้าไปใกล้Rin-thอีกหนึ่งก้าว บีบให้ร่างเพชรต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานด้านหลัง "เสื้อของคุณ... กระดุมหลุดไปเม็ดหนึ่งแล้วครับคุณรินทร์" รินทร์ชะงัก ก้มมองลงที่หน้าอกตัวเองตามสัญชาตญาณ และพบว่ามันเป็นความจริง—กระดุมเม็ดบนสุดหลุดลุ่ยไปตั้งแต่ตอนยื้อย้วยกันเมื่อครู่ ร้อนถึงใบหน้าขาวเนียนที่ขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคืองขัด ทั้งอับอายและหมั่นไส้คนตรงหน้า "แล้วมันเรื่องของใครล่ะครับ! ถ้าไม่ใช่เพราะคุณมาหาเรื่องผมก่อน..." "ผมหาเรื่องคุณ หรือคุณกันแน่ที่วิ่งเข้ามาหาเรื่องผมตั้งแต่แรก" พยัคฆ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าหยอกที่นานๆ ครั้งจะได้ยิน "จำสัญญาของเราไม่ได้หรือไงครับ ว่าเราเป็นอะไรกันในดีลนี้" "พันธสัญญาบ้าบออะไรนั่น ผมไม่ได้เต็มใจสักหน่อย!" "แต่ตอนนี้คุณก็กินนอนอยู่ห้องผม ใช้ข้าวของของผม และ..." พยัคฆ์เว้นจังหวะ ปล่อยสายตาวับวามกวาดมองตั้งแต่เส้นผมหยักศกยันปลายเท้าของคนตัวเล็ก "เริ่มชินกับการมีผมอยู่ใกล้ๆ แล้วไม่ใช่หรือครับ" คำพูดนั้นจี้ใจดำจนรินทร์เถียงไม่ออก ความจริงที่ว่าเขาสามารถจดจำกลิ่นโคโลญจน์ประจำตัวของอีกฝ่ายได้ หรือการที่เขาเผลอชงกาแฟเผื่อผู้ชายปากร้ายคนนี้ทุกเช้า—สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือ "ความเคยชิน" ที่แทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันอย่างเงียบเชียบโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว รินทร์เม้มปากแน่น ไม่อยากยอมรับความจริงข้อนั้น เขาเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้ ยิ่งเป็นผู้ชายเผด็จการอย่างพยัคฆ์ด้วยแล้ว เขายิ่งต้องตั้งกำแพงให้สูงลิบลิ่ว "ผมไม่ได้ชิน... ผมแค่รำคาญครับ" รินทร์เชิดหน้าขึ้นปฏิเสธเสียงแข็ง ดวงตาพยายามฉายแววดุดันกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "หลบไปเลยนะ ผมจะไปหาอะไรกิน หิวจะตายอยู่แล้ว" พยัคฆ์ถอนหายใจเบาๆ ยอมถอยหลังให้อย่างง่ายดายผิดคาด ร่างสูงโปร่งหมุนตัวเดินนำไปยังโซนครัวเปิดที่เชื่อมต่อกัน ทิ้งให้รินทร์ยืนหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่าง บรรยากาศระหว่างพวกเขามันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ จากข้อตกลงทางธุรกิจที่เต็มไปด้วยแรงกระแทกแดกดัน กลายมาเป็นความคุ้นชินที่น่ากลัว... ชนิดที่ว่าหากวันหนึ่งไม่มีเสียงทุ้มๆ คอยกวนประสาท หรือไม่มีสายตาดุๆ คอยมองตาม รินทร์เองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาจะรู้สึกเคว้งคว้างขนาดไหน เสียงเปิดตู้เย็นและเสียงกุ๊กกักดังขึ้นเบาๆ รินทร์เดินตามเข้าไปด้วยความสงสัย ก่อนจะพบว่าพยัคฆ์กำลังจัดการอุ่นอาหารสำเร็จรูปในไมโครเวฟ ท่าทางของนักธุรกิจหมื่นล้านที่ยืนรออาหารง่ายๆ แบบนี้มันช่างดูขัดแย้งกับภาพลักษณ์ภายนอกเสียเหลือเกิน แต่มันกลับ... น่ามองอย่างประหลาด "ยืนมองขนาดนี้ อยากกินด้วยหรือไงครับ" พยัคฆ์เอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง แต่ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน "ใครอยากกินของคุณ ทุเรศ..." รินทร์สะดุ้งรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที "ผมทำกินเองได้น่า" "ตู้เย็นมีแต่ของสดที่คุณยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง หรือจะรอให้ผมสั่งอาหารเดลิเวอรีเข้ามาส่งอีกรอบ... แต่วันนี้ผมขี้เกียจรอแล้วล่ะครับ" พยัคฆ์หันกลับมา พร้อมกับยื่นจานอาหารที่อุ่นเสร็จร้อนๆ มาตรงหน้า รินทร์ทำท่าจะปฏิเสธ แต่ท้องเจ้ากรรมดันส่งเสียงร้องประท้วงขึ้นมาเสียดื้อๆ จนเจ้าตัวต้องหน้าแดงแจ๋ด้วยความอับอาย พยัคฆ์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่นุ่มทุ้มและมีเสน่ห์จนรินทร์อยากจะเอาปี๊บคลุมหัว "นั่งลงเถอะครับคุณรินทร์ ไม่ต้องเกรงใจบ้านตัวเองหรอก" คำว่า 'บ้านตัวเอง' ทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ รินทร์เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของห้อง ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากแซะอะไรกลับไป เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นทำลายบรรยากาศเงียบสงบในยามค่ำคืนเสียก่อน *ติ๊งหน่อง!* ทั้งคู่ชะงัก พยัคฆ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เนื่องจากดึกป่านนี้แล้วไม่ควรจะมีใครมาเยือน เว้นแต่... รินทร์หันไปมองหน้าพยัคฆ์ และในจังหวะที่ประตูห้องถูกเปิดออกโดยระบบอัตโนมัติจากห้องรับแขก ร่างชะฉูดฉาดของหญิงสาวในชุดเดรสดีไซน์หรูคุ้นตา ก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจ "พยัคฆ์คะ... มินตราเองค่ะ พอดีมินผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาเอกสารสำคัญมาให้..." มินตราหยุดชะงักคำพูดทั้งหมดไว้แค่นั้น เมื่อดวงตากลมโตคู่สวยกวาดสายตาเข้ามาในห้อง แล้วพบว่าไม่ได้มีเพียงแค่พยัคฆ์ยืนอยู่ลำพัง แต่ยังมีร่างของรินทร์ยืนกอดอกมองเธออยู่ด้วยสายตานิ่งเรียบจากโซนครัว บรรยากาศในห้องดิ่งฮวบทันที ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อบอุ่นเหมือนเมื่อครู่ มันคือความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%