ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 37

น้ำตาของพยัคฆ์

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
รอยยิ้มบางๆ บนเรียวปากของบุคคลมาใหม่เปรียบเสมือนมีดผ่าตัดที่กรีดลงกลางความเงียบงันอย่างแม่นยำ ปลายประโยคที่เอ่ยทักทายยังคงลอยเคว้งอยู่ในบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยความกดดัน รินทร์เบือนสายตาจากร่างสูงของคนที่ยืนค้ำฟ้าอยู่เบื้องหน้า ไปยังผู้มาเยือนใหม่ที่มีแววตาพราวระยับราวกับกำลังชมละครสัตว์ฉากโปรด "คุณค..." รินทร์พึมพำชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความประหลาดใจ ในขณะที่พยัคฆ์—เสือร้ายที่เคยประกาศกร้าวว่าไม่มีวันก้มหัวให้ใคร กลับไม่ได้สนใจแขกผู้มาใหม่แม้แต่น้อย ดวงตาคมกราบกรานคู่นั้นยังคงจดจ้องอยู่เพียงใบหน้าหวานที่เรียเฉยไร้เยื่อใยของคนตรงหน้า ความเงียบงันที่แผ่ขยายออกไปมันหนักอึ้งเสียจนเสียงหายใจยังกลายเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย "ถ้าคุณมาเพื่อจะดูความล้มเหลวของผม..." พยัคฆ์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อยอย่างที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน "เชิญกลับไปได้เลยครับ" "โอ้ ไม่เลยครับคุณพยัคฆ์..." คนมาใหม่ยกมือขึ้นปฏิเสธพร้อมรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตากลับคมกริบ "ผมแค่ผ่านมาเห็นฉากที่น่าสนใจ... ฉากที่นักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่กำลังสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปเพียงเพราะความปากแข็งของตัวเอง" รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันคือหยามหยันที่บาดลึกยิ่งกว่าคมมีด ร่างโปร่งขยับตัวถอยหลังห่างออกไปอีกก้าว ราวกับต้องการสร้างเส้นแบ่งเขตแดนที่ชัดเจนระหว่างเขากับผู้ชายที่ยืนขวางประตูทางออก "คุณได้ยินสิ่งที่เขาพูดแล้วนะพยัคฆ์..." รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา ปราศจากความลังเล "หลีกทางครับ ผมมีธุระต้องไปต่อ และหวังว่าเราจะไม่ต้องมาเสียเวลาพบกันอีก" "รินทร์..." คำเรียกชื่อนั้นแผ่วเบาเสียจนแทบจะกลืนหายไปกับสายลม แต่กระนั้นมันก็ทรงพลังพอที่จะทำให้ฝ่าเท้าที่กำลังจะก้าวเดินของรินทร์ต้องชะงัก ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอดีตคู่ค้าทางธุรกิจและ... คนที่เขาเคยเผลอใจให้ สิ่งที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของพยัคฆ์ในวินาทีนี้ ทำให้รินทร์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ความเย่อหยิ่ง จองหอง และท่าทีเผด็จการที่เคยมี มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความแตกสลายของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจะสูญเสียโลกทั้งใบไปตลอดกาล พยัคฆ์ไม่ได้ขยับตัวเข้าหาด้วยความเกรี้ยวกราดดังเช่นเคย หากแต่ทิ้งน้ำหนักลงบนหัวเข่าข้างหนึ่งอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของบุคคลที่สามและตัวของรินทร์เอง เสียงหัวเข่ากระทบลงบนพื้นพรมดังสะท้อนก้องในโสตประสาท รินทร์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจระคนไม่เชื่อสายตา คนอย่างพยัคฆ์เนี่ยนะ... จะยอมคุกเข่าให้ใคร? ผู้ชายที่ยอมหักแต่ไม่ยอมงอคนนั้นกำลังลดทอนศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีลงแทบเท้าของเขา "คุณ... บ้าไปแล้วหรือไง ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลยนะพยัคฆ์!" รินทร์เผลอเสียงดังขึ้นด้วยความตกใจ มือเรียวเผลอยื่นออกไปข้างหน้าเล็กน้อยราวกับจะเข้าไปดึง แต่อีกใจก็ชักกลับแทบไม่ทัน "ผมยอมบ้าไปแล้วครับ..." พยัคฆ์เงยหน้าขึ้นสบตา ร่องรอยของความเจ็บปวดฉายชัดในแววตาคู่นั้นอย่างไม่คิดจะปิดบัง หยดน้ำตาที่รินทร์ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้ กลิ้งตกลงมาจากหางตาและไหลผ่านสันกรามคมสัน "ถ้าความหยิ่งยโสของผมมันทำให้คุณต้องเดินจากไป... ศักดิ์ศรีบ้าๆ พวกนั้น มันก็ไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงหัวใจของรินทร์ที่เต้นรัวเร็วจนแทบทะลุออกมานอกอก ความโกรธเคืองที่เคยสะสมมานานนับเดือนถูกความจริงตรงหน้ากัดเซาะจนพังทลายลงทีละน้อย ความรู้สึกผิดและภาพความหลังที่เคยร่วมสุขร่วมทุกข์กันมาไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก "คุณกำลังทำร้ายตัวเองนะพยัคฆ์..." รินทร์พยายามบังคับน้ำเสียงให้ออกมานิ่งที่สุด แม้ว่าขอบตาของเขาเองเริ่มจะร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "ลุกขึ้นพูดกันดีๆ ครับ อย่าทำแบบนี้ มันน่าสมเพช" "ผมยอมสมเพชครับ ถ้านั่นมันทำให้คุณยอมมองผม... แค่วินาทีเดียวก็ยังดี" พยัคฆ์ขยับเข่าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะชายเสื้อของรินทร์ แต่ก็หยุดชะงักค้างไว้กลางอากาศราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสะบัดหนี "ผมรู้ว่าผมมันปากร้าย ผมรู้ว่าผมทำร้ายความรู้สึกคุณมามากแค่ไหน แต่รินทร์... ได้โปรด ให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะนะครับ" ภาพของพยัคฆ์ผู้ทรงอำนาจกำลังคุกเข่าขอร้องอ้อนวอน เป็นภาพที่ทรงพลังและบีั้นทอนหัวใจของรินทร์ได้อย่างราบคาบ ความซึนเดระที่เคยเป็นเกราะป้องกันตัวถูกกะเทาะจนไม่เหลือชิ้นดี รินทร์เม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด พยายามอย่างยิ่งที่จะดึงความแข็งกระด้างกลับมาสร้างเป็นกำแพงอีกครั้ง แต่ทว่า... น้ำตาหยดแรกที่ร่วงหล่นจากดวงตาของพยัคฆ์ กลับกลายเป็นค้อนเหล็กที่ทุบกำแพงนั้นจนแหลกละเอียด แขกผู้มาใหม่ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ มาตลอด ค่อยๆ ยกมือขึ้นปรบเบาๆ สองสามครั้ง เสียงปรบมือที่ดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทำให้ทั้งพยัคฆ์และรินทร์ต้องหันไปมอง "ยอดเยี่ยมมากครับ..." รอยยิ้มที่มุมปากของเขาดูมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา "เป็นภาพยนตร์ดราม่าที่เรียกน้ำตาได้ดีทีเด็ดเลยทีเดียว แต่ดูเหมือนว่า... บทสนทนายังไม่ทันจะจบดี แขกที่ไม่ได้รับเชิญอีกคนกำลังจะเข้ามาแจมแล้วนะครับ" สิ้นคำพูดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นรัวเร็วก่อนที่บานประตูห้องจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทร่างของมินตราในชุดหรูหราปรากฏขึ้นที่กรอบประตู ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มอย่างประณีตบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและริษยา ดวงตาสองข้างแดงก่ำจ้องมองภาพที่พยัคฆ์กำลังคุกเข่าต่อหน้ารินทร์ด้วยความคลุ้มคลั่ง "พี่พยัคฆ์! นี่พี่ทำบ้าอะไรอยู่คะ!" เสียงแหลมสูงตวาดลั่นห้อง พร้อมกับก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาหมายจะดึงรั้งแขนของพยัคฆ์ให้ลุกขึ้น "ผู้ชายคนนี้มันมีดีอะไร ทำไมพี่ต้องลดตัวขนาดนี้เพื่อมัน!" พยัคฆ์ตวัดสายตากลับไปมองด้วยแววตาที่เย็นเยียบและดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการจำศีล ไอสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนมินตราต้องชะงักฝีเท้า "ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาที่นี่..." พยัคฆ์เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ร่างสูงค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประกายตาคมกริบกวาดมองผู้หญิงที่เคยเป็นอดีตคนรักด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ "และสิ่งที่สำคัญที่สุด... ออกไปจากห้องของฉันซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วทำลายทุกอย่างที่ครอบครัวเธอกำลังสร้างอยู่" มินตราหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจและหวาดกลัว แต่ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรินทร์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ รินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนิ้วเรียวนิ่งค้างไปทันทีเมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามา ข้อความแจ้งเตือนสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอทำเอาลมหายใจของรินทร์สะดุดกึก และความลับที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ดีลลับนี้กำลังจะถูกเปิดเผยในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า... ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เมทริกซ์ซีโร่" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%