“เชิญครับ หมวด... ทางเราพร้อมให้ความร่วมมือทุกประการ”
น้ำเสียงของพยัคฆ์ราบเรียบ เย็นชา และทรงอำนาจจนน่าขนลุก ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนนั้นฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังสะۆดอารมณ์กรุ่นโกรธระดับรุนแรงเพียงใด ร่างสูงใหญ่ในสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาขวางหน้าโต๊ะทำงานของรินทร์ไว้ครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ท่าทีปกป้องคุ้มครองที่แสดงออกอย่างไม่ปิดบังทำให้รอยยิ้มมุมปากของมินตราที่ยืนอยู่ข้างเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงกับกระตุกวูบ
“ท่านประธานคะ... ดิฉันแค่ทำตามหน้าที่ พยานหลักฐานในซองเอกสารนี้มัดแน่นหนาพอที่ตำรวจจะออกหมายศาลได้ทันที รินทร์... เธอคิดจริง ๆ หรือว่าความฉลาดแกมโกงของเธอจะปิดฟ้าด้วยฝ่ามือได้ตลอดรอดฝัน” มินตราเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมฉายแววสะใจอย่างปิดไม่มิด
รินทร์ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้าหวานเรียบเฉย ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันชัดเจน เขาค่อย ๆ วางปากกาในมือลง ช้า ๆ อย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะบีบคั้นเพียงใด แต่คนอย่างรินทร์ไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใครเหยียบย่ำง่าย ๆ แน่นอน
“ถ้าหลักฐานมันแน่นหนาจริง ทำไมคุณมินตราต้องร้อนรนวิ่งเต้นเอาหน้ากับตำรวจกองปราบตั้งแต่ยังไม่ทันเก้าโมงเช้าด้วยล่ะครับ หรือว่ากลัวความจริงที่ว่า... คนที่แอบยักยอกเงินล็อตใหญ่ไปจริง ๆ คือคนที่กำลังยืนจัดเสื้อผ้าแอ๊บใสอยู่ตรงนั้นกันแน่”
“รินทร์! ปากดีนักนะ!” มินตราหน้าเสีย แหวเสียงแหลมออกมาจนหลุดมาดกุลوสตรี
“พอได้แล้วครับคุณมินตรา” พยัคฆ์เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทว่ากดดันจนบรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ลดฮวบลงไปหลายองศา “นี่คือสำนักงาน ไม่ใช่ตลาดสด และการจะกล่าวหาใคร เขามีขั้นตอนทางกฎหมาย ไม่ใช่การใช้อารมณ์ขันพยายามชักนำเจ้าหน้าที่แบบนี้”
นายตำรวจยศร้อยตำรวจเอกผู้ถือหมายศาลกระแอมเบา ๆ ออกมาแก้สถานการณ์ “เอ่อ... ท่านประธานครับ ทางเราจำเป็นต้องเชิญคุณรินทร์ไปให้ปากคำและลงบันทึกประจำวันตามหมายศาลครับ ขอความร่วมมือด้วยนะครับ”
รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เตรียมจะลุกขึ้นยืนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ทว่าจังหวะนั้นเอง...
เพล้ง!
เสียงกระถางเซรามิกราคาแพงที่ประดับมุมห้องแตกกระจายดังสนั่น พร้อมกับร่างของมินตราที่แกล้งเซถลาถอยหลังอย่างจงใจ แรงกระแทกนั้นทำให้แจกันทรงสูงอีกใบที่วางอยู่บนชั้นล้มระเนนระนาด เศษแก้วและเศษเซรามิกกระเด็นว่อนระפוดไปทั่วพื้นพรมสีเทาเข้ม
“ระวังครับ!”
พยัคฆ์ซึ่งยืนอยู่ใกล้รินทร์ที่สุด ปฏิกิริยาตอบสนองของเขาเร็วกว่าความคิด ร่างสูงพุ่งเข้าคว้าเอวบางของรินทร์เข้าหาตัวทันที แรงเหวี่ยงจากการดึงทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปบนพื้น ทับกันท่ามกลางเศษแก้วระเกะระกะ ร่างหนาของพยัคฆ์พลิกตัวเอาหลังลงไปกระแทกกับพื้นพรมหนาเพื่อรองรับน้ำหนักทั้งหมดไว้ ป้องกันไม่ให้รินทร์ต้องโดนเศษเซรามิกบาดแม้แต่น้อย
“โอ๊ย...” รินทร์อุทานเบา ๆ ด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้าง หัวใจเต้นโครมครามจนไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตกใจจากเหตุการณ์เมื่อครู่ หรือเพราะสัมผัสแนบชิดจากคนตัวโตด้านล่างกันแน่
“รินทร์! คุณเป็นอะไรไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า!”
น้ำเสียงที่หลุดออกมาจากปากของพยัคฆ์ในวินาทีนั้น ไม่มีความนิ่งขรึมหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก สติหลุดลอย และความหวาดกลัวที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตาคมกริบคู่นั้น มือหนารีบปัดเศษแก้วรอบตัวออกอย่างลนลาน สัมผัสที่ลูบไล้ตามแขนและแผ่นหลังของรินทร์สั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้
“ผม... ผมไม่เป็นไรครับ ท่านประธาน ปล่อยผมก่อน...” รินทร์พยายามดันอกแกร่งออก แต่พยัคฆ์กลับยิ่งกอดกระชับเอวเขาแน่นขึ้นไปอีก ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ร่างในอ้อมแขนจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
“บ้าเอ๊ย! เลือดออกนี่!” พยัคฆ์เห็นคราบเลือดซึมผ่านเสื้อเชิ้ตบริเวณข้อศอกของรินทร์ สติของนักธุรกิจหนุ่มผู้เยือกเย็นขาดผึ่งลงทันที เขาตวาดลั่นห้องจนเจ้าหน้าที่ตำรวจและมินตราถึงกับสะดุ้งถอยหลัง “เรียกแพทย์สนามเดี๋ยวนี้! ใครก็ได้เอากล่องปฐมพยาบาลมานี่เร็วกว่านี้สิโว้ย!”
“ท่านประธานครับ ใจเย็นก่อน ผมแค่ถลอกนิดเดียว...” รินทร์ขมวดคิ้วมุ่น พยายามดึงมือตัวเองกลับ แต่พยัคฆ์กลับคว้าข้อมือข้างนั้นขึ้นมาจูบซับรอยถลอกเบา ๆ อย่างลืมตัว ท่ามกลางสายตาอึ้งกิมกี่ของทุกคนในห้อง
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มินตราอ้าปากค้าง มองภาพชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่เธอเคยหมายปอง กำลังประคบประหงมคู่ปรับของเธอราวกับไข่ในหินด้วยความคลุ้มคลั่ง
พยัคฆ์เงยหน้าขึ้นจากข้อมือของรินทร์ ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยโทสะและความห่วงใยที่ระเบิดออกมาเกินควบคุม เขาจ้องมองหน้าคนในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจปิด
“ถ้าคุณเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเล็บ...” พยัคฆ์กระซิบเสียงพร่าชิดริมหีบปากของรินทร์ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้ว
“ผมจะรื้อบริษัทนี้ทิ้งให้หมด แล้วจับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการใส่ร้ายคุณมาลงนรกให้หมดด้วยเหมือนกัน”
ยังไม่ทันที่รินทร์จะได้โต้เถียงอะไรกลับ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลเปิดผางขึ้นอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นตาในชุดเสื้อโค้ทตัวยาวที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกไม่แพ้กัน
“เกิดอะไรขึ้น! ฉันได้ยินเสียงโวยวายมาถึงข้างล่าง... อ้าว เฮ้ย!”
บุคคลมาใหม่เบรกเอี๊ยดอ๊าดเมื่อเห็นภาพผู้บริหารหนุ่มนอนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเลขาส่วนตัวท่ามกลางเศษแก้วกระจายเกลื่อนกลาดบนพื้น ก่อนที่นัยน์ตาคู่นั้นจะเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นกองเลือดซึม
“พี่ภพ... มาก็ดีแล้ว” พยัคฆ์เงยหน้าขึ้นสบตาผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดัน “ช่วยจัดการไอ้พวกตำรวจกองปราบข้างหลังนี่ให้พ้นสายตาฉันที... และประกาศกร้าวออกไปเลยว่า ถ้าใครกล้าแตะต้องตัวรินทร์แม้แต่นิ้วเดียว ตระกูลของมันจะต้องพินาศภายในสามวินาที!”
รินทร์เบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบกับคำประกาศิตดิบเถื่อนที่ไร้เหตุผลสิ้นเชิง แต่ในขณะเดียวกัน... ความอุ่นวาบก็แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 23
อุบัติเหตุที่ทำให้ตระหนัก
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!