ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 22

บทเรียนจากความเย็นชา

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
“คุณคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมอยู่หรือไง รินทร์” เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของพยัคฆ์ไม่ได้ทำให้คนฟังสะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย รินทร์ยังคงยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างน่าหมั่นไส้ ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงไปยังชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในบริษัทด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ ไม่มีความหวาดหวั่นเจือปนอยู่ในนั้นแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว “ถ้าคุณหมายถึงเกมจับผิดหนอนบ่อนไส้ที่คุณเพิ่งประกาศกร้าวไปเมื่อนาทีที่แล้วล่ะก็... ผมคงต้องบอกว่าคุณประเมินผมต่ำไปหน่อยนะครับ ท่านประธาน” รินทร์ลากเสียงเนิบนาบ ย้ำคำว่าท่านประธานด้วยน้ำเสียงประชดประชันที่ต่อให้คนหูหนวกก็ยังฟังออก พยัคฆ์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวร่างบางอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มสูงใหญ่กว่าเกือบหนึ่งช่วงตัวกดดันด้วยรัศมีอันตรายที่แผ่ออกมาจากร่าง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส แต่รินทร์เลือกที่จะไม่ถอยหลังหนี เขายืดอกขึ้นสบตากลับอย่างไม่เกรงกลัว “ถอยไป” รินทร์เอ่ยเสียงเรียบ เมื่อระยะห่างระหว่างเขากับอีกฝ่ายลดลงจนน่าอึดอัด “ทำไม ผมยืนอยู่บนพื้นที่ทำงานของผม จะขยับไปไหนมันก็สิทธิ์ของผม” พยัคฆ์ย้อนเสียงเย็น ใบหน้าคมสันโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สันจมูกโด่งเป็นคมและริมฝีปากหยักลึกที่มักจะเอաբาปปากมาพ่นคำร้ายใส่เขาอยู่เสมอนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม “แต่ที่คุณกำลังทำอยู่... มันไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ รินทร์ มินตรากำลังเดินเกมสกปรก และคุณ... ก็กำลังทำตัวเป็นเป้านิ่งให้เธอเล็ง” “เป้านิ่งเหรอ?” รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยฉายแววหยิ่งทะนง “คุณเอาอะไรมาตัดสินว่าผมเป็นเป้านิ่ง หรือเพราะว่าคุณคิดว่าคนอย่างผมจะต้องคอยวิ่งไปหลบอยู่ข้างหลังคุณ คอยอ้าปากรับความช่วยเหลือจากคุณเหมือนเด็กๆ เสมอไป” “ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น...” “แต่การกระทำของคุณมันฟ้อง!” รินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเริ่มไต่ระดับความเดือดดาลขึ้นทีละน้อย “คุณเรียกผมมาสอบสวนกลางดึก คุณกล่าวหาว่าผมเข้าไปพัวพันกับเอกสารรั่วไหล ทั้งที่หลักฐานบ้าบออะไรนั่นมันเป็นแค่กับดักตื้นๆ ที่มินตราตั้งใจวางไว้เพื่อป้ายสีผม แล้วตอนนี้คุณยังจะมาทำเป็น ‘ปกป้อง’ ผมด้วยการออกคำสั่งบ้าๆ ให้ผมเก็บตัวเงียบๆ อีกงั้นเหรอ ฝันไปเถอะครับพยัคฆ์!” คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยความอัดอั้นทำให้พยัคฆ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธ ความดื้อรั้นและถือดีที่ฉายชัดอยู่ในแววตานั้นไม่เคยลดน้อยลงเลย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน รินทร์ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครโดยง่าย และนั่นคือสิ่งที่ทั้งดึงดูดใจและกวนประสาทเขามากที่สุดในเวลาเดียวกัน มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าต้นแขนเรียวเพื่อดึงเข้ามาเคลียร์ให้รู้เรื่อง แต่รินทร์ไวกว่า เขาก้าวถอยหลังหลบได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับปัดมือของอีกฝ่ายออกอย่างไร้เยื่อใย “อย่ามาแตะต้องตัวผม” รินทร์กดเสียงต่ำ ดวงตาแข็งกร้าว “ถ้าคิดจะคุยกันด้วยเหตุผล เชิญพูดมา แต่ถ้าจะใช้กำลังหรืออำนาจกดขี่ผมเหมือนที่ชอบทำ... เชิญออกไปจากห้องของผมซะ” บรรยากาศภายในห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรำด้วยจังหวะเร่งเร้า พยัคฆ์ลดมือลงช้าๆ กำปั้นหนาที่กางออกเมื่อครู่ถูกกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นี่เป็นครั้งแรก... ที่รินทร์ปฏิเสธที่จะยอมอ่อนข้อให้อย่างง่ายดายเหมือนเคย ปกติแล้วต่อให้ปากจะจัดแค่ไหน แต่ในยามที่สถานการณ์ตึงเครียด รินทร์มักจะมีวิธีเอาตัวรอดหรือยอมประนีประนอมเพื่อตัดปัญหา แต่วันนี้... อีกฝ่ายเลือกที่จะชน ปะทะ และเลือกที่จะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างชัดเจน “คุณกำลังดึงดันอย่างไร้เหตุผลนะรินทร์” พยัคฆ์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีรวนขึ้นมาในอก “คุณคิดว่าคุณเก่งนักรึไงถึงอยากจะไปงัดข้อกับมินตราโดยไม่มีผมคอยแบ็คอัพ คุณไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงคนนั้นมันน่ากลัวแค่ไหน!” “แล้วคุณคิดว่าผมเป็นตัวตลกหรือไง ถึงต้องให้ผู้ชายปากร้ายอย่างคุณมาคอยปกป้องตลอดเวลา?” รินทร์สวนกลับทันที เสียงหวานใสสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความโมโห “ผมเองก็มีสมอง มีศักดิ์ศรี และที่สำคัญ... ผมไม่ได้โง่พอที่จะตกหลุมพรางเดิมๆ ซ้ำซากเหมือนที่คุณคิดหรอก!” “รินทร์!” พยัคฆ์ตะคราดเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงดังด้วยความเหลืออด ความอดทนที่สั่งสมมานานขาดผึ่งลงตรงนั้น ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวรินทร์ด้วยความเร็วที่ไม่ทันให้ตั้งตั้งตัว ก่อนจะใช้สองมือรวบจับเอวบางไว้แล้วดันร่างโปร่งให้ถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ รินทร์ตกใจจนดวงตาเบิกกว้าง พยายามจะขัดขืนและดันแผงอกกว้างออก แต่แรงของผู้ชายร่างสูงใหญ่เหนือกว่าหลายเท่า ทำให้เขาเหมือนถูกตรึงไว้กับที่โดยสมบูรณ์ ลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งคู่ปะปนกันในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้ทำให้หัวใจของรินทร์กระหน่ำเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะปฏิกิริยาทางร่างกายที่ทรยศต่อความรู้สึก “ปล่อยนะ!” รินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามเบือนหน้าหนีใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างเพียงคืบ “คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับผม!” “ผมมีสิทธิ์... ในฐานะเจ้านายของคุณ และในฐานะคนที่ไม่อยากเห็นคุณเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับอันตรายโง่ๆ แบบนั้น!” พยัคฆ์ก้มลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องลึก “คุณดื้อเกินไปแล้วรินทร์... ดื้อจนผมอยากจะจัดการคุณให้เข็ดหลาบซะเดี๋ยวนี้” คำขู่ที่เต็มไปด้วยอารมณ์คุกรุ่นทำให้รินทร์ใจกระตุกวูบ เขารู้ดีว่าพยัคฆ์เวลาโกรธน่ากลัวแค่ไหน แต่ในเมื่อศักดิ์ศรีมันค้ำคอ รินทร์จึงเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นท้าทาย แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกแล้วก็ตาม “ถ้าคิดว่าแน่ก็ลองดูสิครับ... ท่านประธาน” รินทร์ท้าทายด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเย้ายวนโดยไม่รู้ตัว “ดูซิว่าคนอย่างผม จะทำให้คุณจนปัญญาได้ยังไง” ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด พยัคฆ์จ้องมองริมฝีปากบางที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยสายตาดุร้ายที่แปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงชั่วขณะ ชายหนุ่มก้มหน้าลงช้าๆ หมายจะปิดปากคนอวดดีให้หายพยศสักครั้ง ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมอันตรายให้พังทลายลงในเสี้ยววินาที “ท่านประธานคะ ดิฉันมีเอกสารด่วนจาก... อุ๊ย! ขอประทานโทษค่ะ ดิฉันไม่ทราบว่าพวกคุณกำลัง...” เสียงแหลมสูงของเลขาฯ หน้าห้องที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตดังขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับร่างของมินตราที่ก้าวตามเข้ามาติดๆ ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ดวงตาร้ายกาจกวาดมองภาพความใกล้ชิดแนบชิดของพยัคฆ์และรินทร์ที่ติดอยู่กับผนังห้องด้วยแววตาสสมเพชเวทนาแก่นแก้ว พยัคฆ์ผละออกจากรินทร์อย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบสนิทเยียบเย็นดังเดิม ชายหนุ่มหันขวับไปจ้องผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทันที “ใครใช้ให้เธอเข้ามาโดยไม่เคาะห้องซ้ำสอง!” พยัคฆ์ตวาดลั่นจนเลขาฯ หน้าซีดตัวสั่น แต่มินตรากลับยิ้มรับอย่างไม่สะทกสะท้าน หล่อนก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน พร้อมกับชูแฟ้มเอกสารในมือขึ้นสูง ดวงตาคู่คมกวาดมองรินทร์ด้วยรอยยิ้มสมเพช ก่อนจะหันไปเอ่ยกับพยัคฆ์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน “ดิฉันแค่นำข่าวมาแจ้งค่ะท่านประธาน... พอดีตำรวจกองปราบปรามเศรษฐกิจมาถึงล็อบบี้แล้ว และพวกเขามีหมายศาล... มาขออายัดตัว ‘คุณรินทร์’ ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดทุจริตบริษัทค่ะ” -------------------------------------------------- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความดุเดือดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%